Tag Archives: vark

ไม่ว๊ากแล้วไปไหน?

สืบเนื่องจากน้องนัทมารายงานข่าวมารายงานข่าวว่า ที่มหาวิทยาลัยของน้องเค้าโดนสั่งห้ามว๊ากเป็นการถาวรไปแล้ว เลยมาให้ช่วยคิดกิจกรรมใหม่ๆ ไปเสนอกัน อันนี้เป็นกึ่งๆ ความรับผิดชอบเพราะไปปะทะคารมกับน้องเค้าไว้ตั้งแต่ปีก่อน แนวคิดหลักๆ ของผมที่มีต่อการรับน้องก่อนแล้วกัน แนวคิดพวกนี้ตกตะกอนมาจากแนวคิดก่อนๆ หน้า มันไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม ไม่มีอะไรคงอยู่ในรูปแบบเดิมได้ตลอดไป แนวคิดและจุดมุ่งหมายอาจจะคงเดิม แต่การทำอย่างเดิมๆ คือหนทางแห่งหายนะ (ที่มา) มันเป็นงาน ถ้าจะทำ มันคืองานที่ต้องรับผิดชอบ งานที่อาจจะล้มเหลวได้ งานที่มีโอกาสไม่ดีได้ และมีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดได้ ไม่ควรมีใครต้องแบกรับผลทั้งหมดของมันไว้ตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ รุ่้นน้อง หรือใครก็ตามที (ที่มา) มันต้องแสดงความรับผิดชอบของผู้ทำเป็นอย่างดี หมดยุคของการโอดโอย โทษฟ้าโทษฝนถึงผลที่ตามมา แม้จะเป็นผลที่คาดเดาได้เสมอๆ ยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคล รถฮอนด้าพันคันออกมาจากโรงงานเดียวกัน บ้านผมมีสองสามคันดีหมด ยังมีคันนึงออกมาให้คุณเดือนเพ็ญไปทุบจนเป็นข่าวไปทั่วโลก ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าทุกๆ คนจะเหมือนกัน และโดยเฉพาะอย่าไปตัดสินว่าความแตกต่างนั้นเป็นความผิดเสมอ (3 กับ 4 นี่อันเดียวกัน) แนวคิดอะไรประมาณนี้จะทำให้เกิดกิจกรรมเดียว ที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยทำร่วมกันได้นี่เป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้ดี “ในภาพรวม” ได้ ยิ่งเราต้องคิดถึงแนวคิดข้อ 4 ในเรื่องความแตกต่างเข้าไปด้วยแล้ว แต่เท่าที่ลองนึกๆ ดูก็มี งานแฟร์ แทบทุกมหาวิทยาลัยมีงานแฟร์กันอยู่แล้ว ดีกรีความน่าสนใจต่างกันไป อย่างที่ผมชื่นชมมากๆ […]

ไม่น่าเชื่อ…

พ.ศ. นี้มันยังมีตัดรุ่นอีกเหรอเนี่ย…… ที่สำคัญคือยังมีเด็กเชื่อมันด้วย!!!! ประเทศไทยยังต้องพัฒนาเรื่องการเข้าถึงข้อมูลกันอีกนานเลย

เหมือนกัน

(ไอ้) พี่ว๊าก – คนที่ไม่เข้าน่ะ ไม่เห็นใจเพื่อนหรือไง เพื่อนคุณลำบากนะ เห็นแก่ตัวกันขนาดนั้นเชียวเหรอ อาจารย์ (บางท่าน) – คนที่ไม่แต่งตัวให้ถูกระเบียบน่ะ แค่นี้ยังทำไม่ได้แล้วจะเรียนยัีงไง Assumption คงเป็นเรื่องปรกติสำหรับมนุษย์ที่เรามักเอาประสบการณ์อันยาวนานมาตัดสินอะไรง่ายๆ หลายครั้งมันง่ายและได้ผลดีอย่างน่าทึ่ง แต่ถึงจุดหนึ่งแล้วเราจะพบว่าประสบการณ์ชั่วชีวิตเรามันเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนเส้นทางสายประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาติ น่าแปลกที่เรากลับไม่เรียนรู้จากมัน น่้าเศร้าที่ในยุคที่ข้อมูลเรามีท่วมท้น เราเลือกที่จะเก็บมันไว้ในตู้อย่างปลอดภัย แล้วทำตามประสบการณ์ที่เราเรียนรู้มาเมื่อวาน แทนที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ร้อยปีพันปีย้อนหลังไป ทั้งๆ ที่ข้อมูลมันอยู่ในตู้นั้น หนังไม่รู้กี่เรื่องแล้วที่แสดงถึงการต่อสู้ชีวิตจากจุดที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่เราได้ดูกัน การเรียกร้องสิทธิ์จากคนพิการ หรือความเท่าเทียมทางเพศเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมเรื่อยๆ แต่กับบางจุด เรากลับเลือกที่จะไม่มองมัน เราแค่หันไปบอกคนส่วนน้อยว่า “ก็ใครๆ เขาทำกัน” “กี่รุ่นๆ ก็ทำได้” คำพูดเพียงเท่านี้เองที่เป็นเหตุให้เราเหยียดคนกลุ่มหนึ่ง ออกจากสังคมหนึ่ง น่าเศร้ากว่านั้นคือ เหตุผลที่เกิดเหตุการอย่างนี้ส่วนหนึ่งเพราะคนที่กล่าวว่าตัวเองอุทิศตนมาทุ่มเททำงาน กลับเลือกการทำอย่้างนี้เพราะว่ามันง่าย เพราะเขาไม่อยากต่อสู้กับการเสนออะไรใหม่ๆ ที่ยากจะสำเร็จ ให้ดิ้นตายเถอะ ถ้ากลัวลำบาก แล้วจะเข้าไปทำเพื่ออะไร มันพิสูจน์อะไรขึ้นมาหรือไง ผมไม่เข้าใจ