ลิ่วเลือก Latitude

ตั้งหัวข้อเลียนแบบ “ป๊อบเลือกฮิตาชิ” ไปงั้น

แต่วันก่อนตอนเขียนข่าว E2100 จะเข้าประเทศไทย ผมก็เขียนไปใน twitter ว่าถ้าทางเดลล์เอา E2100 เข้ามาประมูลผมจะเลิกเขียนข่าว ThinkPad 1 สัปดาห์

ถ้าใครตามข่าวที่ผมเขียน คงรู้ว่าผมเป็น ThinkPad Zealot ได้ที่เลย อันนี้คงช่วยไม่ได้ เพราะสมัยก่อนมันไม่มีเครื่องยี่ห้ออื่น IBM PC เป็นของแท้ ยี่ห้ออื่นมันก็แค่ Compatible ผมยังจำภาพตัวเองนั่งอ่านรีวิว ThinkPad Butterfly (ใครรู้จักมั่ง?) ใน PC Magazine ได้ มันคือสุดยอดวิศวกรรมที่โคตรเท่ห์ จนผมเริ่มใช้งาน ทุกอย่างก็ยังเป็นอย่างที่ผมหวัง ความทนทาน การเสียบอุปกรณ์เสริมได้ตามต้องการ ฯลฯ

ข่าว Latitude ไม่ได้เปลี่ยนความคิดอะไรเหล่านี้ ThinkPad ยังคงเป็นโน้ตบุ๊กที่ดีที่ผมใช้งานอยู่ทุกวัน (บริษัทซื้อให้ อยากเปลี่ยนคงต้องเปลี่ยนบริษัท) และมีแนวโน้มสูงว่าตัวต่อไปก็น่าจะเป็น ThinkPad เพราะความลงตัวด้านราคา และอุปกรณ์เสริมต่างๆ

แต่ประเด็นหลักคือการไปพบกับคุณ Matt ในงาน Meet The Man Behind ThinkPad ทำให้ผมรู้อะไรบางอย่างคือทีม ThinkPad ไม่ได้มีความคิดที่จะทำ ThinkPad ให้มันสวยขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาเชื่อเต็มที่ว่ามันก็สวยพอตัวอยู่แล้ว และการใช้งานทางธุรกิจก็เหมาะกับสีอย่างนั้นอยู่แล้ว

เพื่อนผมหลายคนไปซื้อแมคเพราะจะใช้พรีเซนต์งาน และนั่นมันการใช้งานธุรกิจเต็มตัว

Latitude นั้นเดิมในตระกูล D เองก็น่าเกลียดพอกัน สำหรับผมแล้วน่าเกลียดกว่า ThinkPad หลายเท่าตัว (แต่ผมก็เกือบซื้ออยู่ทีนึงเพราะประกัน on-site ThinkPad มันแพง)

แต่นับแต่ Latitude E เป็นต้นมา เดลล์ก็หันมาใส่ใจกับภาพลักษณ์ภายนอกอย่างจริงจัง

E4300

E4300

มันก็ไม่เห็นจะเสียจิตวิญญาญตรงไหนนี่หว่า?

ผมพูดเรื่องนี้มาหลายครั้งก่อนหน้านี้แต่ประกาศว่าจะเลิกเขียนข่าว ThinkPad 1 สัปดาห์เอาตอน E2100 เข้าไทยเพราะ E2100 ตอกย้ำบางเรื่อง

E2100 มันเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน นักเรียนที่เป็นฐานลูกค้าสำคัญของ ThinkPad เหมือนๆ กัน

E2100

E2100

การที่ ThinkPad ปฎิเสธที่จะออกแบบให้สวยนั้นมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากการผลักไสคนกลุ่มหนึ่งที่อยากใช้งานไปซื้อของจากคนอื่น

คอมพิวเตอร์มันไม่ใช่เครื่องจักรที่นักวิทยาศาสตรใส่เสื้อกาวน์หัวขาวๆ ใช้งานในห้องแลปอีกต่อไป

คอมพิวเตอร์คือแฟชั่น แฟชั่นคือธุรกิจ

 

มีมากมาย

ว่ากันว่า ในจักรวาลอันไกลแสนไกล ดาวบางดวงที่มีสิ่งที่ชีวิตอันทรงภูมิปัญญาอาศัยอยู่ไม่ต่างจากโลกเรา หากวันหนึ่งสิ่งมีชีวิตทรงภูมินั้นได้มาพบมนุษย์โลก จะต้องสงสัยว่าทำไมมนุษย์เราจึงคลั่งไคล้อะไรกับเพชรนิลจินดาทั้งหลายนัก

เพราะบนดาวของพวกเขานั้น สิ่งเหล่านี้ไม่มีค่าอะไร

ว่ากันว่า ชาวบ้านแถบทะเลทรายนั้นยินดีแลกทองคำมหาศาล กับบ่อน้ำแค่สักบ่อ

คนกรุงเทพฯ จำนวนมากเบื่อฝนตกกัน หลายคนแอบภาวนาว่าวันหนึ่งจะไม่มีฝนอีกต่อไป ขณะที่โลกของเรานั้น นับแค่ปริมาณ “น้ำจืด” ก็เข้าขั้นวิกฤติกันเต็มที

สาวๆ เกาหลีอาจจะดูน่าอิจฉาสำหรับสาวไทย แต่เกาหลีเป็นประเทศที่ประชากรขาดความสมดุลมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เนื่องมาจากการทำแท้งลูกสาว!!!

หลายๆ อย่างเราให้ความสำคัญกับมัน เพราะเราขาดมันเหลือเกิน

หลายๆ  อย่างก็มีมากมายสำหรับเราจนเรามองข้ามมันไปอย่างง่ายดาย

 

The Cardinal of Kremlin

ตามโครงการ “เราจนเกินไปที่จะอ่านหนังสือภาษาไทย” ของผมเอง เล่มต่อมาที่อ่านคือ Tom Clancy: The Cardinal of Kremlin

288 บาทจากคิโนะฯ ไร้ส่วนลดใดๆ… กับความหนา 540 หน้า

เล่มนี้เป็นภาคต่อของ The Hunt for the Red October ที่หลายคนคงดูในหนังกันมาแล้ว ถ้ายังไม่เคยดู… จงหามาดู เพราะเป็นหนังที่ผมชอบมาก ไม่พูดพล่ามทำเพลง ผมสปอยย่อๆ ก่อน

  • เนื้อเรื่องเริ่มจาก CIA มีสายข่าวคนในที่ใหญ่มากในกองทัพรัสเซีย ชื่อรหัสว่า CARDINAL (ในเรื่องเขียนตัวใหญ่ และเป็นที่มาของชื่อเรื่อง)
  • CARDINAL ขายข่าวให้ CIA มาหลายสิบปี ทำไปทำมาจะโดนจับได้เอา
  • Ryan เด็กใหม่ เก่งโคตร และโชดดีฉิบหาย เดาอะไรก็ถูกเข้ามาบอกว่า ต้องช่วย CARDINAL ออกมาให้ได้ทุกราคา
  • ตัดจบเลย หลังจากโคตรลุ้น และเกือบจะพลาดอยู่แล้ว CIA ก็ชนะทุกอย่าง Happy Ending
  • เนื้อเรื่องกาโม่มากๆ
  • ตอนจบ CARDINAL แก่ตาย เสี่ยงชีวิตคนเป็นโหลช่วยมาแป๊บเดียวมันตายเองเลย

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น คำถามสำคัญของผมในเรื่องนี้คือ CARDINAL เลวไหม?

ในเรื่อง CARDINAL เป็นนักรบสามสมรภูมิ ได้เหรียญ Hero of the Russian Federation สามเหริยญรวด เขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประเทศ ทุกอย่างรวงมถึงการทรยศต่อชาติ เขาเชื่อว่าการทำให้ประเทศของเขาเองพ่ายแพ้ทางการทหาร จะเป็นการปกป้องประเทศของเขาได้ดีที่สุด

อ่านแล้วผมโคตรซึ้งเรื่อง Zipang ที่บอกว่าญี่ปุ่นต้องก่อสงครามเพื่อแพ้สงครามก็คราวนี้

ในสมรภูมิที่ด้านหนึ่งแล้วทุกคนเป็นศัตรูกัน สหรัฐฯ เองเป็นศัตรูกับรัสเซีย ส่วนคนรัสเซียนั้นเป็นศัตรูกับ CARDINAL เพราะมองว่าทรยศชาติ

เราจะยังคงให้เกียรติกันและกันในฐานะคนที่เชื่อในอะไรบางอย่าง และต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตนเองเชื่ออย่างกล้าหาญได้หรือไม่?

One way or another we all fight for the things we believe in. – Jack Ryan

Hero of the Russian FederationHero of the Russian Federation
 

ไอ้ขายตรง

Tradition?

– อาศัยความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มจำนวนคน
– ไม่อยากทำก็ไม่ได้เดี๋ยวเสียเพื่อน
– ทำไปแล้วก็ไม่มีความสุข
– สักพักก็เลิก ลืมๆ มันไป

โถ… ไอ้ขายตรง