C#

ได้อ่านบทความสัมภาษณ์นาย Anders Hejlsberg แล้วรู้สึกได้เลยว่าภาษารุ่นต่อๆ ไปคงเหลือแต่ภาษาสคริปต์อย่าง Python หรือ Ruby และภาษาที่รันบน VM อย่าง C# อาจจะรวมถึง Python เองด้วย

ถ้าเป็นสมัยเรียน ผมคงไม่ได้ทึ่งอะไรกับ C# นักหนาเพราะ C++ นั้นก็ดูทรงพลังมากพอที่จะทำงานได้ทุกประเภทที่นึกออก ยิ่งถ้าพ่วง glibc เข้าไปอีกนี่ยิ่่งสบาย แถมตอนเรียนใช้ gsl อีกตะหาก แต่พอทำงานมาถึงได้รู้ว่าการโค้ดระดับแสนบรรทัดที่มีโปรแกรมเมอร์ร่วมงานเป็นสิบ มันไม่ใช่อะไรง่ายๆ อย่างนั้น เราไม่สามารถยินดีกับภาษาที่ทรงพลัง ทำได้ทุกอย่างอีกต่อไป แต่เราต้องการภาษาที่มีความงาม พร้อมกับการเข้าใจได้ง่ายๆ ในโค้ดที่ซับซ้อน

ผมไม่เคยเขียน Java ซึ่งดูเป็นคู่แข่งที่ C# ตั้งใจมาชนด้วยมากกว่า แต่เมื่ออ่านบทความสัมภาษณ์ระหว่างนาย Bruce Eckel ที่เขียนหนังสือโปรแกรมมิ่งมาหลายเล่ม ทำให้สัมภาษณ์กันได้น้ำได้เนื้อดีทีเดียว เมื่อยำๆ กับปัญหาที่เจอมาใน C++ อีกสักหน่อย C# ก็กลายเป็นตัวเลือกที่ดีขึ้นมา ตั้งแต่่เรื่อง get/set, Checked Exception ตลอดไปจนเรื่อง Versioning ที่น่าปวดหัวใน C++

มีงานวิจัยระบุว่าปีหน้า Java จะเริ่มเสียส่วนแบ่งในตลาดแล้ว ถ้าเป็นจริงคงได้เวลาโดดหาบ้านใหม่อยู่กันล่ะ

 

ส่งท้าย

ใช้ความสามารถของ WordPress ในการโพสต์ล่วงหน้า ถ้าคุณได้รับ Alert ตอนเที่ยงคืนวันขึ้นปีใหม่ อย่าคิดว่าผมเขีัยนเวลานั้นจริงๆ ล่ะ

สิ่งที่จะทำในปีนี้ ทำแล้ว

  • เปิดเว็บของตัวเอง ก็ที่คุณกำลังอ่านนี่ไง
  • สอบ TOEFL สอบแล้ว เตรียมสอบครั้งต่อไปเดือนหน้า
  • อ่านหนังสือให้มากขึ้น อย่าคิดว่าทำงานแล้วจะเลิกเรียนรู้เด็ดขาด

ยังไม่ได้ทำ

  • สอบ Cert สอบตกไปตัวนึงแล้วหมดกำลังใจ เดี๋ยวเอาใหม่
  • สอบ TOEFL ให้เกิน 230 ยังทำไม่ได้
  • เตรียมเรียนต่อ

ยังทำไม่เสร็จ

  • เขียนหนังสือแนะนำวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เขีัยนได้เดือนละหน้า อีกสิบปีคงจบเล่ม
  • อ่านหนังสือที่ค้างอยู่ LDAP, MCSE (6 เล่มโตๆ), Hacking Exposed
  • เรียนรู้เพิ่มเติม Unicode, i18n เอามาทำให้เว็บมันผ่าน WAI-AAA

ที่สำคัญต้อง

  • โตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น หงุดหงิดให้น้อยลง
  • สนใจคนอื่นมากขึ้น ลด Self-Centric ลง
  • นอนให้เป็นเวลาได้แล้ว

สุดท้ายก็สุขสันต์ปีใหม่ครับทุกคน

 

มาตรฐาน

หลังจากปะผุเว็บมาหลายที่ ตอนนี้ก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอย ด้วยการผ่าน W3C XHTML 1.0 Strict มาได้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมๆ กับ CSS ที่ผ่านมาพร้อมๆ กัน ความจริงแล้วยังมีอีกหลา่ยที่ทีเดียวที่ต้องรอแก้ เอาว่าจะค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ เช่นว่า Tags Cloud ด้านข้างยังมีเจ๊งอยู่ ต้องซ่อมกันต่อไป

ส่วนเรื่อง Usability ของเว็บเองก็ยังมีจุดที่ต้องแก้อีกพอดู หลักๆ คือชื่อเว็บที่ดันเป็นภาพ เพราะของเดิมธีมนี้ก็เป็นอย่างนี้อยู่แ้ล้ว ตรงนี้ก็ต้องแก้ต่อไป ต้องระวังเรื่อง Validate อีก เลยต้องเอาไว้ก่อน

ผมไม่ได้พยายามทำให้เว็บตัวเองผ่านมาตรฐานเพราะเรื่องของความเท่ห์ แต่มาตรฐานตรงกลางมันเป็นเรื่องของการที่เราไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกไปในตัว อย่างที่ผมเคยเขียนเรื่อง Discrimination เ่ช่นเดียวกับที่เราไม่ควรเหมาเอาว่าคนเรียนไม่เก่งป็นคนด้อยค่า เราไม่ควรไปบอกว่าบราวเซอร์ใดๆ ควรอ่านเว็บที่เขียนอย่างผิดมาตรฐานของเราได้ เพียงเพราะบราวเซอร์ที่เก่งๆ มันทำได้ หรือบราวเซอร์ส่วนใหญ่มันทำได้

อนาธิปไตยแบบคนหมู่มากไม่ใช่ประชาธิปไตย ขณะที่เราอาจจะเป็นคนหมู่มาก แต่การไปริดรอนสิทธิของคนส่วนน้อย คงเป็นเรื่องที่ไม่ควร เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องปลูกฝังให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป

เพราะขณะที่คนหนึ่งได้ ไม่จำเป็นที่อีกคนต้องเสียทั้งหมด ในความเป็นจริงแล้ว โลกมักให้ทางออกกับเราที่จะอยู่ร่วมกันได้เสมอๆ

มันขึ้นกับเราต่างหากที่จะเลือกทางนั้นหรือไม่

 

Discrimination

เคยเรียนแล้วนั่งข้างคนจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วรู้สึกรังเกียจ หรือไม่อยากจะคุยไหม ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักเขา เราอาจจะเจอคนผิวดำแล้วรู้่สึกรังเกียจ หรือที่ทำงานของคุณอาจจะไม่ให้ผู้หญิงขึ้นตำแหน่งสูงๆ สักคน

เรื่องพวกนี้เราเรียกว่า Discrimination ซึ่งเป็นเรื่องของการแบ่งแยกความเป็นคน ให้บางคนสูงหรือต่ำกว่าบางคน ซึ่งมีหลายประเภทตั้งแต่การแบ่งแยกเพศ สีผิว ความพิการ ไปถึงอายุ อาจจะเคยได้ยินกับผู้จัดการทีมฟุตบอลในอังกฤษ ที่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า เขาเชื่อว่าการที่คนพิการแต่กำเนิดนั้น เป็นเพราะผลจากสิ่งที่เขาทำในชาติก่อนๆ ผลคือผู้จัดการทีมคนนั้นถูกร้องเรียนจากสมาคมคนพิการ และตำแหน่งก็กระเด็นไปโดยไม่ตั้งตัว

ในประเทศที่เจริญแล้วจะตื่นตัวกันเรื่อง Disrimination กันค่อนข้างมาก เท่าที่รู้ใบสมัครงานในบางประเทศจะไม่มีคำถามประเภท น้ำหนัก ส่วนสูง หรือเชื้อชาติ หรือถ้ามีก็จะไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาสัมภาษณ์เข้าทำงาน เพราะไม่อย่้างนั้นจะโดนฟ้องเอาง่ายๆ ส่วนเมืองไทยแม้คนไทยจะค่อนข้างเป็นมิตร แต่เรื่องพวกนี้ยังคงอยู่ในสังคมโดยเราไม่ค่อยมองเห็นปัญหากัน

เมืองไทยไม่ใช่ประเทศที่มีปัญหาเรื่้องนี้อย่างหนักๆ สักเท่าใหร่ เราไม่เคยมีการจับคนผิวดำมาเป็นทาส ไม่มีองค์กรบ้าๆ อย่าง KKK หรือการจับคนพิการไปฆ่าทิ้งอะไรอย่างนั้น แต่เรื่องพวกนี้เราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ของชาติอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องรอมันมาเกิดกับเรา

น่าเศร้าที่ความสบายของชาติไทยทำให้เราไม่เรียนรู้ถึงปัญหาที่มันมีอยู่ในสังคม ผมอยากจะร้องไห้เมื่อรุ่นพี่บางคนในสถาบันอุดมศึกษา มองว่าการที่มีคนต้องลาออกจากการเรียนเพราะรับกับระบบรับน้องไม่ได้ เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

เราต้องรอให้ประวัติศาสตร์ของชาติอื่นมาเกิดกับเราหรือ

เราถึงจะเรียนรู้