Cost of Participation

เรื่องหนึ่งที่บ้านเรามีปัญหาทั้งในเชิงวิชาการและอุตสาหกรรมคือเรื่องของการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน

ประเด็นเช่นนี้ผมเป็นประเด็นที่ผมบ่นๆ มาได้หลายปีแล้ว และเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง เช่นงาน ECTI-CON ที่ผมช่วยโปรโมทใน Blognone ตอนนี้เอง

ปัญหาอย่างหนึ่งของงานที่สร้างความแลกเปลี่ยนอย่างนี้คือการที่เราต้องการพื้นที่เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนที่มากขึ้น พร้อมๆ กับค่าใช้จ่ายในการเข้าแลกเปลี่ยนที่ต่ำลง

เพราะเราไม่ได้พูดถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่มีเงินถุงเงินถังส่งพนักงานไปร่วมงานประชุมวิชาการ หรือเข้าร่วมงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ แต่เรากำลังพูดถึงนักศึกษามือดีที่มีไอเดียแต่ไม่สามารถทำตลาดสินค้าของตัวเองได้ หรือบริษัทขนาดเล็กๆ ที่ทำสินค้าเฉพาะทางและไม่มีกำลังในการโปรโมทมากมายนัก

อย่าว่าแต่ค่าเข้าร่วมไม่กี่พันบาท คนกลุ่มนี้นั้นหลายๆ ครั้งแล้วแม้แต่งานสัมมนาฟรีก็ไม่สามารถไปเข้าร่วมได้เนื่องจากไม่พร้อมที่จะให้พนักงานหยุดงานไป…

เราต้องการระบบใหม่ที่ราคาถูกลง การพบกันต่อหน้าที่มีค่าใช้จ่ายต่ำมากๆ จนใกล้ศูนย์ วิธีการที่คนเหล่านี้จะแสดงความ “เจ๋ง” ของตัวเองออกมาโดยหยุดงานไม่เกินครึ่งวัน ทำอะไรง่ายๆ สั้นๆ แต่สร้างกระแสความสนใจได้หากสินค้านั้นมีคุณค่าในตัวของมันเอง

ไอเดียคร่าวๆ ที่ผมกำลังหาทางดันๆ อยู่ตอนนี้อย่าง

– BarCamp วิชาการ ขณะที่ BarCamp ของไทยตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นงานที่เน้นการมีส่วนร่วมของคนจำนวนมากไปแล้ว ผมกำลังคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะเอากระบวนการแบบ BarCamp มาใช้แทนงานประชุมวิชาการต่างๆ การพูดเป็นการพูดง่ายๆ สั้นๆ แต่น่าสนใจ ค่าใช้จ่ายงานที่ต่ำๆ
– Blognone Project ตอนหลังๆ นี้เริ่มเงียบๆ ไป เราคงต้องพยายามดันมันขึ้นมากันอีกครั้ง

ปล. ช่วงนี้กำลังเขียน Paper อย่างบ้าเลือด ผมหายตัวไปสักพักนะครับ

 

domain owner?

ผมสงสัยมาตลอด ว่าทำไมโดเมนไม่โดนพิทักทรัพย์ให้เจ้าหนี้ไป? เพราะมูลค่าตอนนี้คงไม่ต่ำกว่าสิบล้านเข้าไปแล้ว

ที่มา – [CheckDomain](http://www.checkdomain.com/cgi-bin/checkdomain.pl?domain=manager.co.th)

 

www.ku.ac.th

และนี่คือทั้งหมดที่ผมเห็นเว็บมหาวิทยาลัยตัวเอง

 

นิสัยถาวร

__คำเตือน:__ บทความนี้แรงมาก แม้จะใช้ภาษาสุภาพ ถ้าไม่อยากเครียดควรหลีกเลี่ยง

วันนี้เป็นหนึ่งวันประวัติศาสตร์ของไทยที่ต้องถูกจารึกไว้ ถ้าผมจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งที่สองที่พรรคที่มาจากการเลือกตั้งถูกยุบลงด้วยรัฐธรรนูญที่มาจากทหาร

ชัยชนะที่ได้รับการประกาศในครั้งนี้ เป็นชัยชนะแห่งชนชั้นสูงของเมืองไทย ประเทศที่ไม่เคย “หน้าบาง” พอที่จะบอกว่าตัวเองมีการแบ่งชนชั้นวรรณะอยู่ในประเทศ ไม่เคยยอมรับว่ามีปัญหาด้านศาสนา และไม่เคยยอมรับอีกหลายๆ อย่าง

การดูถูกนโยบายประชานิยมของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเป็นเสียงสะท้อน “นิสัยถาวร” ของคนมีการศึกษาผู้มีอันจะกินเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

คนเหล่านี้แหละ ที่กู้เงินต่างชาติอย่างหน้ามืดตามัว คนเหล่านี้ล่ะที่ปั่นราคาที่ดิน เล่นหุ้น ฯลฯ อย่างฟองสบู่ แล้วนั่งฝันถึงเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย

คนกลุ่มนี้น่าสนใจว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ไปลงทุนต่างชาติ (ลาว, ฮ่องกง ฯลฯ) จนหมดตัว และเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับที่บริหารบริษัทจนไปแทบไม่รอดต้องขายหุ้นให้บริษัทต่างชาติผ่านนอมินีไปก่อนหน้านี้หลายปี

__ไม่เกี่ยวกับบทความ__ นี่คือโลโก้[บริษัท Telenor](http://en.wikipedia.org/wiki/Telenor) เครือบริษัทโทรคมข้ามชาติจากยุโรป จุดเริ่มต้นของบริษัทมาจากนอร์เวย์ **โลโก้ของบริษัท Telenor เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท**

และคนพวกนี้คือคนกลุ่มเดียวกันที่เที่ยวบอกคนโน้นคนนี้ว่าอย่าทำโน่นนี่ คนจนอย่าใช้เงินเกินตัว “เดี่ยวชาติพัง”???

คนกลุ่มนี้นี่แหละที่กล้าบอกชาวโลกว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่ควรมีสิทธิมีเสียงในการดูและประเทศนี้มากกว่าคนอื่น?

ผมไม่แปลกใจที่จะมีใครคิดอย่างนี้ ทุกคนอยากเป็นคนสำคัญ ทุกคนอยากมีสิทธิพิเศษ แต่สงสัยอย่างเดียว __ไม่อายมั่งเหรอ?__

เขียนเพราะไปอ่านบล็อกคนอื่น ([eigx](http://eigx.wordpress.com/2008/12/02/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%87/), [wonam](http://wonam.exteen.com/20081203/entry))