Jan 26

เพิ่งได้ดูทั้งที่ซื้อ DVD มาตั้งแต่ออกใหม่ๆ เอาว่าพูดถึงซักหน่อย
- ภาพยังไม่เนียนเท่าใหร่แม้จะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมหาศาลแล้วก็ตาม อารมณ์ประมาณ ReBoot ภาคท้ายๆ (ช่วงปี 2001) ตรงนี้จะว่ามากก็คงไม่ได้เพราะเงินบ้านเราไม่หนาพอ ซื้อเครื่องสองสามร้อยเครื่องมาทำฟาร์มเล่นๆ คงไม่ไหว
- ได้ยินว่าดึงคนไทยที่ทำงาน
ในดิสนีย์ Ice Age กลับมาช่วยงานได้ เรื่องนี้น้ำหนักเรื่องเลยดีขึ้นกว่าเรื่องอื่นๆ แต่พอออกมาแล้วผมได้กลิ่น Lion King กับ Mulan เตะจมูกชัดเหมือนกัน
- เพลงดีมาก นับเป็นจุดเด่นของเรื่องนี้ที่ทำดนตรีออกมาค่อนข้างดี ทีมงานเข้าใจมากขึ้นว่าหนังดีมันไม่ได้อยู่ที่แค่สิ่งที่มองเห็นเท่านั้น
- Boxset วันหลังช่วยใส่ซีดีเพลงมาในกล่องเลยจะดีมาก เพิ่มอีกร้อยนึงคนซื้อ Boxset อย่างผมไม่ถือครับ จริงๆ Boxset ทุกเรื่องก็ควรใส่มาอยู่แล้วนะ
- ใบไม้นี่เข้าใจว่าใช้โปรแกรมสร้างขึ้นอัตโนมัติ สมัย Toy Story มันก็น่าตื่นเต้นดี แต่กับยุคที่หนังเรื่องนี้ออก ผมว่าเล่นเทคนิคใบไม้เกินความจำเป็น ยังไง CG เราก็ไม่สุดยอดเท่าต่างประเทศอยู่แล้ว เน้นสร้างความสมดุลน่าจะดีกว่า
- ไม่ดูในโรง เพราะประทับใจจากการดูโดเรมอนในโรงมาแล้ว การ์ตูนนี่ถ้าจะเอาเงินจากผมได้ ต้องมีรอบอายุไม่ต่ำกว่า 18 ผมถึงจะยอมเข้าโรง
โดยรวมแล้วก็โอเคเลยล่ะครับ แต่น่าสนใจว่าทำไมเรื่องนี้ไม่ต้องมีคำเตือนว่าคำหยาบไม่ควรใช้ในชีวิตจริงเหมือนเรื่องเด็กหอ?
written by lewcpe
\\ tags: entertainment, movie
Nov 24
ถ้าพี่ชายผู้ดูแลคุณมาตลอด เกิดต้องโทษประหารที่เขาไม่มีความผิด คุณจะทำยังไง….
Prison Break ผูกเรื่องราวด้วยการให้ Michael Scofield วิศวกรโยธาอนาคตไกลยอมติดคุกเพื่อเข้าไปช่วยพี่ชายของตนออกมา เรื่องราวที่ไม่น่าจะสร้างเป็นหนังซีรี่ย์ได้เช่นเดียวกับซีรี่ย์ดังๆ อย่่าง Lost และ 24 สร้างความน่าตื่นเต้นได้ตลอดเรื่อง ด้วยการผูกเรื่องที่ไม่ทิ้งปมไว้พร่ำเพรื่อ แบบ Lost ที่เริ่มน่าเบื่อในภาคหลังๆ เค้าโครงเรื่องถูกวางมาลงตัวกว่า และที่ดีที่สุดคือความใหม่ที่ไม่ทำให้เดาได้ว่าเดี๋ยวพระเอกก็ชนะทุกอย่างแบบ 24
Season 1 มีขายดีวีดีแล้ว ส่วน Season 2 กำลังฉายอยู่กลางๆ เรื่อง
written by lewcpe
\\ tags: entertainment, movie, series
Sep 30
- เนื่อเรื่องอ่อนจนให้อภัยไม่ได้
- ไคลแมกซ์ตอนท้ายเหมือนจะเท่ห์ แต่ออกจะงงมากกว่า
- คนอ่านการ์ตูนคงชอบ (เห็นหัวเรอะกันลั่นโรง) แต่คนไม่อ่านดูแล้วออกจะมึนมากกว่า
- บทสรุปคือเสียดายเงิน
written by lewcpe
\\ tags: entertainment, movie
Sep 11
ฉลองอีกวันหนึ่งในชีวิตด้วยการพาตัวเองไปดูหนัง ตัดสินใจอยู่สองเรื่องระหว่าง season change กับ the host แต่สุดท้ายแล้วก็เลือกดูเรื่องเบาๆ ดีกว่า
โดยรวมก็โอเค ไม่เสียดายค่าตั๋ว แยกข้อดีข้อเสียให้เลยแล้วกัน
ข้อดี
- นางเอกในเรื่องไม่โชว์ความน่ารักจนเว่อร์ เรื่องนี้ตอนแรกกะไม่ดูเพราะมีแต่คนพูดถึงแต่นางเอกจนแทบไม่อยากไปดู (กลัวเนื้อเรื่องห่วย…)
- มุขตลกตลอดเรื่อง ให้โทนหนังขัดเจนดี
- Costume อ้อม ค่อนข้างดีมาก สลับโทนระหว่างน่ารักกับแก่นๆ ไปมา
- เพลงที่อ้อมเล่นแสดงอารมณ์เศร้าได้ดีทั้งๆ ที่เพี๊ยน
- เข้าใจว่าตัวแสดงเล่นดนตรีได้จริงหมด หรือถ้าเล่นไม่ได้ก็แสดงเนียนจัดจนต้องให้เต็ม
- แนะนำเพลง classic ได้ดี
- เพลง season change ตอนหลังเพราะดี
ข้อเสีย
- ธีม “เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” แสดงตัวไม่ชัดเจน เข้าใจว่าผู้กำกับอยากให้เหมือนหนังต่างประเทศ ที่หน้าหนาวที ใบไม้ก็แดง หิมะตกกันไปข้าง แต่ที่นี่เมืองไทย มีแต่ร้อน ร้อนมาก และโคตรร้อน ผสมๆ กับฝนตกแบบสุ่มๆ โทนตรงนี้เลยหายไป
- เรื่องราวว่าอ้อมเล่นดนตรีเพี๊ยนไม่แน่นพอรองรับฉากขอทุน คนดูอาจจะงงได้ ผมเองก็งงๆ ไปแป๊บนึง ต้องไปนึกถึงตัวอย่างหนังเอา เข้าใจว่าโดนตัดออกไปเยอะ
- ฉากวิ่งใล่จับใส่มาไม่ค่อยเข้า จงใจโชว์นางเอกเกินเหตุ ตัวอย่างหนังมันมีเลยไม่อยากไปดู แต่จริงๆ ก็มีแค่ฉากนี้ที่ชัดมากๆ ฉากอื่นๆ ก็เนียนดี
- จีบติดง่ายมาก อะไรมันจะง่ายอย่างนั้นฟ่ะ ไม่เกินสิบนาทีได้
- ฉากบอยนั่งดูคอนเสิร์ตกระชากอารมณ์คนดูออกจากเนื้อเรื่องไปมาก ไม่น่ามี
- หนังสนุก “พอๆ กัน” ทั้งเรื่อง ไม่มี climax อารมณ์ไม่เปลี่ยแปลงบ่อย อมยิ้มนิดๆ ไปทั้งเรื่องตลอด บทเศร้าไม่หนัก ไม่รู้ใครคิดเหมือนผมบ้าง แต่ผมชอบหนังกระชากวิญญาณคนดู…
- ฉากดุจดาวเล่นคอนเสิร์ตต่างประเทศ ผมดันไปจำได้ว่านักดนตรีด้านหลังคือวง TPO ของมหิดล เสียอารมณ์ไปอีกหน่อย
- ฉากเดียวกัน Costume ดุจดาวไม่ดีเท่าใหร่ หลอกๆ ชอบกล
written by lewcpe
\\ tags: entertainment, movie