National OpenID

ประเด็นของพรบ. ความผิดที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์สร้างความกังวลให้กับ “ผู้ให้บริการ” จำนวนมหาศาล ที่ต้องกังวลว่าจะต้องรับผิดชอบความผิดที่ตัวเองไม่ได่ก่อไปด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการเก็บหมายเลขบัตรประชาชนที่เป็นที่ถกเถียงกันมานาน

เรื่องที่แย่อย่างหนึ่งคือเป็นเรื่องลำบากเป็นอย่างมากสำหรับผู้ให้บริการที่ต้องการให้ชุมชนของตนเป็น “สีขาว” ด้วยวิธีการที่ว่าทุกคนสามารถยืนยันตัวตนได้ว่ามีตัวตนจริงในประเทศไทย

OpenID เป็นมาตรฐานการยืนยันตัวบุคคลที่กำลังได้รับการยอมรับอย่างกว้าง ข้อดีของมันคือการที่ OpenID เป็นมาตรฐานเปิด ซึ่งหมายความว่ามันไม่ผูกกับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง, ข้อดีของมันคือการที่มาตรฐานนั้นได้รับการยอมรับค่อนมาก ซอฟต์แวร์จำนวนมากสามารถเปิดรองรับการยืนยันตัวบุคคลผ่านทาง OpenID ได้ในทันที

สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือหน่วยงานกลางที่จะทำหน้าที่ ยืนยันการมีตัวตนของ User ID หนึ่งๆ ที่อาจจะเข้าใช้งานบริการต่างๆ จำนวนมาก เช่น เว็บบอร์ด หรือบล็อกต่างๆ  โดยที่หน่วยงานดังกล่าวอาจจะต้องการการยืนยันแบบเป็นเอกสารจากทางเจ้าของ Account ที่จะสมัคร

ที่น่าสนใจคือหน่วยงานนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยงานราชการเสมอไป

แต่การทำ National OpenID (NID) นี้เป็นกิจกรรมที่สร้างค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อคิดถึงปริมาณผู้ใช้ในหลักแสนคน (ซึ่งเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้) ค่าใช้จ่ายในการรวบรวมเอกสาร การทำ Identification ต่างๆ จะแทบไม่ต่างอะไรจากบัตรประชาชน เว้นแต่ว่าการทำงานอาจจะ Cost Efficient กว่ามาก

เราจะสร้างแรงจูงใจให้เกิด NID ได้ยังไงบ้างนอกจากการด่ารัฐบาลว่าออกกฏแต่ไม่ออกทางออก (เพราะไม่ต้องรับผิดชอบกับฐานเสียงประชาชน?) มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะสร้างหน่วยงานแบบนี้ในเชิงของเอกชนหรือ องค์กรอิสระ

ในเชิงเอกชนนั้นเราอาจจะคิดถึงหน่วยงานแบบ Consortium ที่เป็นการรวมตัวกันของเว็บที่หวังผลทางธุรกิจ แล้วลงเงินก่อตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาในรูปแบบของค่าธรรมเนียมในการเข้าใช้งานข้อมูใน OpenID โดยแน่นอนว่าต้องเป็นข้อมูลที่เจ้าของ Account ยินยอมเท่านั้น ปัญหาที่ตามมาคือเราจะคิดค่าธรรมเนียมกันอย่างไร เพราะขณะที่เว็บขนาดใหญ่อาจะยินดีจ่ายเงินหลายๆ หมื่นบาทต่อเดือนเพื่อใช้งานโดยไม่มีผลกระทบ เว็บเล็กๆ คงแทบไม่มีทางจ่ายเงินขนาดนั้นได้ การแก้ปัญหาด้วยการนับ Account ก็คงไม่ใช่ทางออกที่ดีเพราะเว็บขนาดเล็กที่เปิดตัวใหม่ อาจจะมีการเข้าใช้งานเกินความเป็นจริง ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

ทางออกที่เป็นไปได้อาจจะเป็นไปในรูปแบบของ Service Level Agreement โดยแต่ละเว็บจะจ่ายเงินเพื่อขอการรับประกันความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ เช่นเว็บใหญ่ๆ อาจจะต้องการ 500 รายชื่อต่อนาที แต่เว็บขนาดเล็กต้องการเพียง 5 รายชื่อต่อนาทีเท่านั้น โดยหากเป็นช่วงเวลาที่ระบบโหลดไม่เต็มเว็บขนาดเล็กก็จะได้บริการไปในแบบที่ไม่มีการรับประกัน และอาจจะมีการบังคับจ่ายเพิ่มในกรณีที่มีการใช้งานเกินต่อเนื่อง

ในแง่ของหน่วยงานราชการนั้นอาจจะกลับข้างกัน โดยราชการอาจจะเลือกเก็บเงินกับเจ้าของ Account แทน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับประโยชน์ โดยอาจจะมีแบบฟอร์มแนบตอนทำบัตรประชาชนว่าต้องการ NID ด้วยหรือไม่ ถ้าต้องการก็จ่ายเงิน 20 บาทอะไรอย่างนั้น หน่วยงานนี้อาจจะต้องเป็นหน่วยงานอิสระจากรัฐบาลโดยมีรายได้เป็นของตัวเอง เพื่อให้แน่ใจได้อีกขั้นว่ารัฐบาลจะไม่เอาข้อมูลการเข้าถึงเว็บต่างๆ ไปใช้ซี้ซั้ว โดยการเข้าใช้งานข้อมูลเหล่านั้นสามารถทำได้โดยการขอหมายศาล ตรงนี้รัฐบาลเองก็จะสะดวกขึ้นเพราะรู้ว่าต้องไปเอาข้อมูลจากใคร

 

ผู้รับ

ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในโลกของเราคือ ทัศนคติทางเพศที่มองผู้ชายเป็น “ผู้ให้” แม้ในหลายปีให้หลังมานี้มุมมองแบบดีจะดีขึ้นมากแล้วจากการปรับกระบวนคิดในเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศและเรื่องอื่นๆ แต่ทัศนคติแบบนี้ก็ยังไม่ได้หายไปไหนจากโลกของเรา

เราคงเคยชินที่เห็นภาพยนตร์สักเรื่องที่นางเอกตกอยู่ในมือเหล่าร้ายโดยที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ และมีพระเอกที่อาจจะเก่งกาจ หรืออาจจะไม่ได้เรื่องเลยก็ตามที ฝ่าฟันปัญหานานับประการเพื่อปกป้องช่วยเหลือนางเอกให้รอดพ้นจากภยันอันตรายทั้งปวง แล้วเรื่องราวก็จบลงด้วยการแสดงความขอบคุณจากนางเอกที่บอกว่าเธอขาดพระเอกไปไม่ได้ตลอดกาล

ภาพเหล่านี้แม้จะสร้างความคิดที่จะปกป้องดูแลคนที่เรารักให้กับผู้ชายจำนวนมากในโลกก็ตาม แต่ในมุมกลับแล้ว มันกลับเป็นเรื่องยากที่เราจะยอมรับว่่าในขณะที่เราพยายาม “ให้” นั้น ชีวิตคู่ของคนเราก็ต้องยอมที่จะ “รับ” ไปพร้อมๆ กันด้วย เหมือนกับตอนที่พระเอกรู้ว่านางเอกไปดูกีฬากับพระเอกเพื่อจะใช้เวลากับพระเอกมากกว่าที่จะเป็นความชอบส่วนตัวในเรื่อง The Break Up

บางทีแล้วการเรียนรู้ที่จะรับ และการแสดงความตระหนักในคุณค่าของสิ่งที่เราได้รับในทางบวก อาจจะเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ และปรับปรุงในคนรุ่นต่อๆ ไปเช่นเดียวกับที่คนรุ่นก่อนหน้าเราได้ปรับในเรื่องความเท่าเทียมมาก่อนหน้านี้แล้วก็เป็นได้

 

Royalty

(12:21:18 AM) LewCPE: เพราะบริษัทมึง
(12:21:25 AM) LewCPE: โอกาสเติบโตมีเยอะ
(12:21:31 AM) LewCPE: อยู่ไปอีกห้าหกปี
(12:21:37 AM) LewCPE: มีโอกาสรวยได้ถ้ามีหุ้น
(12:21:43 AM) LewCPE: แต่ถ้าให้รับเงินเดือนไปเรื่อยๆ
(12:21:51 AM) LewCPE: กูไม่รู้จะให้มึงอยู่ไปทำไม

ว่าจะเขียนเรื่องนี้หลายทีล่ะ ไว้มาเขียนละเอียดๆ อีกที

 

advice

ญ – คุณต้องให้ฉันเตือนเรื่องเดิมๆ ไปถึงไหนกัน

ช – อ่าวคุณเบื่อที่จะเตือนแล้วเหรอ

ญ – นี่คุณตั้งใจทำให้ฉันต้องเตือนคุณเหรอ

ช – อืม ก็ใช่นะ

ญ – คุณทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไรกัน

ช – ก็ตอนคุณทำเสียงดุก็น่ารักดีออกนี่นา

ปล. นานๆ ทีให้ตัวละครสองคนนี้สวีทกันมั่งแล้วกันนะ