หัวหมาและหางเสือ

ผมอ่านเรื่องพวกนี้จาก mk มาหลายตอนว่าแล้วก็คงได้เวลาเขียนเรื่องพวกนี้กันซักที

[mk ตั้งคำถามว่าทำไมคน “ชั้นกลาง” โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ รวมถึงชั้นกลาง-สูง เช่นอาจารย์มหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด พากันกลับข้างไปมากันอย่างสนุกสนานในช่วงเวลาไม่ถึงสิบปีมานี้](http://www.isriya.com/node/2143/the-main-problem-of-thailand)

ผมเองเชื่อว่านี่คือปรากฎการณ์หัวหมาและหางเสือ…

ก่อนหน้ารัฐธรรมนูญ 2540 นั้นเราคงนึกกันออกว่าไม่ว่าคุณจะจบปริญญาไหนๆ หากคุณไม่ได้รวยระดับ 1% แรกของประเทศหรือมีตำแหน่งทางทหารอยู่ในระดับนายพลแล้ว อิทธิพลในเชิงการปกครองนั้นเข้าใกล้ศูนย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะการซื้อเสียงที่มากมายจริงๆ ในสมัยนั้น รวมกับการปฎิวัติที่ทำกันเหมือนการล้างบ้านประจำสัปดาห์ ทำให้ไม่ว่าเราจะเป็นคนชั้นกลางที่ผ่อนโซลูน่าอยู่ หรือชาวบ้านที่เลี้ยงควายอยู่ชายทุ่ง ล้วนไม่มีสิทธิไม่มีเสียงใดๆ ในทางการเมืองมากมายนัก

สุรยุทธเคยพูดในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่าเขารู้สึกว่าบ้านเมืองนี้ไม่ใช่ของเรา ผมคิดว่าความรู้สึกเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่สะท้อนชนชั้นกลางได้ค่อนข้างดี แต่ความรู้สึกนี้จริงๆ แล้วมันไม่ได้ต่างไปจากสมัยก่อนหน้าปี 2540 นัก แต่ก่อนหน้า 2540 นั้นคนทั่วไปรู้สึกว่า

“บ้านเมืองนี้__ไม่เคย__เป็นของเรา”

ชนชั้นกลางในสมัยนั้นคือ __หัวหมา__ ที่ไม่ว่าจะสูงส่งเพียงใดแต่ก็ยังเป็นหมาอยู่นั่นเอง

รัฐธรรมนูญ 2540 ให้ความเสมอภาคที่รุนแรงอย่างมากในสังคม รากหญ้ามีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจในระดับประเทศ ความไม่ลงรอยในรัฐธรรมนูญ 2540 นั้นเกิดจากความพยายามสร้างแนวทาง 1 คน 1 เสียงในสังคมไทย

สนธิเก่งกาจมากในการที่พยายามประกาศว่าชนชั้นกลาง (ที่เคยเป็นหัวหมา) นั้นจริงๆ แล้วเป็น__หางเสือ__ แม้จะเป็นเสือชั้นล่างๆ หน่อยแต่ก็ยังเป็นเสือ

แนวทางนี้อาจจะสะท้อนออกมาทางความเห็นของเด็กจบจุฬาฯ อย่างซูโม่ตู้ ที่กล่าวอย่างชัดแจ้งว่าในหนังสือของเขาว่า “ระบอบบ้านี่ ให้เสียงส่วนใหญ่ปกครอง กุลีเสียงเท่าเรา แล้วแบบนี้เราจะเรียนปริญญาตรีกันไปทำไมครับ”

จากคนที่ไม่เคยมีเสียงเท่าๆ กัน ในวันนี้สิ่งที่สนธิพยายามหยิบยื่นให้คนชั้นกลางคือ “ศักดินา” สนธิบอกแก่คนกรุงจำนวนนับล้านว่าจริงๆ แล้วเขาควรเป็นหางเสือที่มีสิทธิกดคนอีกหลายสิบล้านไว้ใต้การปกครองได้ และความวุ่นวายในวันนี้ประกันได้ว่าคนจำนวนไม่น้อยเลยที่อยากได้ศักดินานี้ไว้ในมือ

ถึงคนที่เหนื่อยหน่ายบ้านเมืองในวันนี้ คงต้องท่องไว้หนทางแห่งประชาธิปไตย และความเสมอภาคในสังคมนั้นใช้เวลานานมากในการสร้างขึ้นมา ฝรั่งเศสเองนั้นใช้เวลานับร้อยปีกว่าจะเรียนรู้มัน ระหว่างนั้นมีรัฐประหารอยู่หลายต่อหลายครั้ง เยอรมันเองนั้นก่อสงครามโลกไปแล้วสองครั้งกว่าจะเรียนรู้

ทั้งหมดต้องใช้เวลา นานบ้างสั้นบ้างตามปัจจัยจำนวนมาก

75 ปีของไทยนั้นยังเด็กนัก

 

ในที่สุด

หลังจากรอมานานแสน

ในที่สุดมันก็มา

ไม่ใช่ Android

ไม่ใช่ Dell E

ไม่ใช่ X200 Tablet

แต่มันคือ

ไอติมรสมะนาว

ให้ตายเถอะครับ กว่าจะออกมาได้ ต้องไปกินในร้านอยู่นานเท่าใหร่ ลูกละ 10 บาทเนี่ย

อันนี้ 69 บาท 725 กรัม กินกันให้สนุก

จริงๆ แล้วถ้าใครเคยไปกินหมูกะทะกับผมก็จะเห็นว่ามันโซ้ยไอติมพอๆ กับหมูอยู่แล้วนะ

 

กบฏ

[พี่เฮ้าส์เขียนเรื่องนี้](http://house.exteen.com/20080826/entry)ไว้พอดี เลยเอามาต่อมั่ง

ผมประณามการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ หลายต่อหลายครั้งว่าเป็นการกระทำของสื่อชั้นเลว ที่ไม่ได้มุ่งสร้างความเข้าใจในข้อเท็จจริงตามหน้าที่ แต่เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

มาวันนี้ ผมต้องบอกอย่างเดียวกันกับพี่เฮ้าส์ ว่าผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด พันธมิตรไม่ใช่อะไรเลย ไม่ใช่สื่อ ไม่ใช่ม๊อบ แต่พันธมิตรคือกบฏอย่างชัดแจ้ง

การกระทำของพันธมิตร เกินกว่าประกาศสิทธิมนุษยชนพื้นฐานฉบับใดๆ จะให้การรับรองไว้อย่างแน่นอน และไม่ควรมีการแถลงการจากกลุ่มใดๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมกับกลุ่มนี้อีกต่อไป

 

Agree

ไม่ว่างเขียนมาหลายวัน จริงๆ แล้วมีบทความเชิงเทคนิคจำนวนมากที่ผมอยากจะเขียนอยู่เรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้เขียนเพราะติดงานหลายๆ อย่าง และพบว่าการเขียนบทความที่คิดไว้ว่าจะกลายเป็นหนังสือนั้นใช้พลังมากกว่าที่คิดเยอะมาก

แต่วันนี้ขอแว่บมาเขียนเรื่องสั้นๆ สักหน่อยจากความเห็นล่าสุดในบทความเรื่อง [We’re just pity](http://lewcpe.com/blog/archives/688/were-just-pity/)

ไม่แน่ใจว่าหลายคนสังเกตรึเปล่า แต่บทความที่ผมเขียนและอ้างถึงแนวคิดของคนหลายๆ คนนั้น มีไม่น้อยเลยที่ความคิดเหล่านั้นเป็นความคิดที่ผมไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย แต่ความคิดเหล่านั้นเป็นความคิดที่__มีนัยสำคัญ__ที่ผมจะกลับไปนั่งคิดถึงและกลั่นกรองมันออกมาเป็นบล็อกซึ่งหลายๆ ครั้งเป็นแค่การสรุปสาระสำคัญของแนวคิดตามความเข้าใจของผมเอง

มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งจากรุ่นพี่ของผมเรื่องคนขับสามล้อถูกหวย เป็นเรื่องของคนขับสามล้อที่ถูกหวยมูลค่าหลายล้านบาท ชีวิตที่รายได้ต่อเดือนไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทกลับมีเงินที่คนทำงานเงินเดือนมากๆ ยังเห็นอยู่เพียงไกลๆ

เขาใช้เงินนั้นหมดไปในเวลาไม่กี่วัน….. แล้วกลับไปขับสามล้อตามเดิม

มีรายการทีวีรายการหนึ่งไปถามเขาว่าเขาเสียดายเงินหลายล้านนั้นบ้างไหมที่ใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว

คนขับสามล้อนั้นตอบว่าไม่เสียใจ และถามกลับว่าจะมีสักกี่คนในโลกนี้กันที่มีโอกาสใช้เงินได้อย่างเขา

น่าสนใจ!!!

แน่นอนผมเห็นด้วยกับการผลาญเงินโดยไม่คิดถึงสภาพความเป็นอยู่ที่อาจจะดีขึ้นจากเงินจำนวนนั้นได้ แต่เรื่องราวนี้ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่ มันเตือนให้ผมคิดว่ากี่ครั้งกันที่ผมจมอยู่ในความกลัวจนกระทั่งไม่กล้าทำอะไรบางอย่างที่ตั้งใจจะทำมาเป็นเวลานานแสนนาน ผมพลาดอะไรไปบ้างทั้งที่ผมไม่ควรพลาดมันไป

ปล. สำหรับน้องๆ ที่รอโจทย์ Shell Script

– ข้อแรก จงเขียนโปรแกรมตัดประโยคแรกของแต่ละบรรทัดใน Text file
– ข้อสอง จงเขียนโปรแกรมตัด e-mail ทั้งหมดใน text file (ใช้ regular expression)
– เรียงคำสั่งที่ใช้บ่อยที่สุดสิบคำสั่งแรกออกมา (มีเฉลยอยู่แถวนี้ด้วยนะ)
– เขียนโปรแกรมตัด Title ของเว็บ รับ argument เป็น url (ใช้ curl หรือไม่ก็ wget)