สแตมป์, สิทธิ์แลกซื้อ, และสมาชิก

เห็นโพสนี้ของ @tpagon เลยคิดขึ้นได้ว่าจะเขียนเรื่องนี้นานแล้ว

ในหนังสือ Data and Goliath พูดถึงเรื่องการสมัครสมาชิกสะสมแต้มว่าตัว Bruce ไม่ชอบใช้นัก เพราะมันติดตามตัวได้  เลยมานึกได้ว่าในระบบสมนาคุณลูกค้า ความสามารถในการติดตามตัวนั้นต่างกัน

  • สมาชิก บัตรสมาชิกทั้งหลาย รวมถึงบัตรจ่ายเงินที่ลงทะเบียนชื่อ มีอำนาจการติดตามสูงสุด มันผูกพฤติกรรมการใช้งานของเราเข้ากับตัวตนของเราอย่างสมบูรณ์ ผู้เก็บข้อมูล จะรู้ว่า ใคร จ่ายอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน แม้เราเลิกใช้งานแล้วก็ยังมีข้อมูลตัวตนเราผูกกับประวัติในอดีตว่าเราเคยซื้ออะไร ที่ไหน เมื่อไหร่
  • สิทธิ์แลกซื้อ อันนี้ของ 7-11 ในความเป็นจริงน่าจะเทียบเท่ากับบัตรจ่ายเงินที่ไม่ลงทะเบียน มันมีอำนาจการติดตามข้ามครั้งการจ่าย ครั้งที่แล้วจ่ายอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ (จึงได้สิทธิ์แลกซื้อมา) และผูกเข้ากับการจ่ายครั้งต่อๆ ไป (อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่) มันไม่มีอำนาจในการติดตามตัวตน (เพราะเราไม่ได้ให้ข้อมูล) กรณีของบัตรจ่ายเงิน อำนาจการติดตามการจ่ายจะค่อนข้างมาก เพราะเราใช้ต่อเนื่องยาวนาน ทำให้รู้พฤติกรรมมากขึ้น เช่น มักจะขึ้นรถไฟที่ไหน ลงที่ไหน ซื้ออะไรบ่อยๆ ฯลฯ เมื่อเราเลิกใช้แล้วและพฤติกรรมเปลี่ยนไป (เช่นย้ายบ้าน) และเปลี่ยนบัตร ก็ยากที่จะผูกข้อมูลเดิม เข้ากับตัวตนของเรา
  • สแตมป์ ใกล้เคียงเงินสด (ไม่เหมือนทีเดียวเพราะจริงๆ ธนบัตรยังมีเลข) แต่ลักษณะการใช้งานคือไม่สามารถติดตามได้ว่าสิทธิ์นี้ได้มาจากไหน เมื่อไหร่ เพราะอะไร เราอาจจะใช้ 7-11 สองสาขาที่บ้านและที่ทำงาน แต่ไม่ว่าเราจะใช้ยาวนานแค่ไหนก็ไม่สามารถผูกข้อมูลได้ว่ามีการใช้งานข้ามไปมาระหว่างสาขา
 

The Handmaiden

ช่วงนี้หนังเกาหลีเข้าเป็นพรีวิวใกล้ๆ กันสองเรื่อง คือ Train to Busan กับเรื่องนี้ คิดๆ อยู่ว่าจะดูเรื่องไหน ตอนแรกคิดว่า Train to Busan เข้าแล้วเลยจะรีบไปดู ปรากฎว่าเป็นช่วงพรีวิว เลยคิดว่าไว้รออาทิตย์หน้าก็ได้

ไม่เคยได้ยินชื่อเรื่องนี้มาก่อนจนเห็นรอบฉายในลิโด้ คนดูพบว่าคะแนนสูงมาก (IMDB 8.0, Rotten Tomatoes 92%) แม้ว่าจะเป็นหนังเรต แต่สุดท้ายก็ไปดู (น่าจะเป็นหนังเรตเรื่องแรกที่ดูในโรงเลย)

  • ใน IMDB จัดหมวดเป็น Drama, Romance แต่ออกมาจากโรงแล้วไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ ไปดู Rotten Tomatoes จัดเป็น Erotic Thriller คิดว่าตรงกว่ามาก
  • ถ้าไม่นับฉากทางเพศที่แรงกว่าหนัง thriller อื่นๆ แล้ว เรื่องนี้มีความเป็น thriller สูงมาก ฉากทางเพศแรงๆ นับจริงๆ น่าจะไม่เกิน 20 นาทีจากทั้งเรื่องสองชั่วโมงครึ่ง (แต่ตอนนั่งอยู่ในโรงฉากพวกนี้มันก็จะรู้สึกว่านานกว่าปกติอ่ะนะ)
  • ในเรื่องเป็นเรื่องยุคญี่ปุ่นครองเกาหลี บทพูดเล่นกับการสลับคำพูดญี่ปุ่น/เกาหลีหลายจุด รวมถึงการเล่นกับตัวอักษร คนไทยไม่รู้เรื่องทั้งคู่ บางทีดูๆ ไปก็ไม่รู้ว่ามันสลับภาษากัน
  • ภาพไม่สวยมาก ไม่รู้คิดเองรึเปล่า แต่ฉากหลายฉากน่าจะถ่ายออกมาได้สวยกว่านี้ ฉากวิวในสวน หรือฉากห้องอ่านหนังสือ ตัวฉากดูสวยงามอลังการดี แต่ภาพออกมาดูจะแบนๆ สักหน่อย อาจจะตั้งใจจัดแสงให้สมจริงมากกว่าเน้นความสวย
  • หนังดีสมคำชม ไม่ผิดหวังที่ไปดู ดูเสร็จแล้วออกมานั่งคิดว่าด้วยบทแบบนี้ ถ้าผู้กำกับยอมลดความแรงลงให้เป็นหนัง thriller ทั่วไปมันน่าจะทำเงินได้มากกว่านี้ แต่คิดอีกทีก็ไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาได้ดีแบบนี้ไหม
  • รวมๆ ฉากทางเพศที่ใส่มามันมีเหตุผลของมันอยู่พอสมควร มันย้ำความสัมพันธ์ของคนในเรื่องทำให้เนื้อเรื่องมันชวนให้ “เชื่อ” ได้มากขึ้น แต่บางฉากที่จริงๆ ไม่ต้องมีก็ได้ นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะใส่มาทำไม
  • ถ้าใครโอเคกับฉากทางเพศแรงๆ หน่อย รวมๆ ก็น่าไปดู
 

UiiSii HM7

IMG_20160801_211417

ซื้อให้ตัวเองหลังทำงานเสร็จชิ้นนึง (สักที)

  • หูฟังจีนน่าสนใจมีหลายตัวในช่วงหลังๆ หลายตัวราคาโคตรแพง เจ็ดแปดพันก็หาไม่ยากนัก แต่คิดไว้ว่าจะหาถูกๆ มาฟังเล่นดู ประเภทเกี่ยวอะไรขาดก็ไม่เสียดาย
  • เจอตัวนี้จาก AudioBudget น่าสนใจเพราะเป็นตัวถูกที่สุดในบรรดาที่เว็บให้ 5 ดาว ตัวก่อนหน้านี้ของผมใช้ Xiaomi Piston 4 ยังได้ 4.5 ดาว
  • HM7 ราคาแค่ 6.5-7 ดอลลาร์ ราคาประมาณหน้ากล่อง 49 หยวน (ตัว 5 ดาวอื่นๆ อย่างต่ำๆ ก็ 16 ดอลลาร์)
  • วัสดุดูแย่กว่า Xiaomi มาก (อันนั้นเหล็กมีลายสาก ดูมีราคากว่ามาก) อันนี้พลาสติกธรรมดาๆ เลย ดูเหมือนหูฟังจีนทั่วไป แถมเปิดกล่องมาสายตรงไมโครไฟหักงอไปอีก ไม่ประทับใจกับ package
  • แต่พอฟังเสียงก็ไม่มีอะไรโต้แย้ง เสียงดีกว่า Xiaomi ที่ใช้อยู่พอสมควร รายละเอียดครบกว่า เบสบวมๆ แปลกๆ นิดนึง
  • เคยกดหูฟังจีนมาลองเล่นๆ ก่อนหน้านี้พบว่ามันแย่มาก ตัวนี้เลยยืนยันว่าโอเค หาดีๆ มันก็มีดีทีเดียวในราคาจีนๆ อยู่จริงๆ
  • ราคานี้และเสียงแบบนี้ก็ใส่เดินไปเดินมาได้จริงๆ เกี่ยวอะไรขาดไม่ต้องฟูมฟายมาก
  • ไว้รอบหน้าจะลองหา 5 ดาวตัวอื่นมาเล่นดู