แม้จะเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว แต่ด้วยความที่เป็นคนสมาธิสั้น ทำให้ผมอ่านหนังสือได้ไม่ต่อเนื่อง เวลาอ่านๆ ไปแล้วพาลเบื่อเร็วมาก วิธิการแก้ไขคืออ่านมันสี่เล่มพร้อมกัน สลับกันไปมา เล่มไหนจบก็หาเล่มอื่นมาเสียบ ปัญหาคือด้วยนิสัยการอ่านอย่างนี้ทำให้ผมมีปัญหากับร้านเช่าหนังสือและห้องสมุดค่อนข้างมาก เพราะโอกาสที่จะอ่านไม่เสร็จทันกำหนดมีสูงมาก โดนปรับไปก็หลายรอบแล้ว เลยคิดว่าน่าจะมีโมเดลการแลกเปลี่ยนหนังสือแบบใหม่ ที่คิดไวคร่าวๆ ทำเป็น Forum ให้แต่ละคนนำหนังสือที่อ่านจบแล้วมาบอกกัน ให้คนอื่นๆ เสนอหนังสืออื่นๆ เข้าไปแลกได้ หนังสือที่เข้าไปแลก ต้องมีมูลค่าตามหน้าปก +- 30% ของหนังสือที่เจ้าของเสนอไว้ มีระบบหลังไมค์ให้ไปแลกกันเอง มีระบบ rating แบบ eBay โดยนัยแล้วมันคือระบบของมือสองที่ไม่ต่างจาก eBay นั่นเอง แต่ไม่มีการแลกเงินแต่อย่างใด ไม่มีกำไรและขาดทุน เพราะเป็นของมือสองทั้งหมด อยากได้เล่มไหนก็ว่ากันไป ถ้าทำระบบฐานข้อมูลหนังสือดีๆ ใส่หมายเลข ISDN ทุกครั้ง มีจัด Category ดีๆ เราอาจจะได้ Social Network ที่ีรวมเอาคนชอบอ่านในแนวเดียวกันเข้ามารวมกันได้จำนวนมาก กะว่าจะเริ่มจากคนรู้จักก่อน โดยรวมกันในหมู่คนเขียนบล็อค ใครจะร่วมโครงการมาลงชื่อได้เลยครับ
รามานุจัน: อัจริยะไม่รู้จบ (The man who know infinity) อยากอ่านมานานแล้ว ทฤษฎีไร้ระเบียบ, มูลนิธิเด็ก ชีวิต เสรีภาพ ซัมเมอร์ฮิลล์, เอ.เอส.นีล เอ็นเนียแกรม ศาสตร์เพื่อความเข้าใจตนเองและผู้อื่น, เฮเลน พาล์มเมอร์ ยิ้มสู้หนี้, ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เริ่มต้นธุรกิจ ไอศกรีมโฮมเมด,Thailand Restaurant News ฟ้าใหม่, ศุภร บุนนาค การคลัง ว่าด้วยการจัดสรรและการกระจาย, ศ.เกริกเกียรติ พิทักษ์เสรีธรรม เศรษฐศาสตร์การเงินและการธนาคาร, วเรศ อุปปาติก ยอดตุลาการราชวงศ์ซ่ง (1-2), เฉียนหลินเชิน ฝนตกขึ้นฟ้า นวนิยาย ฟิล์ม นัวร์, วินทร์ เลียววาริณ ยาแก้สมองผูก ตราควายบิน, วินทร์ เลียววาริณ Marketing Management: An Asian Perspective, Philip Kotler
หลังจากอ่านหนังสือความยาว 900 หน้าจบในสี่วันแล้วพบว่าคิดถูกที่เลือกซื้อหนังสือเล่มนี้ บทสรุปง่ายๆ สำหรับหนังสือเรื่อง Memoir of Geisha ที่แตกต่างจากหนังนั้น อาจจะบอกได้ว่า ขณะที่หนังสือพยายามธิบายวัฒนธรรมของญี่ปุ่นให้ชาวตะวันตกเข้าใจ ตัวหนังนั้นพยายามปรับวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้เข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะในเรื่องเพศ แน่นอนหนังสือเรื่องเกอิชาจะหนีเรื่องเพศไปได้อย่างไรกัน [ต่อไปนี้สปอยแหลก!!!] ขณะที่ตัวภาพยนตร์นั้นยอมรับเพียงพิธีมิสึอาเงะ (พิธีเปิดบริสุทธิ์สาวพรหมจรรย์) ตัวหนังสือกลับสะท้อนวัฒธรรมของญี่ปุ่นในตอนนั้นได้ค่อนข้างชัดเจน ผมเคยอ่านจากที่ไหนสักที่ระบุว่า เรื่องเพศนั้นไม่เรื่องน่ารังเกียจสำหรับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาแต่ไหนแต่ไร แต่ผมเองก็ไม่เคยเข้าใจมันซักทีจนได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้ ขณะที่ในตัวภาพยนตร์นั้นพยายามออกตัวว่าพิธีมิสึอาเงะนั้นเป็นกรณียกเว้นเป็นพิเศษ ที่ผู้ชายที่หลงรักสาวสักคนจะยังคงยอมรับเธออยู่แม้จะผ่านพิธีนี้ไปแล้ว เรื่องราวในหนังสือลงลึกกว่านั้นด้วยการบอกเล่าถึงการยอมรับได้ของคนญี่ปุ่นที่แม้หญิงสาวนั้นจะผ่านกระทั่งการมีดันนะ (เสี่ยเลี้ยง) เป็นของตัวเอง แม้ในเรื่องคุณโนบุจะแสดงท่าทีโกรธตลอดเวลา ความโกรธที่แสดงออกมาไม่ใช่เพราะซายูรินั้นผ่านชายอื่นมาหลายคน แต่หากเป็นเพราะหนึ่งในนั้นไม่มีคุณโนบุอยู่ด้วยต่างหาก ด้านความรู้สึกของซายูรินั้นเล่า กลับไม่ได้แสดงความรู้สึกผิดอะไรที่เธอต้องผ่านชายหลายคน กว่าจะได้พบท่านประธานในตอนท้ายของเรื่อง เรื่องพวกนี้ในภาพยนตร์นั้นโดนตัดออกเสียหมด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเพราะมาตรฐานตะวันตกนั้นคงแพร่กระจายไปทั่วโลก การแสดงเนื้อเรื่องตามหนังสือแล้วหวังให้คนเข้าใจทั้งหมดในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงจึงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องหนึ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือแนวคิดที่คนญี่ปุ่นยกย่อง “ศิลปิน” อย่างเต็มที่ในทุกๆ แขนง เราได้พบกับศิลปินในแขนงอื่นๆ นอกจากเกอิชา เช่นจิตรกร นักแสดง ช่างทำกิโมโน ฯลฯ อีกมากมาย ความรักในวัฒนธรรมของตัวเองที่เหนียวแน่นเช่นนี้ ผมก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเป็นไปได้อย่างไร ที่กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังมีเกอิชาอยู่นับหมื่นคนในญี่ปุ่น มันคงจะดีหากเราจะเรียนรู้ที่จะรักษาตัวตนของตัวเองเช่นนั้นบ้าง ปล. หาพนังสือเรื่อง “ฟ้าจรดทราย” มาอ่านไม่ได้เลยแฮะ
ด้วยความที่ใกล้ที่ทำงาน เลยผลาญเงินไปอีกรอบ [จบ]การเดินทางออกจากการเป็นบ้า [จบ]รุกสยามในพระนามพระเจ้า The Chronicle of Narnia Sigmund Freud The Family Bible เล่มสุดท้ายนี่เป็นฉบับ CEV แบบมีรูปภาพ จริงๆ แล้วเคยอ่าน The Promise ไปสองเล่มแล้ว (Matthew, Mark) แต่โดนแฮ๊ปไปแล้ว ก็ได้เวลาซื้อใหม่มาอ่านต่อ