season change

ฉลอง​อีก​วัน​หนึ่ง​ใน​ชีวิต​ด้วย​การ​พา​ตัว​เอง​ไป​ดู​หนัง ตัดสิน​ใจ​อยู่​สอง​เรื่อง​ระหว่าง season change กับ the host แต่​สุด​ท้าย​แล้ว​ก็​เลือก​ดู​เรื่อง​เบาๆ ดี​กว่า

โดย​รวม​ก็​โอเค ไม่​เสีย​ดาย​ค่า​ตั๋ว แยก​ข้อ​ดี​ข้อ​เสีย​ให้​เลย​แล้ว​กัน

ข้อ​ดี

  • นาง​เอก​ใน​เรื่อง​ไม่​โชว์​ความ​น่า​รัก​จน​เว่อร์ เรื่อง​นี้​ตอน​แรก​กะ​ไม่​ดู​เพราะ​มี​แต่​คน​พูด​ถึง​แต่​นาง​เอก​จน​แทบ​ไม่​อยาก​ไป​ดู (กลัว​เนื้อ​เรื่อง​ห่วย…)
  • มุข​ตลก​ตลอด​เรื่อง ให้​โทน​หนัง​ขัด​เจน​ดี
  • Costume อ้อม ค่อน​ข้าง​ดี​มาก สลับ​โทน​ระหว่าง​น่า​รัก​กับ​แก่นๆ ไป​มา
  • เพลง​ที่​อ้อม​เล่น​แสดง​อารมณ์​เศร้า​ได้​ดี​ทั้งๆ ที่เพี๊ยน
  • เข้า​ใจ​ว่า​ตัว​แสดง​เล่น​ดนตรี​ได้​จริง​หมด หรือ​ถ้า​เล่น​ไม่​ได้​ก็​แสดง​เนียน​จัด​จน​ต้อง​ให้​เต็ม
  • แนะ​นำ​เพลง classic ได้​ดี
  • เพลง season change ตอน​หลัง​เพราะ​ดี

ข้อ​เสีย

  • ธีม “เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” แสดง​ตัว​ไม่​ชัดเจน เข้า​ใจ​ว่า​ผู้​กำกับ​อยาก​ให้​เหมือน​หนัง​ต่าง​ประเทศ ที่​หน้า​หนาว​ที ใบ​ไม้​ก็​แดง หิมะ​ตก​กัน​ไป​ข้าง แต่​ที่​นี่​เมือง​ไทย มี​แต่​ร้อน ร้อน​มาก และ​โคตร​ร้อน ผสมๆ กับ​ฝน​ตก​แบบ​สุ่มๆ โทน​ตรง​นี้​เลย​หาย​ไป
  • เรื่อง​ราว​ว่า​อ้อม​เล่น​ดนตรี​เพี๊ยนไม่แน่นพอ​รอง​รับ​ฉาก​ขอ​ทุน คน​ดู​อาจ​จะ​งง​ได้ ผม​เอง​ก็​งงๆ ไป​แป๊บนึง ต้อง​ไป​นึก​ถึง​ตัว​อย่าง​หนัง​เอา เข้า​ใจ​ว่า​โดน​ตัด​ออก​ไป​เยอะ
  • ฉาก​วิ่ง​ใล่จับ​ใส่​มา​ไม่​ค่อย​เข้า จง​ใจ​โชว์​นาง​เอก​เกิน​เหตุ ตัว​อย่าง​หนัง​มัน​มี​เลย​ไม่​อยาก​ไป​ดู แต่​จริงๆ ก็​มี​แค่​ฉาก​นี้​ที่​ชัด​มากๆ ฉาก​อื่นๆ ก็​เนียน​ดี
  • จีบ​ติด​ง่าย​มาก อะไร​มัน​จะ​ง่าย​อย่าง​นั้นฟ่ะ ไม่​เกิน​สิบ​นาที​ได้
  • ฉาก​บอ​ยนั่งดูคอนเสิร์ต​กระชาก​อารมณ์​คน​ดู​ออก​จาก​เนื้อ​เรื่อง​ไป​มาก ไม่​น่า​มี
  • หนัง​สนุก “พอๆ กัน” ทั้ง​เรื่อง ไม่​มี climax อารมณ์​ไม่​เปลี่ยแปลง​บ่อย อมยิ้ม​นิดๆ ไป​ทั้ง​เรื่อง​ตลอด บท​เศร้า​ไม่​หนัก ไม่​รู้​ใคร​คิด​เหมือน​ผม​บ้าง แต่​ผม​ชอบ​หนัง​กระชาก​วิญญาณ​คน​ดู…
  • ฉาก​ดุจ​ดาว​เล่น​คอนเสิร์ต​ต่าง​ประเทศ ผม​ดัน​ไป​จำ​ได้​ว่า​นัก​ดนตรี​ด้าน​หลัง​คือ​วง TPO ของ​มหิดล เสีย​อารมณ์​ไป​อีก​หน่อย
  • ฉาก​เดียว​กัน Costume ดุจ​ดาว​ไม่​ดี​เท่าใหร่ หลอกๆ ชอบ​กล
 

รักษา

ตลอด​ชีวิต​คน​เรา ไม่​รู้​กี่​เรื่อง​ที่​เรา​ทำๆ ไป​เพื่อ​การ “รักษา​มารยาท”

มัน​เป็น​เรื่อง​ดี​อยู่ ที่​เรา​จะ​สนใจ​ความ​รู้​สึก​ของ​คน​รอบ​ตัว​เรา แต่​หลายๆ ครั้ง​แล้ว ผม​พบ​ว่า​เรา​ถูก​สอน​ให้​การ​รักษา​มารยาท​นั้น เป็น​การ​รักษา​ความ​รู้​สึก​แบบ​ขอ​ไป​ที

เรา​โกหก​คน​รอบ​ตัว​กัน​ตลอด​เวลา เรา​แสดง​ความ​รู้​สึก​ที่​ดี​กัน​อย่าง​หน้า​ชื่น​ตา​บาน หลายๆ ครั้ง​เรา​อาจ​จะ​ชม​อาหาร​ที่​มี​เพื่อน​บ้าน​ทำ​มา​ให้​แล้ว​ไม่​อร่อย เรา​ขอบคุณ​เพื่อน​เรา​ที่​ให้​ของ​ขวัญ​ทั้ง​ที่​เรา​ไม่​ชอบ

เรา​เลือก​ที่​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​คำ​โกหก เพื่อ​ให้​เรา​รู้​สึก​ดี​ขึ้น​แม้​ใน​ระยะ​สั้นๆ

เรื่อง​น่า​เศร้า​คือ​ตลอด​ชีวิต​ของ​เรา มี​คำ​โกหก​ไม่​น้อย​ที่​ต้อง​ถู​เปิด​เผย​ใน​เวลา​ต่อ​มา ความ​จริง​ที่​แสน​เจ็บ​ปวด​สามารถ​ย้อน​กลับ​มา​แล้ว​แสดง​พิษสง​ของ​มัน​ได้​มากกว่า​ครั้ง​แรก​ที่​เรา​จะ​บอก​ความ​จริง​มาก​นัก

ผม​ไม่​อาจ​บอก​บท​สรุป​ได้​ง่ายๆ ว่า​เรา​ไม่​ควร​โกหก​เพื่อ​รักษา​มารยาท​กัน แต่​เมื่อ​เรา​เลือก​ที่​จะ​ปิด​บังความ​จริง​บาง​อย่าง​แล้ว เรา​ควร​ตระหนัก​อยู่​เสมอ…

ว่า​ความ​จริง​นั้น กำลัง​รอ​วัน​ย้อน​กลับ​เข้า​มา​ใน​ชีวิต​ของ​เรา​อยู่​ตลอด​เวลา…

 

novel writing

I am planning for my first full novel. While I has just a little experience in fiction writing, I decided to improve my experience by try to write a medium length novel. I think it would be about 200 – 300 pages pocketbook.

Most of fictions those I written was focus on very narrow topic. One story is just about one day of a man to go to see his girlfriend late. It very simple so I can write it without any planning. But while I plan for a full length novel, many things are far more harder. I has to plan the story outline, design many character and think about the places in the story.

Currently, I plan the story outline to be about a normal man in a metropolis which had a very routine life. One day, he decided to do things a little different. But the diifference he made brought him into the different world that he never saw.

If nothing went wrong, I hope this story would be finish within next chinese new year.

 

rework isn’t such good thing

While I love opensource so much for freedom to change anything I want to. Many times, I think opensource community spent too much effort to “rework” something those propietary softwares do have them. Most of these rework were happen for “compatible” dream.

Most clear example of this situation may be the Mono project. While I love this project so much, this project put very much effort on Windows.Form and hope to port many .NET application to Linux.

The drawback of this development path is Mono will never catch up with Microsoft’s API. When Windows.Form get nearly full compatible, Microsoft would be heavily promote their new API such as Avalon and within a year Mono will get far behind.

The way out of this loop may me to build some middle API like wxWindow to unified API for each platform. Developers would be have choice to write a portable code or stick to OS. The new API should be easy to port from major API as from MFC to wxWindow.

With this way, we can split the project to port program from “Windows.Form to Linux” into many projects. Frist project for developing new API. The rest project is to port (or fork) project those platform dependent into platform independent API.