Virtual Economics: ทางออกของทุนนิยม?

ผมเขียนเรื่องนี้ต่อจากตอนที่แล้วในการแสดงความเห็นทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งในเวลาใกล้ๆ กันคุณ bow_der_kleine ซึ่งเขียนบล็อกแบบนานๆ ทีเหมือนผมก็เขียนเรื่องใกล้ๆ กันขึ้นมา ผมเลยเขียนบล็อกนี้โดยตั้งใจที่จะต่อจากทั้งสองอัน

จุดที่เลวร้ายที่สุดของทุนนิยมนั้นสำหรับผมแล้ว ไม่ใช่เรื่องของความโลภในตัวมนุษย์ ความโลภนั้นเลวร้ายโดยตัวมันเองอยู่แล้ว ตรงข้ามกับความเลวร้าย ทุนนิยมกลับดึงบางสิ่งดีๆ ออกมาจากแรงงานที่ได้จากความโลภนั้นได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค หรือวิทยาการต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ

ปัญหาสำคัญของระบบทุนนิยมคือ ความโลภที่ว่านั้นมีไม่จำกัด ผมไม่เชื่อในความ “ปากดี” ของใครสักคนที่ไม่เคยจับเงินก้อนใหญ่ๆ ที่พร่ำบอกว่าถ้าตัวเองมีเงินเท่านั้นเท่านี้แล้วจะพอ ผมเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่เคยพอ เหมือนที่อาจารย์ผมสอนเสมอว่า “Human consumes unlimited resources.” ผลความเลวร้ายนี้คือการพยายามผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และความต้องการตลาดเพื่อที่จะบริโภคสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นมานั้นอย่างไม่หยุดยั้งเหมือนกัน

นับแต่ยุคล่าอาณานิคมเป็นต้นมา ระบบทุนนิยมเอาชนะทุกระบบมาได้ด้วยปัจจัยสองอย่างคือทรัพยากรที่มีการนำมาใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และตลาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

นึกถึงสมัยบ้านเราตื่นเหมืองแร่ดีบุก กับการเปิดตลาดในจีนทุกวันนี้นะครับ นั่นคงเป็นสองตัวอย่างที่เราเห็นกันได้ชัด

เมื่อมาถึงยุคนี้ปัญหามันเลยเริ่มปะทุออกมา เพราะการนำทรัพยากรมาใช้เพิ่มขึ้นจากเดิมทำได้ยาก ตรงข้ามเราพยายามลดการใช้ทรัพยากรต่างๆ ลงเพราะโลกมีทรัพยากรจำกัด ด้านสังคมมนุษย์เองก็พยายามไม่เพิ่มประชากรกันเพราะคนกำลังล้นโลก เลยมีคำถามว่ากำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี้จะผลิตไปขายใครกัน? เพราะขณะเดียวกันประสิทธิภาพในการผลิตก็ดีขึ้นเรือยๆ จนแทบจะไม่ต้องจ้างคนมาผลิตกันแล้ว

ผมเชื่อว่าทุนนิยมยังไปได้ต่อ ถ้าโลกไม่ถึงกาลอวสานไปซะก่อน (แต่ตอนนี้เองก็ปริ่มๆ ใช้ได้) ด้วยเศรษฐกิจเสมือน

เศรษฐกิจเสมือนคือการผลิตและการขายอะไรบางอย่างที่ไม่มีอยู่จริง ลองนึกถึงการให้ของขวัญกันใน Social Network ต่างๆ ที่มีการซื้อของเสมือนจากเงินจริง เกิดเงินหมุนเวียน สร้างงานสร้างรายได้ และกำลังสร้างภาษี

เรื่องที่ดีที่สุดของเศรษกิจเสมือนนี้คือมันใช้ทรัพยากรโลก ต่อกำลังการผลิตค่อนข้างต่ำมากๆ ลองนึกถึงไอเทมสักชิ้นในเกมออนไลน์ที่มีการหมุนเวียนไปมา มันอาจจะมีการหมุนเวียนกันสิบชิ้น หรือล้านชิ้นนั้น ไม่ได้กระทบต่อปริมาณคาร์บอนหรือป่าไม้ในโลกต่างกันเท่าใดนัก

ทุนนิยมกำลังหาทางออกของมันเอง ด้วยการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ในวงการที่ดูจะไม่มีเหตุผลต่อการดำรงค์ชีวิตขึ้นเรื่อย สิ่งที่เราซื้อขายกันกำลังห่างออกไปจากความจำเป็นในการดำรงค์ชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ลองนึกถึงตู้รองเท้าของสาวสักคนที่อาจจะมีสัก 30-50 คู่ ทุกคู่นั้นช่วยสร้างงานให้กับใครสักคนในโลกได้ผลิตรองเท้า ปัญหาคือรองเท้าเหล่านั้นต้องการทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นพลาสติก เหล็ก และยาง มาใช้ในการผลิต ตลอดจนการใช้พลังงานในการผลิต การขนส่ง และการใช้ที่ดินในการจัดเก็บคงคลัง การแสดงสินค้า ฯลฯ ยิ่งเราซื้อมาก โลกของเราก็จะยิ่งบอบช้ำ แต่หากเป็นการซื้อรองเท้าใน Second Life การรบกวนโลกจะต่ำลงจนใกล้ศูนย์ ในโลกเสมือน เราอาจจะซื้อดอกไม้ให้สาวได้นับร้อยช่อ (ให้กี่คนนี่อีกเรื่อง) โดยที่ไม่มีการตัดต้นไม้จริงเลย สาวๆ จะซื้อชุดใหม่ได้ไม่ยั้ง

การผลิตกำลังจะกลายเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์ มนุษย์เรากำลังจะก้าวไปทำอะไรที่เครื่องจักรทำไม่ได้ นั่นคือจินตนาการ ในวันหนึ่งอาชีพที่เรารู้จักอาจจะมีแต่ศิลปิน, นักออกแบบ, นักวิทยาศาสตร์ และอาชีพที่ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อื่นๆ

ข่าวดีสองเรื่องคือเมื่อเศรษฐกิจกลายเป็นเศรษฐกิจแบบเสมือนมากขึ้นเรื่อยๆ การบริโภคของแต่ละคนจะกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยลง และประชากรเราสามารถน้อยลงได้โดยไม่กระทบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากนัก เพราะในโลกเสมือน เราบริโภคได้ไม่จำกัด

ข่าวร้ายคือ เมื่อเราอิงกับวัตถุเสมือนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว วันหนึ่ง…

เราก็จะไปอยู่กันใน The Matrix

Comments 6

  1. plynoi wrote:

    เก็บเงิน G ใน Rak มาขายแบบนี้ป่าว :p

    Posted 22 Feb 2009 at 12:19 am
  2. bow_der_kleine wrote:

    ผมคิดว่า เป็นวิธีการที่แก้เรื่องสินค้าฟุ่มเฟือยได้ดีทีเดียวครับ เพราะสินค้าฟุ่มเฟือยโดยส่วนมาก เป็นเรื่องของ “ความอยาก” ไม่ใช่เรื่องของ “ความต้องการ” และความอยากก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยทางสังคมเข้ามาร่วมด้วย นั่นคือ การซื้อ และใช้สินค้าฟุ่มเฟือย เพราะต้องการการยอมรับจากคนอื่น ซึ่งตลาดเสมือนรองรับในส่วนนี้ได้ไม่แพ้ในชีวิตจริง

    แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดเสมือนคงไม่สามารถแก้ปัญหาตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องหามาตรการอื่น ๆ มาใช้ควบคู่กันไป

    Posted 22 Feb 2009 at 5:43 pm
  3. PaePae wrote:

    ขอบคุณที่อนุญาตให้เผยแพร่ต่อครับ http://www.9mana.com/node/56

    Posted 24 Feb 2009 at 4:06 pm
  4. Oakyman wrote:

    ผมยังไม่เห็นว่ามันจะเวิร์กนะครับ เจ้า “เศรษฐกิจเสมือน” เนี่ย

    Posted 25 Feb 2009 at 2:59 pm
  5. lewcpe wrote:

    Oakyman: ผมไม่ทราบว่าคำว่า “เวิร์ก” ของคุณนี่คืออะไรนะครับ

    อย่างหนึ่งที่อาจจะเข้าใจผิด คือผมไม่ได้เห็นดีเห็นงามอะไรกับแนวทางนี้ (แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร)

    มันเป็นแค่สิ่งที่ผมคิดว่ากำลังเกิดขึ้น และจริงๆ ก็ไม่ “กำลัง” เท่าใหร่เพราะมีคนจำนวนมากอาเลี้ยงชีพด้วยอะไรแนวๆ นี้อยู่แล้ว

    Posted 25 Feb 2009 at 3:14 pm
  6. noi_plastics wrote:

    เราได้มีการทำงานร่วมกันของผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้โลกเป็นสถานที่ ที่ดีกว่า

    Posted 07 Dec 2010 at 10:46 pm

Post a Comment

Your email is never published nor shared.