เด็กคอมถามปัญหาคอม

เห็น [@ploysics บ่นไว้ในบล็อก](http://www.ploysics.com/when-you-in-com-dept/) เลยเขียนมั่ง

เรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ มันไม่มีใครรู้ไปหมดทุกเรื่อง แม้แต่เด็กคอมเองก็ไม่มีทางรู้ทุกอย่างแก้ทุกปัญหาได้ ดังนั้นไม่แปลกที่จะถามคนอื่น

แต่ในฐานะรุ่นพี่ผมพยายามบอกน้องๆ หลายครั้งว่าให้ถามแบบที่คนตอบ “รู้สึกได้” ว่าเราคือเด็กคอม… ซึ่งแน่นอนว่าไม่น่าเป็นคำถามว่า

> นี่ๆ เครื่องเรามันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทำอะไรก็ไม่ได้เลย ไม่รู้มันเป็นเมื่อใหร่ มันขึ้นอะไรแปลกๆ มาก็ไม่รู้ แล้วเราก็กดๆ ไปอ่ะ กดอะไรไปมั่งก็ไม่รู้ แล้วมันจะเสียมั๊ย

ทั้งประโยคเป็นคำว่า “ไม่รู้” ไปสักสิบแปดรอบ… (แล้วกูจะรู้มั๊ย…)

แนวทางหลักในการขอความช่วยเหลือ

– ตั้งสติ จะพูดอะไรนึกไว้ด้วยว่าคนตอบเขาไม่มีปัญหา เราเป็นคนมีปัญหา เราต้องอธิบายปัญหาให้เขาเข้าใจ
– พูดให้ชัด อะไรไม่ทำงาน “เข้าเน็ตไม่ได้”, “พิมพ์งานไม่ออก”, “เปิดโปรแกรมไม่ขึ้น” ฯลฯ
– บอกอาการอย่างชัดเจน หน้าจอขึ้นอะไรมา Error Code หมายเลขอะไร อ่าน__ทุกๆ__ Dialog ที่แสดงขึ้นมา
– ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนเสมอ กูเกิลมี ปัญหาส่วนมากเอา Error Code โยนใส่กูเกิลก็ได้คำตอบแล้ว ทำเองมันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน
– อย่าขี้เกียจ อย่าให้คนอื่นทำให้ถ้าไม่จำเป็น ขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่แรงงาน พยายามถามเพื่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น จะได้เรียนรู้ว่าเพื่อนแก้อะไรไป ตอนเราทำงานแล้วไม่มีใครมาช่วยเราเหมือนตอนนี้ ความสามารถพื้นฐานเราต้องมีลงวินโดวส์เองได้แล้ว เรียนคอมกันแล้ว ถ้ายังไม่มี วันนี้ไรต์ข้อมูลลงแผ่นซีดีแล้วล้างเครื่องเองเลย ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหา
– สุดท้ายแล้วเรียนรู้จากปัญหา ทำความเข้าใจกับมัน ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองไม่ติดปัญหาที่เดิมอีกต่อไป

 

Disney in real life

คนแถวๆ นี้น่าจะเคยเห็นโครงการ Improve Everywhere ที่ไปยืนนิ่งๆ ที่สถานี Grand Central จนเหมือนหยุดเวลามาแล้ว

จริงๆ แล้วนอกจากโครงการ Freeze แล้วยังมีอีกหลายอันที่ไปเล่นอะไรแปลกๆ กัน แต่ที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นอันนี้

เหมือนหลุดออกมาจากาการ์ตูนดิสนีย์เลย

 

Science vs. Art

ตามประสา [geek ตัวพ่อ](http://lewcpe.com/blog/archives/746/geek-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD/) ยามว่างเราก็อ่านนิตยสาร [Communication of the ACM](http://cacm.acm.org/) แทนนิตยสารดารา

บทความที่คนพูดถึงกันมากในช่วงนี้คือ Is Computer Science Science? เนื้อหาข้างในสนใจไปหาอ่านกันเอาเอง แต่ประเด็นที่ผมสนคือความต่างระหว่างศิลปะ และวิทยาศาสตร เทียบกันเป็นข้อๆ

– หลักการ vs. ความชำนาญ
– การทำซ้ำได้ vs. ประสิทธิภาพการทำงาน
– คำอธิบาย vs. การกระทำ
– การค้นพบ vs. การประดิษฐ์
– วิเคราะห์ vs. สังเคราะห์
– การแยกศึกษา vs. การก่อสร้าง

น่าสนใจมากว่าสังคมไทยที่ว่าเป็นวิทยาศาสตร์อย่างโน้นอย่างนี้ พอเอาเข้าจริงแล้ว เราก็มักจะอ้างว่า “มันดีอยู่แล้ว”????

 

Oh My Intrepid

หลังจากส่ง Paper ฉบับแรกไปที่ ECTI-CON ได้ ก็ทำตามสัญญากับตัวเองว่าจะลงลินุกซ์ใหม่เป็น Intrepid Ibex

พบว่ามันเวิร์คมาก อย่างไม่น่าเชื่อ

– ซาวน์การ์ดที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับผมมาตั้งแต่สมัย 6.06 นี่เป็นเวอร์ชั่นแรกที่ผมลงแล้วเสียงออกครบทั้งหมด ทั้งหูฟังและลำโพง แถมเสียบหูฟังแล้วลำโพงเงียบ jacksense ที่มีปัญหามาหลายปีก็ทำงานเรียบร้อยดี
– เท่าที่ลองพบว่าไมโครโฟนยังมีปัญหาอยู่ อาจจะต้องลุยอีกหน่อย แต่เนื่องจากไม่ได้ใช้ ก็อาจจะยาว
– การ์ดจอเวิร์คเป็นปรกติ มีปัญหาเรื่องของ Compiz ที่ทำงานประหลาดเวลามีสองจอ ก็ปิดไปได้ เพราะ compiz ผมใช้อย่างเดียวคือ Negative เวลาอ่านหนังสือ
– มีปัญหาอีกเรื่องคือมันดันไม่รู้ว่าตัวเองแสดงผลแบบ full HD ได้ ก็ใช้ cvt สร้าง modeline แล้วใช้ xrandr ยิงโหมดใหม่เข้าไป ก็ใช้งานได้ดี คำถามตอนทำคือทำไมมันไม่รวม cvt เข้าไปกับ xrandr จบเรื่อง
– เปลี่ยนจาก VMWare มาใช้ VirtualBox แทน เพื่อความสบายใจแห่งวิถีโอเพนซอร์ส (ที่จริงขี้เกียจเพิ่ม repos) พบว่าทำงานได้ดี ความเร็วไม่ได้ต่างกัน
– เนื่องจาก twitterfox มีปัญหากับ multiple desktop ของลินุกซ์ (มันจะดึงหน้าจอให้อยู่อันแรกเสมอ) เลยเปลี่ยนมาใช้ mbpidgin แทน ถ้าไม่นับว่า retweet ยากแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไร
– อ่อ ผมลง OO.o3 ใน Gutsy งานนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะลงใน Intrepid ด้วยดีไหม?