หลังๆ โพสน้อยลงเนื่องจากเหตุผลหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้กำลังเตรียมย้ายจาก wordpress ไปใช้ blogger แทนแล้วครับ
ด้วยความที่มันมีปัญหาหลายๆ อย่าง เดี๋ยวคงได้ไปเจอกันใน WordPress ต่อไป
หลังๆ โพสน้อยลงเนื่องจากเหตุผลหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้กำลังเตรียมย้ายจาก wordpress ไปใช้ blogger แทนแล้วครับ
ด้วยความที่มันมีปัญหาหลายๆ อย่าง เดี๋ยวคงได้ไปเจอกันใน WordPress ต่อไป
เคยมีคนบอกผมว่า การเรียนระดับปริญญาโท-เอก ต่างจากการเรียนปริญญาตรีตรงที่ สิ่งที่เราทำไม่ใช่สิ่งที่มีคนรู้อยู่แล้วว่ามันทำได้ แต่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำ และไม่มีใครรู้จริงๆ ว่ามันทำได้หรือไม่
เวลาที่เราต้องเข้าไปในโลกที่เราไม่เคยไป และที่สำคัญคือ จริงๆ แล้วไม่เคยมีใครไปเช่นกัน
เรากำลังเดินทางเข้าไปสู่โลกใหม่
อาจจะมีคนมากมาย เคยผ่านประสบการณ์ในการเดินทางคล้ายคลึงกับเรา แต่ไม่มีใครที่เดินทางเดียวกับเราจริงๆ
คำแนะนำหลายๆ อย่างมีประโยชน์… แต่ไม่ใช่ว่ามันจะถูกต้องไปทั้งหมด
ไม่มีเฉลยในการเดินทางเข้าไปยังโลกใหม่ ทุกอย่างคือการตัดสินใจของเราเอง
เราทำถูกหรือไม่ หรือเรากำลังทำทุกอย่างพังลงไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีใครรู้
เราเลือกทางที่ดูดีที่สุด แต่ก็ไม่มีอะไรมารับประกันแม้แต่น้อยว่ามันเป็นทางที่ถูกจริงๆ น่ะหรือ
แต่ก็นั่นแหละ ในความแตกต่าง มันสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับเรา
เราจะโตขึ้นผ่านทางการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใครในโลก
เราจะเรียนรู้ที่จะคิด เราจะเรียนรู้ที่จะตัดสินใจ
และเราจะเรียนรู้ที่จะอยู่ในโลกใหม่ที่ไม่มีใครเคยเข้ามา
เมื่อวันอาทิตย์ไปดูหนังมามีฉากหนึ่งที่กระตุกความคิดเล็กๆ ออกมา…
เรื่องราวตอนนั้นคือพระเอกซึ่งเป็นนักบัญชีพยายามแสดงความเป็นห่วงนางเอก ด้วยการอธิบายกระบวนการทางกฏหมายเพื่อให้นางเอกสามารถจัดการปัญหาได้ดีขึ้น
เรื่องราวดำเนินไปแบบตามครรลองฉากรัก (แม้จะไม่ใช่หนังรักก็ตามทีเถอะ) คือนางเอกโกรธพระเอกที่แทนที่จะเข้าใจและรับฟังปัญหา กลับมัวแต่พยายามพูดในสิ่งที่นางเอกไม่ได้อยากจะฟัง
ที่น่าสนใจคือเด็กคนหนึ่งมาบอกกับนางเอกที่กำลังโกรธนั้นว่า บางทีแล้วที่ชายหนุ่มพยายามพูดในสิ่งต่างๆ นั้น ก็คงเป็นเพราะเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดี
…………
เวลาที่เรามองการกระทำหลายๆ ครั้งแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะมองได้เพียงการกระทำที่เรามองเห็นตรงหน้า
เมื่อเราได้ของขวัญจากใครสักคน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะให้ความประทับใจจากของขวัญที่เราได้รับนั้นเอง เมื่อเราได้ฟังอะไรจากคนอื่นๆ เราก็จะตัดสินความประทับใจจากข้อความที่เขาพูดออกมาเช่นกัน
แต่มันคงจะดี ถ้าเรามีเวลาสักช่วงหนึ่ง ที่เราหันกลับมาคิดว่าเขาทำสิ่งเหล่านั้นไปเพื่ออะไรกัน
คงจะดีถ้าเราจะเห็น ความตั้งใจที่จะไปเลือกของขวัญให้กับเรา และประทับใจกับความตั้งใจนั้น เราอาจจะเห็นความพยายามที่จะหาคำปลอบโยนที่ดี แม้คำพูดที่ออกมานั้นอาจจะไม่ได้เรื่องเท่าใหร่
ถ้าเราทำได้…. เราคงจะเห็นความรักอยู่รอบตัวเรามากขึ้นอีกมหาศาล…
ประมาณสิบกว่าปีก่อน ผมเคยทะเลาะกับเพื่อนคนหนึ่งอย่างรุนแรงมาก มากจนผมจำได้มาจนทุกวันนี้
เราทะเลาะกันเรื่องเค้กก้อนละห้าบาทหนึ่งก้อน…..
เรื่องราวไม่ซับซ้อน ตามตรรกะทางความคิดในสมัยนั้น เนื่องจากว่าเราไม่มีเงินพอที่จะซื้อเค้กก้อนนั้นมาได้ เราจึงรวมเงินกันสามคนที่จะซื้อเค้กมาได้หนึ่งก่อน โดยผมเป็นคนออกเงินมากที่สุด (สามบาท)
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราซื้อเค้กก้อนนั้นมา แล้วผมยืนยันว่าเราไม่ควรแบ่งเค้กให้เท่าๆ กันเพราะผมเป็นคนออกเงินมากที่สุด
ผมนึกถึงปัญหาในครั้งนั้นด้วยรอยยิ้มกับประสบการณ์ที่ผ่านมาในวัยเด็ก แต่วันหนึ่งแล้ว ผมก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา
ผมลืมอะไรบางอย่าง….
ผมลืมไปแล้วว่าปัญหานี้มันยิ่งใหญ่เพียงใดกับผมในเวลานั้น…
ผมไม่สามารถเข้าใจได้อีกต่อไป ว่าเงินสามบาทที่ผมนำไปทะเลาะกับเพื่อนนั้นมีความหมายต่อผมเพียงใด
ในกระบวนการช่วยเหลือผู้อื่นนั้น มุมมองอย่างหนึ่งที่สำคัญคือการเข้าใจให้ได้ว่าความคิดเช่นใดจึงสร้างปัญหานี้ขึ้นมา
ผมมองตัวเอง แล้วพบว่าน่าเศร้า เมื่อปัญหาหลายๆ อย่างที่ผมเคยประสบกับตัวเองโดยตรง แต่กลับไม่สามารถให้คำแนะนำใครได้อีกต่อไป เพราะไม่สามารถเข้าใจได้อีกต่อไปแล้วว่าทำไมในตอนนั้นจึงมีปัญหา
เช่นเดียวกับที่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมจึงยินดีทะเลาะกับเพื่อนด้วยเงินสามบาท ผมไม่เข้าใจว่าทำไมการอ่านหนังสือหลายๆ ชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงยากนัก
คงดีไม่น้อยหากโลกเราจะมีวิธีบันทึกความรู้สึกและความนึกคิดเอาไว้ ให้เราได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจกับประสบการณ์ของเราเอง ที่เราจะสามารถเข้าใจผู้อื่นที่มีประสบการณ์เดียวกับเราได้อย่างแท้จริง