เรื่องที่ควรสอนในโรงเรียน

Screenshot - 28102557 - 18:40:12

เรื่องที่ควรสอนเรื่องหนึ่งในยุคนี้ คือ ความแตกต่างระหว่างการโพสแบบจำกัด มารยาทเมื่อเห็นโพสที่จำกัดว่าจะไม่ไปเอาไปโพสต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมๆ กับเรื่องที่ไม่ได้อยากให้ออกสู่สาธารณะ ก็ไม่ควรโพสสู่สาธารณะ

Dell Venue 8

10389255_10152793585363996_1482658615289105808_n

เพิ่งซื้อ Dell Venue 8 (2013) ให้ที่บ้านไปแทนที่ iPad เดิม มันทำงานได้ดีทุกอย่าง แถมราคาถูก (ได้มาจาก Cdiscount สี่พันกว่าบาท)

รุ่นใหม่ปี 2014 มาแก้ไขปัญหาของเดิมไปหลายอย่าง จากโทรไม่ได้ (ซึ่งเลวมาก ไม่ใช่แค่โทรไม่ได้ รับ SMS ยังไม่ได้เลย) รุ่นใหม่โทรได้แล้ว แถมจอ 1080p เลยสนใจว่าจะซื้อมาใช้เอง

ปรากฎว่ามันลดแรมจาก 2GB ในปีที่แล้วเหลือ 1GB

ข้ามไป รอแบรนด์อื่น

เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน

ประเด็นการเมืองในช่วงหลัง วนเวียนอยู่กับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของคนกลุ่มต่างๆ กันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แต่แม้ว่าผมจะเรียกร้องความโปร่งใสภาครัฐ แต่ที่ผ่านมาผมไม่สบายใจกับกระบวนการเปิดเผยทรัพย์สินของนักการเมืองของไทยนัก เพราะมันละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวในแบบที่ไม่มีขอบเขต ผมดูครั้งล่าสุดมีทั้ง อีเมล, ที่อยู่, เบอร์โทร, บ้านทุกหลัง, มรดกสมบัติเก่า ฯลฯ

ที่น่ากังวลคือเรากำลังทำให้การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเป็นยาวิเศษ ช่วยตรวจสอบการโกงโดยไม่ต้องสนใจความเป็นส่วนตัวใดๆ ของคนมาดำรงค์ตำแหน่ง (เรื่องการมาถูกหรือมาผิดคงต้องแยกออกไป)

กระบวนการจับคนดำรงค์ตำแหน่งทางการเมืองมาแก้ผ้าให้เราเห็นคงเป็นเรื่องสะใจเมื่อฝ่ายที่เราเชียร์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง แต่เมื่อทุกฝ่ายพากันขยายขอบเขตโดยไม่ดูว่ามันไปละเมิดคนเข้าไปในตำแหน่งแค่ไหน ราคาที่เราต้องจ่ายให้กับความสะใจมันก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

กระบวนการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่ลงรายละเอียดแบบไม่เคารพความเป็นส่วนตัว เป็นอีกอย่างที่ทำให้คนดีๆ ไม่อยากมาทำงานการเมือง และคนที่สะใจกับการเปิดเผยบัญชีเหล่านี้เองล่ะ ก็สั่งคร่ำครวญว่าตัวเองไม่มีตัวเลือก ไม่มีที่ยืน เพราะฝ่ายใดๆ ก็ล้วนไม่ดีพอ

ให้ลงไปทำเองก็ไม่ลง เพราะเปลืองตัว อยากให้คนดีๆ (ที่ไม่ใช่กู) ลงไปแก้ผ้าให้คนอื่นดู

ความโปร่งใสที่ไม่เคารพความเป็นคนไม่เคารพความเป็นส่วนตัวมันไม่ใช่ความโปร่งใส มันคือการกระหายหาเรียลลิตี้โชว์มาดูไปวันๆ

Fury

10501791_285235271659266_2865517243514964245_n

ไม่ได้ดูหนังอารมณ์แบบนี้มาตั้งแต่ Saving Private Ryan โทนหนังแนวๆ เดียวกัน

โม้นิดหน่อยตอนต้นเรื่องว่ารถถังเยอรมันเยอะกว่า สร้างภาพว่าพระเอกลำบาก แต่จริงๆ แล้วปริมาณรถถังนี่ฝ่ายสัมพันธมิตรเยอะกว่าแบบเทียบไม่ติด

มีฉากสู้กับรถถัง Tiger I คันเดียวสอย Sherman ได้สามคัน อ่านดูก็ประมาณนั้นจริงๆ Tiger I เกราะหนามาก แถมหนัก 80 ตัน ถ้า Sherman ไม่ยิงจ่อๆ จะยิงไม่เข้า

แต่ Tiger I ก็ข้อเสียเยอะ ค่าผลิตแพงมาก ใช้เวลาผลิตนาน รถหนักจัดทำให้วิ่งบนสะพานไม่ได้ (ตอนขนส่งในหนังก็ลำบาก ต้องสร้างถนนให้มันเฉพาะ)

หนังไปถ่ายในอังกฤษเพราะรถถังส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป อเมริกาไปรบแล้วทิ้งไว้เลย ไม่เอากลับ

กลับบ้านมานั่งอ่านประวัติศาสตร์ช่วงสงครามจบ จากที่เคยอ่านแต่ช่วงที่แยกเบอร์ลินแล้ว