The Handmaiden

ช่วงนี้หนังเกาหลีเข้าเป็นพรีวิวใกล้ๆ กันสองเรื่อง คือ Train to Busan กับเรื่องนี้ คิดๆ อยู่ว่าจะดูเรื่องไหน ตอนแรกคิดว่า Train to Busan เข้าแล้วเลยจะรีบไปดู ปรากฎว่าเป็นช่วงพรีวิว เลยคิดว่าไว้รออาทิตย์หน้าก็ได้

ไม่เคยได้ยินชื่อเรื่องนี้มาก่อนจนเห็นรอบฉายในลิโด้ คนดูพบว่าคะแนนสูงมาก (IMDB 8.0, Rotten Tomatoes 92%) แม้ว่าจะเป็นหนังเรต แต่สุดท้ายก็ไปดู (น่าจะเป็นหนังเรตเรื่องแรกที่ดูในโรงเลย)

  • ใน IMDB จัดหมวดเป็น Drama, Romance แต่ออกมาจากโรงแล้วไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ ไปดู Rotten Tomatoes จัดเป็น Erotic Thriller คิดว่าตรงกว่ามาก
  • ถ้าไม่นับฉากทางเพศที่แรงกว่าหนัง thriller อื่นๆ แล้ว เรื่องนี้มีความเป็น thriller สูงมาก ฉากทางเพศแรงๆ นับจริงๆ น่าจะไม่เกิน 20 นาทีจากทั้งเรื่องสองชั่วโมงครึ่ง (แต่ตอนนั่งอยู่ในโรงฉากพวกนี้มันก็จะรู้สึกว่านานกว่าปกติอ่ะนะ)
  • ในเรื่องเป็นเรื่องยุคญี่ปุ่นครองเกาหลี บทพูดเล่นกับการสลับคำพูดญี่ปุ่น/เกาหลีหลายจุด รวมถึงการเล่นกับตัวอักษร คนไทยไม่รู้เรื่องทั้งคู่ บางทีดูๆ ไปก็ไม่รู้ว่ามันสลับภาษากัน
  • ภาพไม่สวยมาก ไม่รู้คิดเองรึเปล่า แต่ฉากหลายฉากน่าจะถ่ายออกมาได้สวยกว่านี้ ฉากวิวในสวน หรือฉากห้องอ่านหนังสือ ตัวฉากดูสวยงามอลังการดี แต่ภาพออกมาดูจะแบนๆ สักหน่อย อาจจะตั้งใจจัดแสงให้สมจริงมากกว่าเน้นความสวย
  • หนังดีสมคำชม ไม่ผิดหวังที่ไปดู ดูเสร็จแล้วออกมานั่งคิดว่าด้วยบทแบบนี้ ถ้าผู้กำกับยอมลดความแรงลงให้เป็นหนัง thriller ทั่วไปมันน่าจะทำเงินได้มากกว่านี้ แต่คิดอีกทีก็ไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาได้ดีแบบนี้ไหม
  • รวมๆ ฉากทางเพศที่ใส่มามันมีเหตุผลของมันอยู่พอสมควร มันย้ำความสัมพันธ์ของคนในเรื่องทำให้เนื้อเรื่องมันชวนให้ “เชื่อ” ได้มากขึ้น แต่บางฉากที่จริงๆ ไม่ต้องมีก็ได้ นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะใส่มาทำไม
  • ถ้าใครโอเคกับฉากทางเพศแรงๆ หน่อย รวมๆ ก็น่าไปดู
 

UiiSii HM7

IMG_20160801_211417

ซื้อให้ตัวเองหลังทำงานเสร็จชิ้นนึง (สักที)

  • หูฟังจีนน่าสนใจมีหลายตัวในช่วงหลังๆ หลายตัวราคาโคตรแพง เจ็ดแปดพันก็หาไม่ยากนัก แต่คิดไว้ว่าจะหาถูกๆ มาฟังเล่นดู ประเภทเกี่ยวอะไรขาดก็ไม่เสียดาย
  • เจอตัวนี้จาก AudioBudget น่าสนใจเพราะเป็นตัวถูกที่สุดในบรรดาที่เว็บให้ 5 ดาว ตัวก่อนหน้านี้ของผมใช้ Xiaomi Piston 4 ยังได้ 4.5 ดาว
  • HM7 ราคาแค่ 6.5-7 ดอลลาร์ ราคาประมาณหน้ากล่อง 49 หยวน (ตัว 5 ดาวอื่นๆ อย่างต่ำๆ ก็ 16 ดอลลาร์)
  • วัสดุดูแย่กว่า Xiaomi มาก (อันนั้นเหล็กมีลายสาก ดูมีราคากว่ามาก) อันนี้พลาสติกธรรมดาๆ เลย ดูเหมือนหูฟังจีนทั่วไป แถมเปิดกล่องมาสายตรงไมโครไฟหักงอไปอีก ไม่ประทับใจกับ package
  • แต่พอฟังเสียงก็ไม่มีอะไรโต้แย้ง เสียงดีกว่า Xiaomi ที่ใช้อยู่พอสมควร รายละเอียดครบกว่า เบสบวมๆ แปลกๆ นิดนึง
  • เคยกดหูฟังจีนมาลองเล่นๆ ก่อนหน้านี้พบว่ามันแย่มาก ตัวนี้เลยยืนยันว่าโอเค หาดีๆ มันก็มีดีทีเดียวในราคาจีนๆ อยู่จริงๆ
  • ราคานี้และเสียงแบบนี้ก็ใส่เดินไปเดินมาได้จริงๆ เกี่ยวอะไรขาดไม่ต้องฟูมฟายมาก
  • ไว้รอบหน้าจะลองหา 5 ดาวตัวอื่นมาเล่นดู
 

She was pretty

4769_ShewasPretty_Nowplay_Small_v2

เห็นใน iflix กดมาดูเป็นเรื่องล่าสุด

  • เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีเนื้อเรื่องหลักเป็นประเด็นทางสังคมหรืออะไร มาแนวนิยายรักเป็นหลักเลย การหวนคืนของรักแรกอะไรแบบนั้น อันนี้จริงๆ เกือบทำให้ข้ามไป แต่เอาว่ะ เรื่องมันใหม่ (ปลายปี 2015) ลองดูหน่อย
  • พล็อตเรื่องหลักคือการกลับมาเจอกันของรักแรกสมัยเด็ก ผู้หญิงสวย ผู้ชายไม่หล่อ พอโตมาแล้วกลับข้าง กลายเป็นว่านางเอกไม่กล้าเจอ
  • พล็อตหลักประมาณนี้มันก็ต้องตามสเต็ปไปว่านางเอกต้องกลับมาสวยสักจุดในเรื่อง แต่ก่อนหน้านั้นพระเอกต้องยังรักอยู่  จะกลับมาสวยตอนกลางหรือตอนท้ายก็ได้ เรื่องนี้เลือกให้นางเอกกลับมาสวยตั้งแต่กลางเรื่อง โอเค template มาตรฐาน
  • แต่พล็อตหลักมีปัญหาหน่อย ช่วงเวลากลับมาสวยมันง่ายมาก เข้าใจว่าคงอยากทำให้คนดูตื่นเต้นว่าสวยแล้วเว้ยอะไรอย่างนั้น แต่เป็นปัญหากับเหตุและผลในเรื่องเอง สรุปพี่โตมาความเปลี่ยนแปลงคือหน้าเป็นกระ ที่เหลือก็เหมือนเดิม ผมหยิกก็เป็นแต่เด็ก ความไม่สวยที่เป็นที่มาของชื่อเรื่องคือการขี้เกียจทำผมกับแต่งหน้า? จริงๆ มันก็พอได้ ถ้าทิ้งเวลาบรรยายเพิ่มสักหน่อยว่าที่บ้านมีปัญหาเลยไม่รักสวยรักงามเหมือนตอนเด็กแล้วเพราะอะไร แต่เนื้อเรื่องก็ข้ามไปเฉยๆ
  • บทในเรื่องมีช่วงที่น่าสนใจหลายจุด การเปรียบเปรยเยอะ
    • ภาพวาดของเรอนัวร์ (ใช้ภาพ Dance in the Country) เป็นเนื้อเรื่องหลักว่าคนที่แอบมอง มาเป็นหนังไทยนี่เตรียมใช้เพลงคนข้างล่างประกอบได้เลย แต่จริงๆ การใช้ภาพนี้ตั้งแต่เด็กมันก็แปลกๆ หน่อยเพราะบทตอนเด็กมันไม่เห็นแอบมองกันอะไร คิดเล่นๆ ว่ามันอาจเล่นกับบทได้ว่าตอนเด็ก ผู้ชายเป็นฝั่งแอบมองอะไรแบบนั้นได้
    • หัวหอม อันนี้เป็น token เอาไว้มอง แทนกัน เข้าท่ากว่าเสื้อจากสปอนเซอร์หรืออะไรเยอะ
    • รองเท้าของเพื่อนนางเอก แม้จะเจ็บแต่ชอบแล้วก็ไม่ยอมปล่อย
    • การทายหัวก้อยที่จริงๆ แล้วไม่สนใจว่ามันจะออกหัวหรือออกก้อย (อันนี้ชอบ)
    • มีบทสั้นๆ อีกหน่อย เช่นจะไปซื้อรองเท้าให้ จะกลับไปที่ของตัวเอง
    • รวมๆ แล้วชอบการเขียนบทแบบนี้ เหมือนอ่านหนังสืออยู่
  • เป็นซีรีย์เกาหลีเรื่องแรกที่ดูแล้วจบแบบ happily ever after ปิดทางคิดต่อ เขาทั้งสองรักกันยาวจนลูกโต แบบเออ ก็น่าจะดีกับแฟนๆ ที่ช่วยลุ้นแต่ละตอน แต่ส่วนตัวชอบการจบแบบผ่านฉากหนึ่งของชีวิตไปมากกว่า
  • ที่แย่คือตอนสุดท้ายนี่เกือบทั้งหมดเป็นฉาก happily ever after เกือบหมด เพราะปมเฉลยไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้เล่น อาจจะเพราะตัดต่อไม่ดีเลยเหลือเวลาตอนสุดท้ายเพียบแบบนี้
  • ประเด็นสังคมที่แสดงมาในเรื่องหน่อยคือการมองคนว่าไม่เป็นคนด้วยการเรียกตำแหน่งห้วนๆ (เด็กฝึกงาน) ไม่มีชื่อ ไม่นับญาติ ไม่นับรุ่น อันนี้คนไทยไม่เห็นกันเพราะคิดอะไรไม่ออกก็พี่น้องมาก่อนแล้ว
  • โฆษณากล้องนี่โอเค งานนิตยสารมันก็ต้องมีกล้องล่ะ แต่ปี 2015 นี่จ็อปส์ตายไปหลายปีแล้ว ทำไมยังคิดว่าการเอานิ้วรูดจอเลื่อนภาพยังเจ๋งพอเอามาโฆษณาอยู่?
  • ร้านกาแฟนี่ดีมาก ใส่ไปกับเนื้อเรื่อง ไม่หลอก อันนี้ส่วนตัวเดินไปซื้อกาแฟร้านเดิมๆ บ่อยๆ ก็คิดว่ามันก็ประมาณนี้ ไม่เห็นแปลกอะไร
  • มือถือซัมซุงในเรื่องนี้โอเค เสียงเรียกเข้า + background มาตรฐานก็พอจะทำให้เด่นมากแล้ว ไม่หลอกมาก
  • Samsung Pay + Gear นี่แย่ โผล่มาแบบโดดๆ ไม่เข้าอะไรกับเนื้อเรื่อง Gear นี่จริงๆ เล่นกับความเบลอๆ ของพระเอกสักหน่อย แล้วผูกเรื่องว่านางเอกซื้อให้บลาๆ แบบนั้นก็ยังดีกว่า ให้มันโผล่มาแบบมีที่มาหน่อย
  • ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่วันก่อนขึ้นรถเมลแล้วเห็นคนหยิบ Samsung Edge สักตัวออกมาแชต
 

เลขสำหรับโอนเงิน

เมื่อเราบอกเลขสำหรับโอนเงิน เป็น

  • เลขบัญชี
    • ฝ่ายตรงข้ามรู้เลขบัญชี
    • เลขนี้เป็นของเราตลอดไป
    • เมื่อเลิกใช้คนอื่นมาสวมไม่ได้
  • เลขบัตรประชาชน
  • เบอร์โทรศัพท์
    • ฝ่ายตรงข้ามโทรหาเราได้ ส่ง SMS หาเราได้ (ขายประกันได้, ขายบัตรเครดิตก็ได้)
    • แอด WhatsApp, Telegram ก็ได้
    • เลขนี้เป็นของเรา จนกว่ามันจะไม่เป็นของเรา (1, 2, 3)
    • เมื่อเราเลิกใช้ สักวันมันจะกลายเป็นของคนอื่น