She was pretty

4769_ShewasPretty_Nowplay_Small_v2

เห็นใน iflix กดมาดูเป็นเรื่องล่าสุด

  • เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีเนื้อเรื่องหลักเป็นประเด็นทางสังคมหรืออะไร มาแนวนิยายรักเป็นหลักเลย การหวนคืนของรักแรกอะไรแบบนั้น อันนี้จริงๆ เกือบทำให้ข้ามไป แต่เอาว่ะ เรื่องมันใหม่ (ปลายปี 2015) ลองดูหน่อย
  • พล็อตเรื่องหลักคือการกลับมาเจอกันของรักแรกสมัยเด็ก ผู้หญิงสวย ผู้ชายไม่หล่อ พอโตมาแล้วกลับข้าง กลายเป็นว่านางเอกไม่กล้าเจอ
  • พล็อตหลักประมาณนี้มันก็ต้องตามสเต็ปไปว่านางเอกต้องกลับมาสวยสักจุดในเรื่อง แต่ก่อนหน้านั้นพระเอกต้องยังรักอยู่  จะกลับมาสวยตอนกลางหรือตอนท้ายก็ได้ เรื่องนี้เลือกให้นางเอกกลับมาสวยตั้งแต่กลางเรื่อง โอเค template มาตรฐาน
  • แต่พล็อตหลักมีปัญหาหน่อย ช่วงเวลากลับมาสวยมันง่ายมาก เข้าใจว่าคงอยากทำให้คนดูตื่นเต้นว่าสวยแล้วเว้ยอะไรอย่างนั้น แต่เป็นปัญหากับเหตุและผลในเรื่องเอง สรุปพี่โตมาความเปลี่ยนแปลงคือหน้าเป็นกระ ที่เหลือก็เหมือนเดิม ผมหยิกก็เป็นแต่เด็ก ความไม่สวยที่เป็นที่มาของชื่อเรื่องคือการขี้เกียจทำผมกับแต่งหน้า? จริงๆ มันก็พอได้ ถ้าทิ้งเวลาบรรยายเพิ่มสักหน่อยว่าที่บ้านมีปัญหาเลยไม่รักสวยรักงามเหมือนตอนเด็กแล้วเพราะอะไร แต่เนื้อเรื่องก็ข้ามไปเฉยๆ
  • บทในเรื่องมีช่วงที่น่าสนใจหลายจุด การเปรียบเปรยเยอะ
    • ภาพวาดของเรอนัวร์ (ใช้ภาพ Dance in the Country) เป็นเนื้อเรื่องหลักว่าคนที่แอบมอง มาเป็นหนังไทยนี่เตรียมใช้เพลงคนข้างล่างประกอบได้เลย แต่จริงๆ การใช้ภาพนี้ตั้งแต่เด็กมันก็แปลกๆ หน่อยเพราะบทตอนเด็กมันไม่เห็นแอบมองกันอะไร คิดเล่นๆ ว่ามันอาจเล่นกับบทได้ว่าตอนเด็ก ผู้ชายเป็นฝั่งแอบมองอะไรแบบนั้นได้
    • หัวหอม อันนี้เป็น token เอาไว้มอง แทนกัน เข้าท่ากว่าเสื้อจากสปอนเซอร์หรืออะไรเยอะ
    • รองเท้าของเพื่อนนางเอก แม้จะเจ็บแต่ชอบแล้วก็ไม่ยอมปล่อย
    • การทายหัวก้อยที่จริงๆ แล้วไม่สนใจว่ามันจะออกหัวหรือออกก้อย (อันนี้ชอบ)
    • มีบทสั้นๆ อีกหน่อย เช่นจะไปซื้อรองเท้าให้ จะกลับไปที่ของตัวเอง
    • รวมๆ แล้วชอบการเขียนบทแบบนี้ เหมือนอ่านหนังสืออยู่
  • เป็นซีรีย์เกาหลีเรื่องแรกที่ดูแล้วจบแบบ happily ever after ปิดทางคิดต่อ เขาทั้งสองรักกันยาวจนลูกโต แบบเออ ก็น่าจะดีกับแฟนๆ ที่ช่วยลุ้นแต่ละตอน แต่ส่วนตัวชอบการจบแบบผ่านฉากหนึ่งของชีวิตไปมากกว่า
  • ที่แย่คือตอนสุดท้ายนี่เกือบทั้งหมดเป็นฉาก happily ever after เกือบหมด เพราะปมเฉลยไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้เล่น อาจจะเพราะตัดต่อไม่ดีเลยเหลือเวลาตอนสุดท้ายเพียบแบบนี้
  • ประเด็นสังคมที่แสดงมาในเรื่องหน่อยคือการมองคนว่าไม่เป็นคนด้วยการเรียกตำแหน่งห้วนๆ (เด็กฝึกงาน) ไม่มีชื่อ ไม่นับญาติ ไม่นับรุ่น อันนี้คนไทยไม่เห็นกันเพราะคิดอะไรไม่ออกก็พี่น้องมาก่อนแล้ว
  • โฆษณากล้องนี่โอเค งานนิตยสารมันก็ต้องมีกล้องล่ะ แต่ปี 2015 นี่จ็อปส์ตายไปหลายปีแล้ว ทำไมยังคิดว่าการเอานิ้วรูดจอเลื่อนภาพยังเจ๋งพอเอามาโฆษณาอยู่?
  • ร้านกาแฟนี่ดีมาก ใส่ไปกับเนื้อเรื่อง ไม่หลอก อันนี้ส่วนตัวเดินไปซื้อกาแฟร้านเดิมๆ บ่อยๆ ก็คิดว่ามันก็ประมาณนี้ ไม่เห็นแปลกอะไร
  • มือถือซัมซุงในเรื่องนี้โอเค เสียงเรียกเข้า + background มาตรฐานก็พอจะทำให้เด่นมากแล้ว ไม่หลอกมาก
  • Samsung Pay + Gear นี่แย่ โผล่มาแบบโดดๆ ไม่เข้าอะไรกับเนื้อเรื่อง Gear นี่จริงๆ เล่นกับความเบลอๆ ของพระเอกสักหน่อย แล้วผูกเรื่องว่านางเอกซื้อให้บลาๆ แบบนั้นก็ยังดีกว่า ให้มันโผล่มาแบบมีที่มาหน่อย
  • ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่วันก่อนขึ้นรถเมลแล้วเห็นคนหยิบ Samsung Edge สักตัวออกมาแชต
 

เลขสำหรับโอนเงิน

เมื่อเราบอกเลขสำหรับโอนเงิน เป็น

  • เลขบัญชี
    • ฝ่ายตรงข้ามรู้เลขบัญชี
    • เลขนี้เป็นของเราตลอดไป
    • เมื่อเลิกใช้คนอื่นมาสวมไม่ได้
  • เลขบัตรประชาชน
  • เบอร์โทรศัพท์
    • ฝ่ายตรงข้ามโทรหาเราได้ ส่ง SMS หาเราได้ (ขายประกันได้, ขายบัตรเครดิตก็ได้)
    • แอด WhatsApp, Telegram ก็ได้
    • เลขนี้เป็นของเรา จนกว่ามันจะไม่เป็นของเรา (1, 2, 3)
    • เมื่อเราเลิกใช้ สักวันมันจะกลายเป็นของคนอื่น
 

LINE Hidden Chat

LINE อัพเดต

  • ยัง verify key ได้อยู่
  • แต่ก็คุยบน Chrome App ได้เลย แค่ล็อกอิน (ไม่ใช่ QR login แบบ Signal/WhatsApp) แถมโทรศัพท์ offline ก็ยังส่งข้อความได้
  • แสดงว่า key ส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์? กระบวนการดูประหลาด LINE ไม่เปิดเผยว่ากระบวนการเข้ารหัสเป็นยังไง กรณี Signal/Whats App ไม่เคยส่งกุญแจออกจากเครื่อง เลยใช้บนเดสก์ทอปไม่ได้เวลาโทรศัพท์ offline
  • ตั้งเวลาก็ไม่ได้
  • ดูอาการแล้ว LINE จะไม่สนใจการแชตอย่างเป็นความลับแล้ว แค่ใส่ end-to-end เอาไว้แบบแปลกๆ ให้ได้ชื่อว่าเข้ารหัส
  • เมลไปถามซัพพอร์ตแล้วตอบไม่รู้เรื่อง โยนหน้าวิธีการใช้มา
 

ความเป็นส่วนตัว

ช่วงนี้อ่านหนังสือเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวหลายเล่ม (สองเล่มหลักคือ Data and Goliah กับ The Smart Girl’s Guide to Privacy) คิดขึ้นมาได้ว่าทำไมความเป็นส่วนตัวในบ้านเราถึงไม่ค่อยดีนัก

คำอธิบายในหนังสือมักระบุว่าความเป็นส่วนตัวไม่ใช่ประเด็นของสิ่งที่เราต้องปกปิด แต่เป็นความสามารถในการควบคุมว่าเราจะนำเสนอด้านไหนของเราออกไป และนำเสนออย่างที่เราต้องการ ในช่วงเวลาที่เราต้องการ

ในแง่ของ mindset คนรอบๆ ตัว มักจะละเลยการมองว่าคนเราจริงๆ แล้วมีหลายด้าน และเรารู้จักเขาเท่าที่เขานำเสนอมา โดยไม่จำเป็นว่าการนำเสนอเช่นนั้นเป็นการหลอกลวงแต่อย่างใด แต่เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขา ทำให้เขาแสดงตัวตนออกมาแบบหนึ่ง และเราแสดงตัวตนของเราออกไปอีกแบบหนึ่ง

เรานำเสนอตัวตนของเราในแบบหนึ่งในที่ทำงาน เรานำเสนออีกแบบหนึ่งกับครอบครัว และเราอาจจะนำเสนออีกแบบหนึ่งกับเพื่อน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การปลอมแต่อย่างใด เราอาจจะอยู่กับตัวตนหลายรูปแบบเหล่านี้ไปจนวันตาย

การตระหนักว่าแต่ละคนมีสิทธิ์นำเสนอตัวตนตามที่ตัวเองต้องการจึงเป็นแนวคิดสำคัญของความเป็นส่วนตัว ขณะที่ความคิดของคนจำนวนมากมักไม่ตระหนักว่าคนเราสามารถนำเสนอตัวตนได้หลายแบบ เรามักคิดว่าคนเรามีเปลือกนอก กับตัวตนที่แท้จริงเพียงเท่านั้น การที่คนๆ หนึ่งเสียความเป็นส่วนตัวไปจึงไม่ได้เสียอะไรมากไปกว่ามีคนที่รู้ตัวตนที่แท้จริง มองภาพแบบละคร ถ้าตัวตนที่แท้จริงของเราไม่ใช่ตัวร้าย เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรที่มีคนรู้ตัวตนที่แท้จริง

ยกตัวอย่างการใส่ชุดว่ายน้ำ เราอาจจะใส่ชุดว่ายน้ำที่ค่อนข้างเปิดเผยเนื้อหนัง แต่เราเลือกที่จะใส่มันในเวลาที่เราต้องการ สถานที่ที่เราต้องการ (อาจจะชายทะเล) ขณะเดียวกันเราเลือกที่จะใส่ชุดทำงานเต็มรูปแบบเมื่อเราเข้าออฟฟิศ

มันไม่มีความจริงหรือความเท็จ การปกปิดหรือการเปิดเผย เราไม่สะดวกใจหากต้องใส่ชุดว่ายน้ำเข้าออฟฟิศไปทำงาน นายจ้างไม่ควรสิทธิ์บังคับลูกจ้างให้แต่งตัวเปิดเผยเช่นนั้นโดยอ้างว่าเวลาไปทะเลก็ใส่กันได้ เช่นเดียวกับข้อมูลอื่นๆ ที่เราคุยกับใคร นัดใครไปกินข้าวที่ไหน เราจะบอกอะไรใคร มันก็ไม่ควรมีใครบังคับให้เราทำ โดยอ้างว่าทีกับคนอื่นทำได้เช่นกัน