On Demand Generation

อ่านเจอเรื่องของคนรุ่นหนึ่งมองคนอีกรุ่นหนึ่งมาเยอะ คิดว่าคงเป็นเพราะอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คนหลายๆ รุ่นมาเจอคำบ่นของคนอีกรุ่นกันได้ ไม่อย่างนั้นเรื่องพวกนี้ก็น่าจะอยู่แค่บนโต๊ะกินข้าวของคนร่วมรุ่นกันเท่านั้น

เรื่องคำบ่นว่าขี้เกียจหรือไม่คงแล้วแต่ประสบการณ์จะพบเจอกัน แต่โดยรวมๆ ผมเรียกคนรุ่นต่อไป ที่กำลังเริ่มทำงานหรือใกล้จะเรียนจบแล้ว ว่า on demand generation

คนรุ่นนี้เติบโตมากับการออนไลน์มากกว่าทีวี พวกเขาเจอกับเว็บดีล, ตั๋วเครื่องบินราคาถูก, โปรโมชั่นโรงแรมช่วง low season, เว็บเซิร์ฟเวอร์แบบคลาวด์ ฯลฯ

พวกเขาเรียนรู้เต็มที่ว่าหากคุณมีเวลาต่างจากคนอื่น คุณสามารถมีทำอะไรภายใต้รายได้ที่ไม่ต้องสูงมากได้มากมาย พวกเขาตั้งคำถามกับการแห่แหนกันไปเที่ยวช่วงสงกรานต์และปีใหม่ เพราะพวกเขารู้ว่าหากเลื่อนการเดินทางไปอีกสองสามวันก็สามารถเดินทางได้ใกล้เคียงกัน คนน้อยกว่า เที่ยวได้มากกว่า และราคาอาจจะเหลือเพียงครึ่งเดียว

พวกเขาดูรายการทีวียอดฮิต “หลัง” จากรายการฉายไปแล้วหลายชั่วโมงถ้ารายการนั้นดังมากๆ หลายวันถ้าเพื่อนๆ เริ่มพูดถึง และอาจจะหลายเดือนหรือปีถ้ามารู้ที่หลังว่ารายการนั้นน่าสนใจ พวกเขาไม่มีตารางเวลาที่จะกลับบ้านไปดูละครเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว

อิสระทางเวลากลายเป็นสิ่งที่พวกเขามองเป็นเงินได้อย่างชัดเจน ต่างจากคนรุ่นก่อนที่การไปเที่ยวช่วงเวลาซ้ำซ้อนกับคนอื่นก็ทำให้รถติดบนทางไปหัวหินไม่กี่ชั่วโมง ลักษณะงานที่เป็นงานประจำและทำงานต่อเนื่องยาวนานแทบไม่มีการเปลี่ยน เวลาเข้างานตรงเวลาออกจากงานตรงเวลา

น่าสนใจว่าความต่างเช่นนี้ถ้าใครเข้าใจและปรับกระบวนการทำงานได้ก็คงมีโอกาสเลือกคนได้เยอะขึ้นไม่น้อย ลองคิดสภาพออฟฟิศที่เปิดโอกาสให้เลื่อนวันหยุดได้ตามใจชอบ ทำไมคุณจะไม่มาทำงานช่วงสงกรานต์ ถ้ารถในกรุงเทพมันจะโล่งสบาย และรอไปเที่ยวอีกสักสัปดาห์หลังจากนั้น ชั่วโมงทำงานที่เลือกได้ว่าอาจจะเข้างานสิบโมงออกจากงานสองทุ่มหลบรถติด

บางทีพวกเขาก็ไม่ได้อยากเป็น “ฟรีแลนซ์” ที่ไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น แต่ออฟฟิศดั้งเดิมไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตพวกเขาได้

 

เทคโนโลยีทำให้คนเท่ากัน

อ่านหนังสือ In Order to Live ของ Park Yeonmi อยู่แล้วเจอเรื่องเล่าตอนหนึ่งที่ Yeonmi ได้พบกับ “ผ้าอนามัย” เป็นครั้งแรกทำให้นึกขึ้นได้ว่าผ้าอนามัยเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้ความเท่าเทียมระหว่างเพศเป็นจริงได้เช่นทุกวันนี้

Yeonmi เล่าถึงเกาหลีเหนือที่ผู้หญิงไม่สามารถออกจากบ้านได้เดือนละหลายๆ วันเพราะประจำเดือน พอเธอมาเจอกับผ้าอนามัยทำให้เธอสามารถไปไหนมาไหนได้แม้แต่ในช่วงที่มีประจำเดือน

กลับมาคิดดูด้วยมุมมองของคนที่เหมือนเดินทางข้ามเวลามา 50-60 ปีอย่าง Yeonmi ข้อจำกัดอย่างประจำเดือนทำให้ยังทำให้ผู้หญิงทั่วโลกสามารถทำงานได้เท่าเทียมผู้ชายได้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างมาก เทคโนโลยีในวันนี้เอง เมื่อมันซึมซับเข้าไปในสังคมก็อาจจะเปลี่ยนสังคมในระดับเดียวกัน

อย่างเทคโนโลยีสำหรับผู้หญิง เช่น การมีลูกได้ในช่วงอายุที่กว้างขึ้นที่ทุกวันนี้เริ่มมีแล้วด้วยเทคโนโลยีการแช่แข็งไข่ (แต่ยังมีประเด็นอีกมาก) ในอนาคตผู้หญิงก็สามารถเติบโตในหน้าที่การงานจนพอใจ ครอบครัวที่มีทุนเริ่มต้นน้อยสามารถสร้างฐานะได้เป็นเวลานานจนกว่าจะมีลูก

เราเดินทางมาไกล และเส้นทางที่เราเดินไปอาจจะทำให้เรารู้สึกแปลกๆ แต่ถ้ามองว่าเราคงย้อนกลับเส้นทางที่เราเคยผ่านมาแล้วไม่ได้ ในอนาคตก็อาจจะคล้ายๆ กัน

 

Platform as a Product

เรื่องแพลตฟอร์มเป็นเรื่องที่คนไอทีได้ยินกันมากในช่วงหลัง ตั้งแต่แอปเปิลมีแอปสโตร์ และกูเกิลมี Docs, Drive, Play, และ Plus  เราเห็นชัดเจนว่ามันมีประโยชน์อย่างไรกันบ้าง

แต่ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของแพลตฟอร์มไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกไอทีเท่านั้น อีกบริษัทหนึ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็นสินค้าได้อย่างรุนแรง คือ ร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เราได้ยินชื่อบ่อยๆ อย่าง IKEA แถมแพลตฟอร์มอย่าง IKEA ยังเป็นแพลตฟอร์มปิดแทบจะสมบูรณ์แบบ คนภายนอกเข้าไปร่วมอยู่ในแพลตฟอร์มได้ยากมาก และภายใน IKEA เองยังมีแพลตฟอร์มของตัวเองอีกหลายระบบในแต่ละชุดสินค้า

ตัวอย่างเช่นเก้าอี้นั่งเล่นพัวแอง (POÄNG) IKEA มีเก้าอี้ตระกูลนี้ตระกูลเดียวในเว็บถึง 159 รายการ

phaw-x-ng-keaxi-yok__0152988_PE311285_S4

แต่ IKEA ไม่ได้ทำ 159 รายการนี้ออกมาจริงๆ ที่จริงแล้วพัวแองเป็นเพียงแพลตฟอร์มของเก้าอี้นั่งเล่นเท่านั้น มันคือสเปคกลางที่เข้ากันได้ระหว่างของสี่ชิ้น ได้แก่ โครงเก้าอี้, เบาะเก้าอี้, โครงวางเท้า, และเบาะวางเท้า ทั้งสี่ชิ้นมีขนาดที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อเราซื้อเก้าอี้ ขณะที่เรากำลังเลือกว่าอยากได้รุ่นไหน ที่จริงแล้วเรากำลังเลือกว่าเราจะต้องการโครงเก้าอี้แบบไหน

Screenshot 2014-10-21 at 00.34.19Screenshot 2014-10-21 at 00.33.13

นอกจากรูปร่างโครงไม้แล้ว เรายังเลือกสีไม้อีกสามสี ทำให้เฉพาะโครงเองก็มีหกแบบ ทั้งหมดประกอบเข้ากับเบาซึ่งพอดีกัน เพัยง IKEA เพิ่มแบบเบาะขึ้นมาหนึ่งแบบก็จะได้เก้าอี้มาขายเพิ่มอีกหกรุ่นทันที

poang-footstool__0140161_PE300188_S4

พอขายเก้าอี้แล้วก็มาถึงเก้าอี้วางขา IKEA สามารถวางขายขาที่สีเข้ากันกับเก้าอี้เดิม เพราะจริงๆ ใช้วัสดุเดียวกัน ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ขณะที่วัตถุดิบตั้งต้นใกล้เคียงกัน เมื่อสต็อกผ้าแบบหนึ่งก็สามารถนำมาผลิตได้ทั้งเก้าอี้นั่ง และเกาอี้รองขา

xiwar-chan-khang__21487_PE106438_S4

แพลตฟอร์มแบบนี้มีจำนวนมากใน IKEA แพลตฟอร์มที่ใหญ่ๆ หน่อย เช่น ตู้หนังสือบิลลี่ (ขายชั้นวางเสริม, ประตูที่เข้ากันได้พอดี, ชั้นเสริมความสูง ฯลฯ), ตู้เสื้อผ้าพักซ์ (ขายโครง, ประตู, ชั้นวางภายใน), โต๊ะทำงานลินมูน (ขายพื้นโต๊ะแยกจากขาโต๊ะ โต๊ะ 5 ขาใช้ขาร่วมกับโต๊ะ 4 ขาธรรมดาได้ โต๊ะบางรุ่นใช้ตู้มาแทนขาได้ด้วยความสูงพอดีกัน น็อตเชื่อมตรงกัน), เตียงหลายตระกูลที่ขายแยกกันระหว่างพื้นเตียงและโครงเตียง, ไปจนถึงชั้นวางของ IVAR ที่ขายเป็นชิ้นๆ ชนิดที่ไม่น่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ในตัวเองได้ (ซื้อชิ้นเดียวแบบในภาพก็ขายนะ 400 บาท)

Screenshot 2014-10-21 at 00.54.15

มีคนเห็นคุณค่าของแพลตฟอร์มของ IKEA อยู่ไม่น้อย ในต่างประเทศมีร้านขนาดเล็กขายของที่ “เข้ากันได้” กับแพลตฟอร์มของ IKEA จำนวนมาก เช่น สติกเกอร์แปะตู้บิลลี่ได้พอดี ขาโต๊ะสำหรับคนที่เบื่อขาโต๊ะทำงานของ IKEA ฯลฯ ของพวกนี้จำนวนมากโฆษณาอยู่ใน IKEA Hackers 

ก็คงไม่ต้องแปลกใจที่ IKEA เกิดอยากจะสั่งห้ามโฆษณาหรือบังคับให้ปิดเว็บ

 

ไมโครซอฟท์

พบว่าช่วงหลังเกิดวิกฤติศรัทธากับไมโครซอฟท์ คือ ทุกคนใช้งาน แต่ทุกคนรู้สึกว่ากำลังใช้ “ของอื่นๆ” เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนลืมว่าต้องพึ่งไมโครซอฟท์อยู่ รู้ตัวอีกทีที่กำลังด่าตอน Windows Update แล้วกลับบ้านไม่ได้

นั่งคิดเล่นๆ ว่าไมโครซอฟท์พลาดอะไรไปบ้าง และควรทำอะไรถ้าเกมจะออกมาดีกว่านี้ นั่งคิดแบบเลวๆ ไม่คิดถึงว่าจากมุมมองในอดีตของไมโครซอฟท์มันต่างไป (ไม่รู้ว่าแอนดรอยด์จะชนะ ไม่รู้ว่า mobile/web จะโต)

  • เลือกชื่อให้ Metro ซะ เรื่องชื่อเป็นเรื่องที่ไมโครซอฟท์ทำได้แย่มาตลอด (แบบเดียวกับวิดีโอกล่อง iPod เมื่อหลายปีก่อน) ชื่อของ Metro แย่เป็นพิเศษ เพราะไร้ guideline อย่างสิ้นเชิง เรียก Metro/Modern/Windows8UI สุดท้ายเรียกสลับไปมา
  • Metro ควรมี runtime ให้ Windows รุ่นเก่า แนวคิดที่ล็อกให้วินโดวส์ไม่ไปไหนตอนนี้คือรอบ release นาน ปรับหลายอย่าง ฟีเจอร์เยอะ ซึ่งมันก็ดีในยุคหนึ่ง (และยังทำเงินเป็นกอบเป็นกำในยุคนี้) แต่ในยุค release early release often แบบตอนนี้ iOS ปล่อยปีละรอบ Android ปีละสองรอบ Chrome OS ไม่มีใครสนเลขเวอร์ชั่น การที่ไมโครซอฟท์ไม่สามารถผลักดันแพลตฟอร์มใหม่เพราะ “จะเก็บเป็นฟีเจอร์ให้เวอร์ชั่นใหม่” เป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก นักพัฒนาเห็นตลาด Windows ใหญ่เป็นทะเลแต่ไม่กล้าใช้แพลตฟอร์มใหม่ที่ไมโครซอฟท์นำเสนอ เพราะดันไปผูกกับเวอร์ชั่นล่าสุดที่คนใช้นิดเดียว
  • Surface RT เคอร์เนลวินโดวส์ทดสอบกับ ARM มานานแต่จุดแข็งของไมโครซอฟท์อยู่ที่ x86 ในท้ายที่สุด Surface RT อาจจะควรออกมา แต่ไม่ใช่ออกมาในภาวะ Metro ลูกผีลูกคน จริงๆ แล้วในจุดนั้นถ้าจะออกมา ก็ควรออกมาโดยไม่มี desktop ในภาพเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังมีเพราะ Windows 8  ทำงานบน Metro เต็มรูปแบบไม่ได้ แถม Office ก็ไม่มี Metro

โดยร่วมๆ จากนี้ยังไงเสียไมโครซอฟท์ก็ต้องปรับกระบวนการ ให้ release often กว่าเดิม แต่ปัญหาจะกระทบโมเดลธุรกิจที่เน้นขายซอฟต์แวร์และการอัพเกรดทีละเป็นร้อยดอลลาร์ ถึงจุดนั้นไมโครซอฟท์ก็ต้องเลือกว่าจะยอมเสียอะไรเพื่อให้ได้อิทธิพลของผู้ถือแพลตฟอร์มกลับมา