นักการเมือง

ใน​ฐานะ​นักการ​เมือง​เรา​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​การ​ปฎิวัติ​ทุก​รูป​แบบ แต่​เวลา​ที่​ผ่าน​มา​ต้อง​ยอม​รับ​ว่า​การ​ปกครอง​ที่​ผ่าน​มาส​ร้าง​ความ​เสีย​หาย​ให้​กับ​ชาติ​ไป​มาก…
You Know Who

สิบ​ปี​ผ่าน​ไป สมมติ​ว่า​ชาติ​เจริญ ไทย​ขึ้น​แท่น​เป็น​ผู้​นำ​เศรษฐกิจ​โลก

ตลอด​หลาย​ปี​ที่​ผ่าน​มา เรา​เป็น​ผู้​สนับสนุน​การ​ทำ​รัฐประหาร​ตั้งแต่​ที​แรก เรา​มี​ความ​เชื่อ​มั่น​ว่า​นั่น​เป็น​ทาง​พา​ชาติ​มา​สู่​ความ​เจริญ​เช่น​ทุก​วัน​นี้
You Know Who

หรือ​เกิด​ชาติ​วิบัติ เกิด​สงคราม​กลาง​เมือง​ใน​อีก​สิบ​ปี​ข้าง​หน้า

เรา​ได้​พยายาม​แสดง​ความ​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​การ​ก่อ​รัฐประหาร​ตั้งแต่​ครั้ง​แรก เหตุการณ์​ทั้ง​หมด​ที่​เกิด​ขึ้น เป็น​ผล​พวง​จาก​ความ​ผิด​พลาด​ใน​ครั้ง​นั้น
You Know Who

 

ไทย

รำคาญ​เมือง​ไทย ขอ​สัก​ที​แล้ว​กัน

เมื่อ​ใหร่เรา​จะ​เรียน​รู้​กัน​สัก​ที​ว่า​นักการ​เมือง​ไทย​ไม่​มี​เทวดา นักการ​เมือง​ผ่าน​การ​เลือก​ตั้ง ไม่​ได้​ผ่าน​จาก​พิจารณา​จาก​สวรรค์ ทุก​ครั้ง​ที่​เรา​เปลี่ยน​แปลง ปฏิรูป ฯลฯ เรา​ตั้ง​ความ​หวัง​ลมๆ แล้งๆ ว่า​จะ​มี​คน​ดี​เข้า​มา​บริหาร​ประเทศ คน​ดี​ที่​ทุก​คน​ใน​ชาติ​เห็น​ตรง​กัน​ว่า​เป็น​คน​ดี!!!!!

ไม่​กี่​คน​หรอก เกิน 60 ล้าน​ไป​ไม่​เท่าใหร่

ผม​ไม่​แน่​ใจ​ว่า​การ​เปลี่ยน​แปลง​ครั้ง​นี้​จะ​เปลี่ยน​ไป​อย่าง​ไร​บ้าง แต่​ที่​แน่ๆ คือ​มัน​จะ​ไม่​ได้​ประโยชน์​เลย​ถ้า​เรา​ยัง​เพ้อ​เจ้อกับ​ความ​คิด​ประเภท​ที่​ว่า “รวย​แล้ว​ไม่​โกง”, “ดัง​แล้ว​ไม่​โกง” หรือ “เคย​บริจาค​เงิน​เยอะ​แล้ว​ไม่​โกง” ไม่​รู้​กี่​ครั้ง​ต่อ​กี่​ครั้ง​แล้ว ที่​เรา​มอง​คน​นั้น​คน​นี้​ว่า​เป็น​คน​ดี สิ่ง​ที่​เรา​พบ​เจอ​ตลอด​เวลา คือ​ความ​สงสัย​ว่า​ทำไม​คน​ที่​เรา​เคย​คิด​ว่า​ดี​นั้น​จึง​เลว​ลง​เรื่อยๆ

แต่​เรา​ก็​ไม่​เคย​เรียน​รู้ หรือ​บาง​ที​เรื่อง​นี้​อาจ​จะ​แก้​ไข​ไม่​ได้​ก็​เป็น​ได้ เรา​อาจ​จะ​ต้อง​รอ​เทวดา​มา​จุติ​เป็น​นักการ​เมือง

จุด​บกพร่อง​ของ​การเมือง​ไทย อาจ​จะ​อยู่​ที่​ประชาชน​เอง​นั่น​แหละ….

 

Blognone 3.0: The User Interface

ทุก​วัน​นี้​การ​ใช้​งาน Blognone มัก​มี​การ​เข้า​ชม​หน้า​เว็บ​ประมาณ 2.2 หน้า​ต่อ​การ​เข้า​เว็บ​ใน​แต่​ละ​ครั้ง เท่า​ที่​ดู​เว็บ​เมือง​ไทย​แล้ว โดย​เฉลี่ย​มัก​อยู่​ที่​ระดับ 7 หน้า​ขึ้น​ไป​เป็น​ส่วน​ใหญ่

ผม​มี​เป้า​หมาย​ว่า Blognone 3.0 นั้น​ต้อง​มี​ค่า​การ​เข้า​ชม​หน้า​เว็บ​ให้​ต่ำ​กว่า 1.6 หน้า​ต่อ​การ​เข้า​เว็บ​ใน​แต่​ละ​ครั้ง​ให้​ได้ ผม​ว่า​มัน​น่า​รำคาญ​ที่​คน​เข้า​เว็บ​เพื่อ​ต้อง​การ​อะไร​บาง​อย่าง ถูก​หลอก​ล่อ​ไป​มา​โดย​เข้า​ของ​เว็บ​เพื่อ​ให้​วน​เวียน​ใน​เว็บ​ของ​ตน​เอง

Blognone ต้อง​แตก​ต่าง ใน Blognone 3.0 ที่​หน้า​แรก​ของ​เว็บ ผู้​ใช้​ควร​ทำ​ฟังก์ชั่นพื้นฐานได้ทั้งหมด ตั้งแต่​การ​อ่าน​ข่าว อ่าน​คอมเมนต์ ไป​จน​ถึง​การ​คอมเมนต์ ทั้ง​หมด​ทำ​โดย​การ​ส่ง​ข้อมูล​ทั้ง​หมด​ไป​ตั้งแต่​ที​แรก แล้ว​ซ่อน​โดย​การ​ใช้ CSS/Javascript ทั้ง​หมด ฟังก์ชั่นการทำงาน​ส่วน​ใหญ่​เป็น​การ “โชว์” ข้อมูล​ที่​ถูก​โหลด​มา​ตั้งแต่​ต้น​มากกว่า​จะ​เป็น​การ​เข้า​หน้า​ใหม่

แนว​คิด​คือ​ส่วน​ใหญ่​แล้ว คอม​เมนต์นั้น​มี​ขนาด​ไม่​ใหญ่​มาก การ​สร้าง Connection ใหม่​นั้น​เสีย​เวลา​ผู้​ใช้​มากกว่า​การ​โยน​คอม​เมนต์ทั้ง​หมด​ไป​ให้​ผู้​ใช้​ตั้งแต่​ที​แรก

จะ​ไม่​มี​แบนเนอร์, หน้า Pop-Up หรือ Intro ตลอด​เวลา​ที่​ผม​บริหาร Blognone แน่​นอน ผู้​ใช้​เข้า​มา​อ่าน​บท​ความ สิ่ง​ที่​คุณ​ได้​คือ​บท​ความ​ใน​ทันที ส่วน​เรื่อง​อื่นๆ ถ้า​ต้อง​การ​เพิ่ม​เติม​จึง​ต้อง​โหลด​เพิ่ม​เอา​ใน​ภาย​หลัง

 

เกอิชา

หลัง​จาก​อ่าน​หนังสือ​ความ​ยาว 900 หน้า​จบ​ใน​สี่​วัน​แล้ว​พบ​ว่า​คิด​ถูก​ที่​เลือก​ซื้อ​หนังสือ​เล่ม​นี้

บท​สรุป​ง่ายๆ สำหรับ​หนังสือ​เรื่อง Memoir of Geisha ที่​แตก​ต่าง​จาก​หนัง​นั้น อาจ​จะ​บอก​ได้​ว่า ขณะ​ที่​หนังสือ​พยายาม​ธิบายวัฒนธรรมของญี่ปุ่นให้​ชาว​ตะวัน​ตก​เข้า​ใจ ตัว​หนัง​นั้น​พยายาม​ปรับ​วัฒนธรรม​ญี่ปุ่น​ให้​เข้า​กับ​วัฒนธรรม​ตะวัน​ตก

โดย​เฉพาะ​ใน​เรื่อง​เพศ แน่​นอน​หนังสือ​เรื่อง​เกอิชา​จะ​หนี​เรื่อง​เพศ​ไป​ได้​อย่าง​ไร​กัน

[ต่อ​ไป​นี้​สปอยแหลก!!!]

ขณะ​ที่​ตัว​ภาพยนตร์​นั้น​ยอม​รับ​เพียง​พิธี​มิสึอาเงะ (พิธี​เปิด​บริสุทธิ์​สาว​พรหมจรรย์) ตัว​หนังสือ​กลับ​สะท้อน​วัฒธรรมของญี่ปุ่นใน​ตอน​นั้น​ได้​ค่อน​ข้าง​ชัดเจน

ผม​เคย​อ่าน​จาก​ที่​ไหน​สัก​ที่​ระบุ​ว่า เรื่อง​เพศ​นั้น​ไม่​เรื่อง​น่า​รังเกียจ​สำหรับ​วัฒนธรรม​ญี่ปุ่น​มา​แต่​ไหน​แต่​ไร แต่​ผม​เอง​ก็​ไม่​เคย​เข้า​ใจ​มัน​ซัก​ที​จน​ได้​มา​อ่าน​หนังสือ​เล่ม​นี้

ขณะ​ที่​ใน​ตัว​ภาพยนตร์​นั้น​พยายาม​ออก​ตัว​ว่า​พิธี​มิ​สึอาเงะนั้น​เป็น​กรณี​ยกเว้น​เป็น​พิเศษ ที่​ผู้​ชาย​ที่​หลง​รัก​สาว​สัก​คน​จะ​ยัง​คง​ยอม​รับ​เธอ​อยู่​แม้​จะ​ผ่าน​พิธี​นี้​ไป​แล้ว เรื่อง​ราว​ใน​หนังสือ​ลง​ลึก​กว่า​นั้น​ด้วย​การ​บอก​เล่า​ถึง​การ​ยอม​รับ​ได้​ของ​คน​ญี่ปุ่น​ที่​แม้​หญิง​สาว​นั้น​จะ​ผ่าน​กระทั่ง​การ​มี​ดัน​นะ (เสี่ย​เลี้ยง) เป็น​ของ​ตัว​เอง

แม้​ใน​เรื่อง​คุณ​โน​บุ​จะ​แสดง​ท่า​ที​โกรธ​ตลอด​เวลา ความ​โกรธ​ที่​แสดง​ออก​มา​ไม่​ใช่​เพราะ​ซา​ยู​ริ​นั้น​ผ่าน​ชาย​อื่น​มา​หลาย​คน แต่​หาก​เป็น​เพราะ​หนึ่ง​ใน​นั้น​ไม่​มี​คุณ​โน​บุ​อยู่​ด้วย​ต่าง​หาก

ด้าน​ความ​รู้​สึก​ของ​ซา​ยู​ริ​นั้น​เล่า กลับ​ไม่​ได้​แสดง​ความ​รู้​สึก​ผิด​อะไร​ที่​เธอ​ต้อง​ผ่าน​ชาย​หลาย​คน กว่า​จะ​ได้​พบ​ท่าน​ประธาน​ใน​ตอน​ท้าย​ของ​เรื่อง

เรื่อง​พวก​นี้​ใน​ภาพยนตร์​นั้น​โดน​ตัด​ออก​เสีย​หมด ซึ่ง​ก็​ไม่​น่า​แปลก​ใจ​อะไร​เพราะ​มาตรฐาน​ตะวัน​ตก​นั้น​คง​แพร่​กระจาย​ไป​ทั่ว​โลก การ​แสดง​เนื้อ​เรื่อง​ตาม​หนังสือ​แล้ว​หวัง​ให้​คน​เข้า​ใจ​ทั้ง​หมด​ใน​เวลา​ไม่​ถึง​สอง​ชั่วโมง​จึง​เป็น​เรื่อง​ที่​แทบ​เป็น​ไป​ไม่​ได้

แต่​เรื่อง​หนึ่ง​ที่​ได้​จาก​การ​อ่าน​หนังสือ​เล่ม​นี้​คือ​แนว​คิด​ที่​คน​ญี่ปุ่น​ยกย่อง “ศิลปิน” อย่าง​เต็ม​ที่​ใน​ทุกๆ แขนง เรา​ได้​พบ​กับ​ศิลปิน​ใน​แขนง​อื่นๆ นอก​จาก​เกอิชา เช่น​จิตรกร นัก​แสดง ช่าง​ทำ​กิโมโน ฯลฯ อีก​มาก​มาย

ความ​รัก​ใน​วัฒนธรรม​ของ​ตัว​เอง​ที่​เหนียว​แน่น​เช่น​นี้ ผม​ก็​ยัง​คง​ไม่​เข้า​ใจ​ว่า​เป็น​ไป​ได้​อย่าง​ไร ที่​กระทั่ง​ทุก​วัน​นี้​ก็​ยัง​มี​เกอิชา​อยู่​นับ​หมื่น​คน​ใน​ญี่ปุ่น

มัน​คง​จะ​ดี​หาก​เรา​จะ​เรียน​รู้​ที่​จะ​รักษา​ตัว​ตน​ของ​ตัว​เอง​เช่น​นั้น​บ้าง

ปล. หา​พนัง​สือเรื่อง “ฟ้า​จรด​ทราย” มา​อ่าน​ไม่​ได้​เลย​แฮะ