Party by Coincidence

วันนี้ติดภารกิจไปเที่ยว (เป็นภารกิจจริงๆ นะ) แต่ก็มีเรื่องหนึ่งแว๊บขึ้นมาในหัีว

เวลาเรามีชุมชนใหญ่ๆ มากๆ เช่น Blognone หรือ Exteen เรื่องที่หลายคนอยากให้มีคืองานพบป่ะสังสรรกันบ้างเป็นครั้งคราว แต่ถ้าใครเคยจัดงานพวกนี้จะรู้ดีว่าการจะจัดงานให้ถูกใจคนจำนวนเกินร้อยขึ้นไปนี่เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะด้วยความต่างกันหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นความสนใจ รสนิยม วิถีชีวิต ฯลฯ

แต่จะเป็นยังไงถ้าเราจัดงานปาร์ตี้แบบไม่ได้จัดงาน ลดเงื่อนไขที่สร้างขึ้นมาจากการจัดงานปาร์ตี้แบบเดิมๆ ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกลับไปหาวัตถุประสงค์เริ่มแรกที่เราอยากจะมีงานปาร์ตี้สักงาน คืออยากไปเจอเพื่อนฝูงที่เราไม่ได้มีโอกาสพบเจอกันในโอกาสปรกติ

เราอาจจะทำอะไรง่ายๆ เช่นการนัดไปเดินสวนลุมไนท์บาร์ซาร์กันสักวัน ทั้งหมดที่เรามีคือการนัดแนะวันที่ ช่วงเวลา หากเป็นชุมชนในอินเทอร์เน็ตอาจจะมีแบบฟอร์มบัตรป้ายชื่อให้ติดเพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร

แล้วที่เหลือล่ะ?

ทุกคนก็แค่ไปเดินเที่ยวกัน ใครอาจจะนัดกับใครที่สนิทกันอยู่แล้วไปเดินเล่นกันเอง คุณอาจจะชอบเดินช๊อป หรืออยากนั่งกินกาแฟ กินเบียร์ หรือจะกินส้มตำ ทั้งหมดเป็นไปตามวิถีชีวิตและการตกลงร่วมกันระหว่างกลุ่มของแต่ละคน แต่ทุกคนที่เข้าร่วมงานจะมีโอกาสอันดีมากที่จะ “บังเอิญ” พบใครสักคนที่เขาอยากพบมานานแล้ว

ปาร์ตี้ที่ดำเนินไปแบบบังเอิญๆ เราอาจจะพบใครหลายคนที่เราอยากเจอ หรือพบกับใครหลายๆ คนที่อยากเจอเรา

นั่งคิดเล่นๆ แล้วน่าสนุกดี จะมีใครเอาไปจัดจริงๆ บ้างมั๊ยเนี่ย

 

TOT

วิกฤติโทรศัพท์ตอนนี้แสดงตัว TOT ว่ากร่างระดับชาติ คิดว่าเป็นสมัยก่อนที่ตัวเองผูกขาด เอกชนต้องใต้โต๊ะกันเป็นแสนๆ เพื่อให้ได้โทรศัพท์ซักเบอร์

มาวันนี้ผมอยากจะบอก TOT ครับ ว่าบล็อคเลยครับทั้ง DTAC และ TrueMove อ้อ AIS ไม่เชื่อฟังไม่ยอมบล็อคตามนี่อย่าปล่อยไว้ครับ บล็อคไปด้วยเลย

ไม่รู้คนอื่นๆ เป็นไง แต่เบอร์ที่เป็น 02 ในเครื่องผมนี่ไม่เกิน 10% และผมจำไม่ได้แล้วว่าผมโทรไปหาเบอร์พวกนั้นครั้งสุดท้ายเมื่อใหร่ เพราะฉะนั้นให้กำลังใจครับ ช่วยบล็อคให้หมด จะได้จบเรื่องจบราว (และจบเห่) กันไปซักที

 

Share

เห็นชื่อเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ชวนเล่นหุ้นนะ แต่พอดีได้ดู TED 2006 เรื่อง Ideas Worth Spreading พบว่าน่าสนใจมากที่ไอเดียค่อนข้างน่าสนใจ ถ้าเราสามารถสร้างแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้โดยง่าย และสังเคราะห์มันออกมาได้อย่างถูกต้อง ความอัศจรรย์ก็อยู่ไม่ไกลเกินไป

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรามีแหล่งข้อมูลดิบขนาดใหญ่ไว้ในอินเทอร์เน็ต เช่นสำนักข่าวซักสำนักอาจจะแจกบันทึกของสายข่าวของตนให้กับชุมชนอินเทอร์เน็ตฟรีๆ แล้วปล่อยให้มีการวิเคราะห์ข่าวอย่างกว้างขวาง โดยสำนักข่าวนั้นอาจจะได้รับค่าใช้จ่ายจากการโฆษณาบนเว็บ หรือจะเป็นการตีพิมพ์บทวิเคราะห์ที่นักวิเคราะห์อิสระเหล่านั้นมาวิเคราะห์ให้ฟรีๆ บนอินเทอร์เน็ต

โลกในตอนนี้มันกำลังแบนลงเรื่อยๆ เราอาจจะแปลกใจว่าตรรกะที่เราเคยเข้าใจใช้ไม่ได้กับโลกในตอนนี้และอีกห้าปีข้างหน้าอีกต่อไป ที่สำคัญคือประเทศไทยเองก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลกนี้ด้วย อย่าง Blognone เองก็เป็นหลักฐานหนึ่งที่เราเปิดให้นักเขียนเข้ามาเขียนข่าวได้อย่างอิสระ ซึ่งในแง่ของสื่อยุคเก่าแล้วอาจจะตั้งคำถามว่า “ใครจะมาเขียนข่าวให้คนอื่นอ่านกันฟรีๆ?” แต่เราพบว่าคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ได้รับประโยชน์จากการเขียนข่าวฟรีๆ เช่นนั้น

ปัญหาของข้อมูลไทยๆ ทุกวันนี้ยังมีอยู่เยอะโดยเฉพาะ การค้นหาที่ย่ำแย่มากเมื่อใช้กับข้อมูลภาษาไทย

ปล. TED Talk นี่เป็นงานสัมมนาระดับสุดยอด ด้วยการเชิญคนที่แสดงไอเดียได้ระดับโลกมาพูดเกี่ยวกับแนวคิดของเขาสั้นๆ แค่ 20 นาที เลยเป็นการคั้นแต่เนื้อล้วนๆ ไม่มีน้ำ ที่น่าแปลกคืองานสัมมนานี้คนเข้าฟังต้องได้รับเชิญจากทาง TED เองเท่านั้น และบัตรค่าเข้าฟังนี่ 4,400 ดอลลาร์ต่อที่นั่ง !!! แต่ข่าวดีคือมีวีดีโอในงานให้ดูกันฟรีๆ ที่ Google Video แถมโหลดไปแจกใครต่อใครได้เพราะเป็น Creative Commons (By, Share-Alike, No-Comercial)

 

Ban

ผมขอเสนอคมช. ออกมาตรการตัดไฟฟ้าทั่วประเทศ เท่ากับปิดการสื่อสารทุกชนิดไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาไปคุกคามสื่อ ปิดเว็บโน้นเว็บนี้ แถมยังสามารถแบนการโทรศัพท์ผ่านมือถือได้อีกต่างหาก เจ๋งซะไม่มี

ประชาชนจะได้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง อยู่กับตะเกียงเจ้าพายุและเทียนไข ตื่นเช้าก็ออกไปเลี้ยง^-^อาบน้ำในคลองแบบอ้ายขวัญอีเรียมแห่งทุ่งแสนแสบ โรแมนติคซะไม่มี
203.155.120.xxx