Discrimination

เคยเรียนแล้วนั่งข้างคนจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วรู้สึกรังเกียจ หรือไม่อยากจะคุยไหม ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักเขา เราอาจจะเจอคนผิวดำแล้วรู้่สึกรังเกียจ หรือที่ทำงานของคุณอาจจะไม่ให้ผู้หญิงขึ้นตำแหน่งสูงๆ สักคน

เรื่องพวกนี้เราเรียกว่า Discrimination ซึ่งเป็นเรื่องของการแบ่งแยกความเป็นคน ให้บางคนสูงหรือต่ำกว่าบางคน ซึ่งมีหลายประเภทตั้งแต่การแบ่งแยกเพศ สีผิว ความพิการ ไปถึงอายุ อาจจะเคยได้ยินกับผู้จัดการทีมฟุตบอลในอังกฤษ ที่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า เขาเชื่อว่าการที่คนพิการแต่กำเนิดนั้น เป็นเพราะผลจากสิ่งที่เขาทำในชาติก่อนๆ ผลคือผู้จัดการทีมคนนั้นถูกร้องเรียนจากสมาคมคนพิการ และตำแหน่งก็กระเด็นไปโดยไม่ตั้งตัว

ในประเทศที่เจริญแล้วจะตื่นตัวกันเรื่อง Disrimination กันค่อนข้างมาก เท่าที่รู้ใบสมัครงานในบางประเทศจะไม่มีคำถามประเภท น้ำหนัก ส่วนสูง หรือเชื้อชาติ หรือถ้ามีก็จะไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาสัมภาษณ์เข้าทำงาน เพราะไม่อย่้างนั้นจะโดนฟ้องเอาง่ายๆ ส่วนเมืองไทยแม้คนไทยจะค่อนข้างเป็นมิตร แต่เรื่องพวกนี้ยังคงอยู่ในสังคมโดยเราไม่ค่อยมองเห็นปัญหากัน

เมืองไทยไม่ใช่ประเทศที่มีปัญหาเรื่้องนี้อย่างหนักๆ สักเท่าใหร่ เราไม่เคยมีการจับคนผิวดำมาเป็นทาส ไม่มีองค์กรบ้าๆ อย่าง KKK หรือการจับคนพิการไปฆ่าทิ้งอะไรอย่างนั้น แต่เรื่องพวกนี้เราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ของชาติอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องรอมันมาเกิดกับเรา

น่าเศร้าที่ความสบายของชาติไทยทำให้เราไม่เรียนรู้ถึงปัญหาที่มันมีอยู่ในสังคม ผมอยากจะร้องไห้เมื่อรุ่นพี่บางคนในสถาบันอุดมศึกษา มองว่าการที่มีคนต้องลาออกจากการเรียนเพราะรับกับระบบรับน้องไม่ได้ เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

เราต้องรอให้ประวัติศาสตร์ของชาติอื่นมาเกิดกับเราหรือ

เราถึงจะเรียนรู้

 

ทิศทาง

ข่าวล่าสุดใน Blognone ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า Blognone กำลังเดินออกจากทางที่ผมหวังให้มันเป็น

  • Blognone ไม่ใช่หนังสือเรียน
  • Blognone ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาหัดเล่นคอม
  • Blognone ไม่สร้างรายได้ให้ใคร นอกจากความพอใจในการมีส่วนร่วมเป็นการส่วนตัว

หลังๆ ผมพบว่าการที่คอมเมนต์มีแต่เรื่องที่ว่าใครสะกดคำไหนผิดสร้างความน่าเบื่อให้ Blognone อย่างเป็นที่สุด

มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีคอมเมนต์อย่างนี้อยู่บ้าง แต่การที่คอมเมนต์กว่าครึ่งเป็นเรื่องของภาษาไทย ทำให้ผมสงสัยตัวเองว่าเปิดเว็บอะไรขึ้นมากัน Blognone ไม่ใช่ที่ๆ รวมตัวของคนบ้าเทคโนโลยีมานั่งคุยกันแล้วหรือ

ผมสงสัยขึ้นเรื่อยๆ ว่าที่ผมคิดว่ามันจำเป็นต่อการเติบโตของ Blognone น่ะ

มันเรื่องจริงหรือ

 

ฺฺBlognone

mk เขียนเรื่องความคิดของ Blognone อีกครั้งหลังจากที่ใส่ข้อตกลงต่างๆ ลงไปในเว็บค่้อนข้างครบแล้ว เรื่องนี้ทำให้ผมกลับไปนึกถึงครั้งแรกที่คิดจะสร้างเว็บในชื่อ Slash-News มันเป็นเพียงความคิดง่ายๆ ที่จะรวมๆ เอาคนบ้าเทคโนโลยีมาช่วยกันเขียนข่าว

แม้ว่าจะมีความต่างกันในรายละเอียด เช่นว่าผมเป็นคนไม่สนในการใช้ภาษาเท่าใหร่  หรือผมเป็นคนประณีประนอมกว่า แต่โดยรวมแล้วแนวคิดที่จะสร้างเว็บที่เขียนข่าวโดยคนในวงการ และเขียนโดยมีความเคารพในสิทธิของเจ้าของข่าวต้นฉบับ

เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นต่างจาก Community ของ Blognone โดยรวมคือการทำให้ Blognone มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ ขณะที่ผมไม่ค่อยเชื่อว่าข่าวควรมีความน่าเชื่อถือสูงอะไรมากมาย ขอเพียงแค่มันเร็ว มันก็มีค่าที่จะเป็นข่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมถอยมาก้าวหนึ่งแล้วรอดูอยู่ว่า กับความพยายามที่จะทำให้เว็บที่เขียนโดยกลุ่มคนที่ส่วนมากไม่เคยเจอหน้ากันเลย จะสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาจำนวนมากขึ้นมาได้หรือไม่

ขณะที่ผมเชื่อในการใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย และเชื่อในพลังมวลชนที่ช่วยกัน เช่น วิกิพีเดีย ที่มีคนมุ่งจะทำให้ความถูกต้องมันหมดลงไป แต่โดยรวมแล้ว วิกิพีเดียก็เป็นเว็บที่มีเนื้อหาทรงคุณค่าอยู่จำนวนมหาศาล แต่วันนี้วิกิพีเดียเองก็ต้องยอมรับการการใช้การควบคุมในระดับหนึ่ง นี่คงเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับกัน

แต่คำถามอาจจะเป็นว่า การควบคุมระดับไหนจึงพอดี

 

ภาษาไทย

ยังมีปัญหากับวรรณยุกต์ในภาษาไทยอยู่ พบปัญหาใน Gecko ที่บนวินโดว์ งานนี้ใครเชี่ยว CSS มาเฉลยวิธีแก้กันหน่อยนะครับ