ขออภัยล่วงหน้าที่ขึ้นหัวข้อไม่สุภาพ พอดีอ่านบล็อกของ Plynoi แล้วนึกถึงตัวเองตอนถ่ายภาพ
รอบตัวผมมีไม่กี่คนที่ถ่ายภาพเป็นอาชีพครับ ตัวผมเองก็ถ่ายไว้ดูเอง ให้เพื่อนดูบ้างเป็นครั้งคราว แต่บางทีเจอเพื่อนร่วมทริปที่ไปถ่ายภาพด้วยกันแล้ว บางครั้งผมนึกในใจว่า มันจะสนุกตรงไหนล่ะนี่…. โดยเฉพาะเวลาโดนถามเซ้าซี้แบบ
- อ่าว ไม่ถ่าย RAW เหรอ แล้วภาพจะชัดเหรอ?
- ไม่ชดเชยเพิ่มอีกสักครึ่งสตอปล่ะ เดี๋ยวไม่พอดีนะ
- เลนส์ตัวนี้ดีเหรอ ไม่ซื้อตัวใหญ่กว่านี้ล่ะ XXX ก็ดังดีนี่
- ทำไมใช้ยี่ห้อ XXX ล่ะ YYY สีดีกว่าตั้งเยอะ ทนก็ทนกว่า บลาๆๆๆๆๆๆๆ……..
- ถ่าย iso สูงแล้ว noise ไม่เยอะเหรอ
เลยมาสร้างแนวทางการถ่ายภาพแบบ “ช่างแม่งเหอะ” ดังนี้
- ถ่ายภาพความละเอียดตามใจฉัน จะถ่าย RAW เมื่อมีวันหยุดยาวแล้วรู้ว่าหาสาวไปเที่ยวด้วยไม่ได้ ถ้าคุณมีอะไรทำมากมายมหาศาล แต่ยังถ่าย RAW ทุกรูปโดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะว่างมาแต่ง แล้วต้องทนทุกข์กับเวลาไม่มีที่เก็บภาพมันจะสนุกตรงไหน
- กดๆ ไป ตั้ง continue ยิงรัวไปเลยก็ได้ ไม่ต้องคิดมาก ก็มันถ่ายไม่แม่นให้ทำไงอ่ะ
- ตั้ง iso สูงๆ เมื่อแสงน้อย ก็ ภาพมันมืด ตั้ง iso สูงมันผิดตรงไหน noise น่ะเอาเข้าจริงอาม่าที่บ้านเค้าไม่สนหรอก ขาตั้งกล้องอยากแบกก็แบก วันไหนไม่อยากแบกก็โยนมันไว้ใต้เตียง
- ซื้อเลนส์แบบอยากใช้ เอาแบบเบาๆ ถ่ายสบาย จ่ายแพงซื้อเลนส์โปรแล้วต้องลำบากมาแบก ลำบากมาดูแล ซื้อมาทำไม?
ประเด็นคือกล้องเนี่ย “เรา” ซื้อ “มัน” มาใช้งาน สำหรับผมแล้วผมซื้อมันมาเพื่อความ “บันเทิงใจ” ส่วนตัว และผมเชื่อว่าคนไม่น้อยคิดแบบนี้ ผมไม่ได้ซื้อเทพเจ้ามาบูชาไว้หัวเตียง
หลายครั้งทีเดียวที่คำวิจารณ์ ที่ได้รับมาเป็นเรื่องที่ดีมาก เช่นเรื่องมุมมอง หรือแนวคิดการถ่ายภาพ แต่บ่อยครั้ง (เกินไป) ที่ผมเห็นเพื่อนักถ่ายภาพติดอยู่กับความละเอียดของภาพ ความสมบูรณ์เมื่อขยายด้วยกำลังขยายสูงสุด ฯลฯ เท่านั้นไม่พอยังพยายามกดดันให้คนอื่นเห็นดีเห็นงามไปด้วย
คิดไรมาก ถ่ายภาพมาแล้วอย่างน้อยๆ คุณมองภาพแล้วสบายใจตัวเองที่ได้ย้อนความหลังไปในช่วงเวลาดีๆ
มันก็พอแล้วหนิ
