ลงทุน

วันนี้สั่งหนังสือมาสองเล่ม ค่อนข้างหนา

พี่คนหนึ่งเดินมาเห็น เลยพูดขึ้นว่าการเรียนเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างแพง และมีความเสี่ยง

ค่อนข้างแพงคือ เราต้องเสียเวลาเรียน ค่าเรียน

ขณะที่ความเสี่ยงคือเรื่องที่เราเรียนน่ะ มันจะยังได้ใช้ไปอีกนานแค่ไหนกัน และสร้างรายได้กลับมาให้เราเท่าใหร่

ผมกลับไปมองหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง มันหนากว่า700 หน้า ใช้เวลาอ่านไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมง ขณะที่ไม่มีใครรู้ได้ ว่ามันจะสร้างรายได้ให้กับผมได้สักบาทหรือไม่

ผมเปิดหนังสือขึ้นอ่าน….

….เนื้อหามันสนุกดี….

 

ก่อนหน้า

ไม่ถึงปีก่อนหน้านี้

ผมยังนั่งกังวลว่ารายได้ผมจะเป็นเท่าใหร่

มันจะพอไหม

ความก้าวหน้าเป็นอย่างไร

ผมจะมีเงินเก็บพอในเวลาเท่าใหร่

ไม่ถึงปีเองสินะ…..

 

ผิด

คุยกับรุ่นพี่คนหนึ่ง

ลิ่ว – พี่ครับ ผมจะเอา PageMaker กับ Word ออกแล้วนะครับ

พี่ – อ้่าว ทำไมล่ะ พี่ใช้อยู่นะ

ลิ่ว – มันผิดลิขสิทธิ์น่ะครับ

พี่ – ไม่เห็นเป็นไปเลย เค้าไม่มาจับหรอก

ลิ่ว – แต่มันผิดนะครับ

พี่ – เอาน่า พี่ใช้อยู่ ไม่เป็นไรหรอก

มันต่างอะไรกับการที่เราบอกว่าเราวิ่งราวมาเพราะเรา “ใช้” เงินอยู่ และตำรวจยังไม่มาจับเรา ทำไมความผิดต้องเป็นเรื่องของที่ว่าเราโดนจับรึเปล่า

ในความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนรู้อยู่แก่ใจข้างในดีว่าอะไรผิดไม่ผิด เราแค่คิดง่ายๆ ว่าเรายังไมโดนจับ แล้วเราก็ยอมรับความผิดไปอย่างง่ายๆ

เรื่องของเรื่องมันคือความมักง่าย

มันเป็นเรื่องเดีัยวกับคนที่เอาหมากฝรั่งแปะบนกำแพงชาวบ้าน เรื่องเดียวกับคนทิ้งขยะข้างถนน และเรื่องเดียวกับคนทดเลขลงไปในหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุด

มันก็แค่นั้น

 

เปลี่ยว

ถ้าคนตามอ่านบล็อกผมมานานๆ คงจะสงสัยว่าไอ้นี่มันเป็นอะไรของมัน มันเปลี่ยวได้ทุกวี่ทุกวัน

เรื่องของเรื่องมันไม่ีมีอะไรมาก คนอ่านมาครบสองปีต้งแต่สมัยเขียนอยู่ Blogger นั้นเขียนแต่เรื่องวิชาการ และเรื่องหนักๆ จนวันหนึ่งคิดว่าชีวิตตัวเองมันเอียงเกินไปแล้ว มันขาดความงามของชีวิตเกินไปหน่อย

คนที่มีผลต่อเรื่องนี้หนักๆ เลยคือ อมิด ซิงก์ นักวิจัยทำงานอยู่ไอบีเอ็ม เป็นคนที่บ้าโอเอสเข้าสายเลือดในระดับที่โดน Slashdot เอาบ่อยๆ แต่พอไปอ่านหน้างานอดิเรกแล้ว โอ้ มันสุดยอดมาก แม้จะไม่ใช่ระดับศิลปิน แต่ก็สามรารถแสดงความงามของโลกได้มากกว่าโค้ด หรือการคอนฟิกโปรแกรมใหม่ๆ อย่างผมในสมัยนั้น

ผมวาดรูปไม่เป็น เล่นดนตรีไม่ได้เลย จะมีศิลปะที่สุดในชีวิตคงเป็นการถ่ายภาพ แต่มันยังอธิบายความงามของชีวิตได้ไม่สะใจ การจดชัตเตอร์แล้วมาชื่นชมกับมุมมองในชีวิตมันก็ดีอยู่หรอก แต่ผมเชื่อว่าเราควรได้มีโอกาสสร้างสรรความงามนั้นขึ้นมาเองบ้าง

นั่งคิดเรื่องนี้อยู่สักพักใหญ่ๆ ไอ้มาร์คมันเอาประกาศแข่งเขียนเรื่องสั้นของวนศาสตร์มาให้ซะเฉยๆ เลยคลอดออกมาเป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิต

เลยเจอตัวเอง เขียนเรื่องเปลี่ยวๆ ลงเว็บนี่ล่ะ ความสามารถพิเศษตู

เอวังด้วยประการละชะนี้