Thai Doc

ถือว่าเป็น Proposal ฉบับ Alpha แล้วกัน

เรื่องของเรื่องคือ ผมเป็นคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในระดับ Power User ซะมาก เรียกว่าที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้ก็เกือบทั้งหมด จากการใช้งาน พบว่าข้อด้อยอย่างร้ายกาจของโอเพนซอร์สคือเอกสารที่หาได้ยากมาก โดยเฉพาะภาษาไทย

ลองหัดเขียนโปรแกรมด้วย VS.NET สิครับ หนังสืออาจจะหาง่ายกว่าร้านขายกล้วยแขก กลับกันลองพยายามเขียนด้วย mono กับ SharpDevelop…..

ผมเข้าสู่โลกการแปลเอกสารครั้งแรกๆ ด้วยการแปลวิธีการใช้งานโปรแกรม SuperVersion ซึ่งหายไประหว่างการย้าย Blognone อย่างน่าเสีัยดาย ตอนนั้นเกิดอาการบ้าบิ่นเมลไปขอแปลเค้าดื้อๆ ผลที่เกิดขึ้นคือ tutorial ฉบับนั้นมีภาษาที่สองเป็นไทย!!! เจ้าของโปรแกรมดีใจโพสลง mailing-list เป็นเรื่องเป็นราว เข้าไปอ่านช่วงหลังมีชาติอื่นยอมไม่ได้ไล่แปลแข่งกับผมอีกสองสามภาษา

ความรู้ฟรีๆ ในโลกนี้มีมหาศาล น่าเศร้าที่คนของเราเข้าถึงมันไม่ได้

หลังจากรวบรวมองค์ความรู้ในการแปลมาอยู่พักใหญ่ ผมพบว่าเราอาจจะสร้างกลุ่มคนที่ไม่ทำอย่างอื่น นอกจากการแปลเอกสารเพียงอย่างเดียว ด้วยการนำเอกสารที่แจกฟรีในเน็ต เช่นคู่มือซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจำนวนมาก บทพูดของบุคคลที่น่าสนใจ บทความพิเศษที่เป็น Creative Commons ฯลฯ มาแปลกันไปเรื่อยๆ

กระบวนการทำงานที่คิดไว้คร่าวๆ คือ

  • มีตัวแทนไปขออนุญาตมาก่อนให้เรียบร้อย หรือถ้าไม่ต้องขอก็ควรแจ้งเจ้าของเอกสารให้เรียบร้อย อย่างน้อยเขาจะได้ไม่ให้ใครมาทำงานซ้ำกับเรา
  • ต่อมาเอาเอกสารต้นฉบับมาแปลงให้อยู่ในรูปไฟล์ TMX หรือ XLIFF เพื่อเตรียมการแปล
  • ตกลงกันให้เรียบร้อย ว่าใครจะแปลท่อนไหน
  • Build เอกสารกลับออกมาเผยแพร่ทุกสัปดาห์
  • วนแก้ไข ในส่้วนของความถูกต้องไปเรื่อยๆ

ทรัพยากรที่ยังขาดอยู่

  1. คน ชวนเอาแถวๆ นี้จะมีใครเล่นด้วยป่าวหว่า ไปกวาดคนจาก Blognone น่าจะช่วยได้
  2. CVS/Subversion ถ้าให้ดีต้องมี Trac ด้วย เมืองไทยจะมีแบบ SourceForge มั๊ยเนี่ย

แค่นี้เองนี่หว่า

แต่ก่อนอื่นเลยต้องเอาโปรแกรมแปลมาลองซะก่อน….

ขั้นตอนและแนวคิดยังมั่วๆ อยู่ แต่บอกไว้แล้วว่านี่คือ Alpha

 

ถูกต้อง

เคยอ่านหนังสือเมื่อนานมาแล้ว มีบทวิจารณ์เรื่องที่ฝรั่งมาจัดอันดับว่าไทยเป็นประเทศที่คอรัปชั่นสูงเป็นอันดับเจ็ดของโลก บทความนั้นตอบโต้อย่างดุดันต่างๆ นาๆ พร้อมกับบอกว่าตัวเลขของไทยที่สูงนั้น เพราะำไทยไม่ยอมรับการให้เงินบนโต๊ะอย่างเป็นทางการ ขณะที่ต่างประเทศนั้น มีบริษัทล็อบบี้ทางการเมืองให้บริการเสร็จสรรพ จ่ายเงินกันเป็นล่ำเป็นสัน

ฝรั่งมาอ่านแล้วคงงงๆ ว่าแล้วการที่เขายอมรับอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตรวจสอบได้ จ่ายภาษีเรียบร้อยมันไม่ดีตรงไหน?

บ้านเรามองฝรั่งแล้วก็งงๆ นี่มันจ่ายเงินกันให้คนรับรู้ด้วย?

ความถูกต้องมันอยู่ที่ตรงไหน……………………

ขณะที่ยุคหนึ่งแล้ว การมีเมียหลายคนเป็นการแสดงฐานะไม่ต่้างจากผู้ชายสมัยนี้สะสม รถ นาฬิกา หรือบางคนอาจจะเป็นปืน

ห้าสิบปีข้างหน้า เมื่อน้ำมันใกล้หมดโลก การมีรถเกินหนึ่งคัน และเดินทางไปน้อยกว่าครั้งละสามคนอาจจะหลายเป็นอาชญากรรมก็ได้ ใครจะรู้

ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ความถูกต้องคืออะไร?

มันคืออะไรกัน?

ปล[0]. ผมก็มีคำตอบของผมในใจ แล้วคุณล่ะ
ปล[1]. ได้รับแรงบันดาลใจจากละครเรือง “ลอดลายมังกร”
ปล[2]. ขี้เกียจเลือก สว. เบื่อคนมาหาเสียง

 

อยากดัง

มันจะอยากดังกันไปทำไม ดังแล้วมันได้อะไรขึ้นมา ดังแล้วมันทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติมั่งมั๊ย

ถ้างง ไปอ่านที่ tpagon.com

 

All I need is WinXP

มีโครงการจะซื้อคอมใหม่ในอนาคตอันใกล้ แน่นอนว่าจะใช้ WinXP แต่ปัญหาคือไม่ต้องการใช้อะไรที่เสียเงินมากไปกว่า WinXP

จริงๆ ตอนนี้ ถ้าที่ทำงานไม่บังคับใช้โปรแกรมหลายๆ ตัว ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์อยู่แล้ว

ลองมาไล่ดูโปรแกรมที่ใช้ทำงานจริง

  1. k-meleon ผมไม่ใช้ Firefox เพราะมันใหญ่ไปหน่อย k-meleon เล็กและทำงานได้ใกล้เคียงกัน แต่ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าลองเลย คอนฟิกค่อนข้างยุ่งยาก
  2. OpenOffice.org ใช้แต่ M109 และทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ ขี้เกียจเปลี่ยน เอาไว้ลงเครื่องใหม่ทีเดียว
  3. jEdit ใช้จนติด UI ปรับได้ตามใจชอบ ทำงานค่อนข้างเร็ว ตรงไปตรงมา เสียแต่ว่ากินแรมเยอะเพราะเป็น Java
  4. Paint.NET ความสามารถแทบไม่ต่างจาก Paintshop เลย ทำงานเร็วใช้ได้ มีแนวโน้มว่าจะพอร์ตไปอยู่บน OS อื่นๆ ในอนาคต แต่อาจจะอีกนาน
  5. Cygwin แม้ว่า VC++ จะฟรีก็ตามที ผมยังติดเขียนโปรแกรมแบบ POSIX อยู่แฮะ ใช้ Cygwin ดีกว่า
  6. Picasa2 เอาไว้เก็บภาพจากกล้องดิจิตอล จริงๆ แล้วใช้สร้าง VCD ซะมากกว่า
  7. iTunes โดนบังคับเพราะใช้ iPod shuffle
  8. Google Talk คุยกับเพื่อนต่างประเทศนี่สะดวกจัด
  9. Acrobat Reader มาตรฐานเลย

จริงๆ ใช้อีกหลายตัว เช่น SPE แต่เป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างเฉพาะทาง และไม่แน่ใจว่าอนาคตจะใช้ต่อไปรึเปล่า

ไลเซนส์ของ XP Pro หาซื้อตามตลาดมือสองได้ชุดละสามพัน คงพอไหว