พาสาทัย

พอ​ดี​เข้า​ไป​อ่าน​บล็อคของ veer พูด​ถึง​กระทู้​ใน Pantip.com (1,2) เลย​ได้​ประเด็น​ที่​ร้อนๆ มา​นั่ง​เขียน​เล่น ความ​จริง​เรื่อง​นี้​เขียน​ไป​หลาย​รอบ​แล้ว​ใน​บล็อคของ​ผม​หลายๆ ที่ แต่​เอา​เป็น​ว่า​จะ​มา​สรุป​ความ​คิด​เก็บ​ไว้​แล้ว​กัน

ถ้า​ใคร​อ่าน​ผม​เขียน​มา​นานๆ น่า​จะ​รู้​ว่า​ผม​ต่อ​ต้าน​การ​เหยียด​หยาม​คน​ที่​เขียน​ภาษา​ไทย​อย่าง​ผิดๆ ชนิด​หัว​ชน​ฝา คง​จะ​ไม่​แปลก​ถ้า​ใคร​จะ​คิด​ว่า​ผม​เป็น​ฝ่าย​สนับสนุน​การ​เขียน​ภาษา​อย่าง​ผิดๆ

เปล่า​เลย…..

แม้​จะ​เป็น​คน​ไม่​คล่อง​เรื่อง​ภาษา โดย​เฉพาะ​ภาษา​เขียน แต่​ดัน​ดอด​ไป​ทำ​งาน​เป็น​นัก​เขียน ผม​เอง​ยัง​คง​เชื่อ​ว่า​ภาษา​ควร​ได้​รับ​การสนับสนุนให้​มี​การ​ใช้​งาน​อย่าง​ถูก​ต้อง แต่​อย่าง​ไร​ก็​ตาม​ผม​เชื่อ​อย่าง​สุด​ใจ​ว่า…

ภาษา​ไม่​ใช่​ศาสนา….. (และ​การ​ใช้​ผิด​ไม่​ใช่​การ​ลบ​หลู่)

ภาพ​การ​ดู​ถูก และ​ประณาม​ผู้​ใช้​ภาษา​อย่าง​ผิดๆ ยัง​คง​มี​อยู่​เรื่อยๆ แม้​ใน​อินเทอร์เน็ต​ที่​ขึ้น​ชื่อ​ว่า​เป็น​แหล่ง​ของ​ภาษา​วิบัติ หลาย​คน​เน้น​สร้าง​ภาพ​ว่า คน​ที่​ใช้​ภาษา​อย่าง​ผิดๆ นั้น เป็น​พวก​ไม่​รัก​ชาติ เป็น​โจร หรือ​เป็น​ผู้​ที่​ไม่​คู่​ควร​จะ​ได้​พูด​ภาษา​ไทย ฯลฯ เรื่อง​อย่าง​นี้​เป็น​เรื่อง​ที่​ผม​มอง​ว่า​มัน​แย่​กว่า​คน​ที่​ใ้ช้ภาษาไทย​อย่าง​ผิดๆ เสีย​อีก

แน่​นอน​การ​ใช้​ภาษา​ผิด​นั้น​ไม่​ดี แต่​มัน​ไม่​ใช่​อาชญากรรม และ​คน​ทำ​ไม่​ต้อง​เข้า​คุก ขณะ​การ​ใช้​ภาษา​ไทย​ให้​ถูก​ต้อง เป็น​การ​ช่วย​ให้​สังคม​มี​สื่อ​กลาง​ใน​การ​สื่อ​สาร​ร่วม​กัน​อย่าง​เป็น​หนึ่ง​เดียว มัน​คง​ดี​กว่า​ถ้า​เรา​จะ​สร้าง​จิต​สำนึก​ให้​ทุก​คน​ใช้​ภาษา​ไทย​ให้​ถูก​ต้อง​แทน​ที่​จะ​ร่วม​กัน​ประณาม​การ​ใช้​ผิด นักเรียน​เขียน​รายงาน​ส่ง​โดย​ใช้​ภาษา​ไทย​อย่าง​ถูก​ต้อง ควร​ได้​รับ​คำ​ชม​เชย แทน​ที่​การ​ทำ​โทษ หรือ​ประจาน​ผู้​ที่​ใช้​ผิด ถ้า​เว็บ​บอร์ด​มัน​เละเทะ​นัก ก็​ให้​รูป​ธง​ชาติ​ตาม​หลัง​ชื่อ​คน​ที่​ใช้​ภาษา​ไทย​ถูก​ตลอด​ไป​อะไร​อย่าง​นั้น

เรื่อง​เล็กๆ อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ที่​ผม​เชื่อ​คือ สังคม​ไทย​ไม่​น่า​จะ​ต้อง​กังวล​กับ​ภาษา​วิบัติ โดย​เฉพาะ​ใน​อินเทอร์เน็ต​มาก​นัก เพราะ​คน​กลุ่ม​นี้​อัน​ที่​จริง​แล้ว​มัก​เป็น​กลุ่ม​คน​มี​การ​ศึกษา ที่​สามารถ​ใช้​ภาษา​อย่าง​ถูก​ต้อง​ได้​เมื่อ​เขา​ต้อง​การ หรือ​เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​ว่า​มัน​จำ​เป็น แต่​เรา​ยัง​คง​เห็น​ตัว​อักษร​โยก​โย้ ตาม​รถ​เมลว่า “รง​กด​กิ่ง” กัน​ได้​อย่าง​ไม่​เกิน​ความ​พยายาม​เกิน​ไป

การ​ขาด​การ​ศึกษา ที่​มี​คุณภาพ อาจ​จะ​เป็น​ปัญหา​หลัก​ที่​เรา​ต้อง​สนใจ​กัน​มากกว่า

 

Native is Sucks! But you can’t live without it.

หลัง​จาก​ทำ​งาน​ด้าน​ซอฟต์แวร์​มา​ปีก​ว่าๆ สิ่ง​ที่​พบ​อย่าง​หนึ่ง​คือ​โลก​ธุรกิจ​ซอฟต์แวร์​บ้าน​เรา​ถูก​แบ่ง​ออก​เป็น​สอง​ขั้ว​โดย​ไม่​มอง​หน้า​กัน คือ โลก​ของ Managed Software อย่าง .NET และ Java กับ​โลก​ของ Native ที่​มี​สารพัด​จะัใช้​กัน​อยู่ ทั้ง​เครื่อง​ยูนิกซ์​รุ่น​เก่าๆ มา​จน​ถึง​ลิ​นุกซ์

ที่​น่า​รำคาญ​ใจ​ที่​สุด​คง​เป็น​เรื่อง​ของ​เมื่อ​เทคโนโลยี​ส่วน​หนึ่ง​ไม่​สามารถ​ตอบ​สนอง​ได้​ดี​พอ ธุรกิจ​ซอฟต์แวร์​บ้าน​เรา​กลับ​กลัว​ที่​จะ​ขอ​ความ​ช่วย​เหลือ​จาก​เทคโนโลยี​อื่นๆ เพื่อ​ลด​อุปสรรค แต่​กลับ​พยายาม​ใช้​เทคโนโลยี​ที่​ไม่​เหมาะ​สม​เพื่อ​ให้​ได้​ชื่อ​ว่า​ซอฟต์แวร์ X ทำ​งาน​อยู่​บน​เทคโนโลยี Y ให้​ได้

พอ​ดี​ว่า​อยู่​ฝั่ง Native หลาย​ครั้ง​ที่​อยาก​ร้อง​ขอ​เทคโนโลยี​ระดับ​สูง​กว่า เพื่อ​มา​ลด​งาน​ที่​น่า​เบื่อ (แต่​ต้อง​มา​ทำ​ใน C/C++) โดย​ได้​ประโยชน์​ด้าน​ประสิทธิภาพ​น้อย​กว่า​ร้อย​ละ 1 แต่​ก็​ไม่​ได้​เพราะ​เหตุผล​ที่​ว่า​เรา​ต้อง​การ​ให้​ซอฟต์แวร์​เป็น Native

ขณะ​เดียว​กัน​ผม​เชื่อ​ว่า​คน​ใช้​เทคโนโลยี​ฝั่ง Managed ทั้ง​หลาย ก็​หลีก​เลี่ยง​การ​เรียกฟังก์ชั่น Native ด้วย​ความ​กลัว​ว่า​มัน​จะ​ไม่ Portable หรือ​จะ​ต้อง​รอง​รับ​เทคโนโลยี​อื่น​เพิ่ม​เติม ไป​จน​ถึง​ปัญหา​การเมือง​อื่นๆ

ความ​กลัว​ที่​ไม่​เข้า​ท่า​เหล่า​นี้​สร้าง​ความ​น่า​เบื่อ​ให้​กับ​งาน​ใน​โลก​ซอฟต์แวร์​ไม่​ใช่​น้อย แทน​ที่​เรา​จะ​ใช้​สิ่ง​ที่​สร้าง​ขึ้น​มา​เพื่อ​แก้​ปัญหา​อย่าง​ตรง​ตัว เรา​กลับ​อ้อม​ไป​มา​ด้วย​ความ​กลัว​เกิน​เหตุ

บท​ความ​นี้​เขียน​ให้​ตัว​ผม​เอง​จำ​ไว้ วัน​ไหน​มี​อำนาจ​ตัดสิน​ใจ​แล้ว ก็​อย่า​กลัว​ที่​จะ​เรียน​รู้​เทคโนโลยี​ที่​เหมาะ​สม​กับ​ปัญหา​แล้ว​กัน

 

First Day

From the very first day of you in Kasetsart. Now, I congrat to all you CPE16 on your graduation. I wish all of you happy with your jobs or furthur education.

Fondly,

P’ Lew

… 

 

Clever

Debugging is twice as hard as writing the code in the first place. Therefore, if you write the code as cleverly as possible, you are, by definition, not smart enough to debug it.

Brian Kernighan of C