Fact

ในบรรดา Quote จากหนังทั้งหมดเท่าที่ติดตามมา คงบอกได้ว่าคำหนึ่งที่สั้นและชอบมากๆ คือ

This is full of SHIT!!!….. Not enough fact.
The Sum of All Fear

แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ จากหนัง แต่เวลาที่ต้องคิดอะไรในเรื่องที่ต้องการตรรกะสูงๆ แล้ว เป็นแนวคิดที่ผมนำมาใช้เสมอ คือการล้างเรื่องไร้สาระออกไปให้หมด แล้วคงไว้แต่ข้อเท็จจริง

ผมมองว่าหลายครั้งมันไร้สาระ และเลวร้ายในการที่เรานั่งทุ่มเถียงกันด้วยการคาดการณ์ ข่าวลือ และความเชื่อส่วนบุคคล

ที่น่ารังเกียจคือหลายๆ ครั้งแล้วเมื่อคนเราต้องการให้ความเชื่อของตนเองได้รับวามเห็นชอบ เราใส่ข่าวลือ และการคาดการณ์เข้าไปรวมๆ กับข้อเท็จจริง

ที่บ้านผมถามผมเรื่องความเห็นทางการเมืองหลายครั้ง แต่ผมปฎิเสธที่จะคุยเรื่องนี้เสมอ ในเมื่อข้อเท็จจริงคือผมไม่รู้จริง และการพูดคุยนั้นจะนำไปสู่การบาดหมางจริง ในชีวิตของผม แม้เรื่องที่ำมาคุยกันนั้นอาจจะเป็น SHIT ที่ออกมาจากสื่อต่างๆ ปนเปกันมั่วไปหมด

อารมณ์ ความเชื่อ และัจินตนาการจำเป็นต่อมนุษย์ และเป็นสิ่งที่แยกเราออกจากเครื่องจักร (และสัตว์?) แต่เรามีทางเลือกที่จะใช้มันเสมอ เราเองเ็ป็นผู้เลือกว่าอะไรมีความสำคัญ และอะไรไม่มี

เราเองเป็นคนตัดสินใจ

 

ตัวตน

ผมนั่งอยู่เมื่อเขาเดินเข้ามาหาผม

เขา – คุณเป็นอะไรถึงมานั่งอยู่ตรงนี้

ผม – ผมไม่อยากทำงานอีกต่อไปแล้ว

เขา – ทำไมล่ะ

ผม – มีคนบอกว่าผมไม่เหมาะกับงานนี้

เขา – แล้วคุณก็เชื่อ?

ผม – เขาพิสูจน์ได้ว่าผมทำงานอื่นได้ดีกว่า

เขา – ตอนที่คุณเลือกทำงานนี้ คุณพิสูจน์อะไรก่อนรึเปล่า

ผม – เปล่าเลย ผมแค่เชื่อว่ามันเหมาะกับผม

เขา – แล้วทำไมคุณจึงเอาข้อพิสูจน์มาทำลายความเชื่อของคุณล่ะ

 

อดีต

ความแตกต่างอย่างหนึ่งในวัยมทำงานที่ต่างจากวัยเรียนคือทางเลือกที่มีมากมายในชีวิต ที่จริงแล้วชีวิตทุกๆ วันในการทำงานคือทางเลือกที่เราต้องตัดสินใจตลอดเวลา ขณะที่เมื่อเราเรียน หากเราพลาดพลั้ง เราเพียงต้องลุกขึ้นมา แล้วทำสิ่งที่อยู่ข้างหน้าให้ดีที่สุด แต่ในการทำงาน ที่เราต้องตัดสินใจทุกอย่างเอง เราสามารถเลือกย้อนกลับไปยังจุดที่เราผ่านมาแล้วได้

เมื่อความรับผิดชอบอยู่กับตัวเราเต็มตัว เรามีสิทธิเลือกที่จะทุ่มเทเวลา หรือละทิ้งอะไรบางอย่าง เราอาจจะย้อนกลับไปหาสิ่งที่เราเคยละจากมันไป

นี่อาจจะเป็นความยากลำบากของชีวิต ทางเลือกที่เราโหยหาจะได้มาตลอดชีวิตนักเรียนของเรา

ขณะที่เรายืนอยู่จุดหนึ่ง มักจะมีข้อสงสัยอยู่เสมอว่าเราืยืนอยู่ในจุดที่ดีแล้วจริงๆ หรือ เราจะโหยหาชีวิตที่สุขสบายในจุดที่ผ่านมา เราจะสงสัยว่ามันเป็นเพียงการระลึกถึงอดีต หรือเราไม่มีความสุขกับปัจจุบันกันแน่

ขณะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ ชีิวิตและเวลาจะบังคับให้เราต้องเลือกเดินต่อไปข้่างหน้า ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา เราก็ต้องเดินต่อไป เมื่อเราเดินออกไป เราอาจจะยิ้มให้กับสิบก้าวที่แล้วของเรา หรือร้องไห้ให้กับแปดก้าวที่ผ่านมา แต่เราก็ยังคงต้องก้าวต่อไป

เส้นทางของเราจะไปจบตรงไหนกัน เราเท่านั้นที่จะรู้….

 

Greatest

The greatest thing you ever learn is just to love and be loved in return.
Moulin Rouge