ว่าด้วยนิยายรัก

ช่วงนี้อ่านกำลังอ่าน The Time Traveler’s Wife นับเป็นนิยายรักเล่มแรกที่จะอ่านภาษาอังกฤษ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องนี้จะพบว่ามันค่อนข้างประหลาดคือพระเอกนั้นเป็นผู้เดินทางข้ามกาลเวลา อยู่ๆ ก็กระโดดไปกระโดดมาแบบควบคุมไม่ได้ เลยกลายเป็นว่าสักพักก็ไปเจอนางเอกตอนเด็ก สักพักก็โดดไปเจอลูกตอนโต

อ่านๆ ไปพบว่าการนำเสนอค่อนข้างน่าสนใจพอสมควร เพราะในนิยายนั้นรายละเอียดเยอะกว่า แต่ในความแปลกใหม่นั้นผมพบความจริงว่านิยายรักทั้งโลกมีรูปแบบที่เหมือนๆ กัน

  1. คนหนึ่งสุดธรรมดา ต้องเป็นคนที่สัมผัสได้ที่สุดเท่าที่เราจะคิดได้ ไม่ว่าจะเป็น เหมยลี่ (สาวออฟฟิศไม่มีแฟน), Claire (สาวช่างฝัน), หรือกระทั่งนิยาย
  2. อีกคนสุดพิเศษ ทะลุมิติ ทะลุเวลา รวยล้นฟ้า หล่อเทพ เป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ไม่ก็เก่งกังฟูปานจะสำเร็จเป็นศิษย์เอกตั๊กม๊อ
  3. แล้วสองคนข้างบนก็มาเจอกัน
  4. ช่วงนี้เปิดกว้ัาง สองคนอาจจะ “รักกันทันที”, “เกลียดกันแบบเทวดากับซาตาน”, “เฉยๆ เดินเฉี่ยวกัน หากันไม่เจอ”
  5. สุดท้ายแล้วสักทางล่ะ สองคนจะได้คุยกันซักที และเริ่มรักกัน
  6. จุดตายคือข้อ 5 นี่ “ห้ามนาน” รักกันได้ไม่เกินสองหน้า
  7. งานเข้า
  8. งานเข้า งานเข้า และงานเข้า ไปอีกสองสามร้อยหน้า
  9. ปริศนาทุกอย่างไขกระจ่างแล้ว!!
  10. รักกัน ครึ่งหน้า
  11. จบ

ไม่น่าเรียกว่านิยายรักเลยนี่หว่า เรียนว่านิยายเกลียดกันไม่ก็นิยายงานเข้าก็ได้

 

สองเรา

ไม่ได้พูดถึงคน… แต่เป็นชื่อเมนูปังเย็นที่งานเทศกาลอาหารทีนครปฐม ร้านนี้แนวมาก ทุกเมนูมีความหมายและจัดตกแต่งตามชื่อหมด

ว่าแต่เป็ดสองตัวมันไม่ได้หันหน้าเข้าหากันนะ..

 

Reading…

“Yes, you’re more….” selfish, I think, but I say “… younger” – Claire (The Time Traveller’s Wife)

แม้จะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษหลายเล่ม แต่ที่ผมทำไม่เคยสำเร็จเลยตคือการอ่านหนังสือนิยายประเภท non-sci-fi ทั้งหลาย เพราะศัพย์บรรยายความงามต่างๆ มันชวนให้งงและสะดุดกับคำศัพย์ที่ไม่เคยเจอ (แถมเรื่องก็ไม่สนุก)

ถ้าอ่าน The Time Traveller’s Wife จบ นี่จะเป็นการอ่านนิยายรักภาษาอังกฤษจบเป็นครั้งแรก ไม่นับนิยายแบบย่อที่ใช้อ่านนอกเวลา

แต่วันนี้ก็ไปซื้อ Micheal Crichton มาอ่านอีกสามเล่ม….