ภาพรวม

อาจจะดูเหมือนทะเลาะกันหน่อย แต่วันนี้ในข่าวล่าสุดของผมใน Blognone ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จอย่างสูงต่อสิ่งที่หวังไว้ใน Blognone ที่จะให้คุยกันในแบบที่ที่อื่นเขาไม่คุยกัน

แต่เรื่องหนึ่งที่รู้สึกได้คือ คนส่วนมากมองจากเล็กไปใหญ่ เช่นว่า

เกลียดทักษิณ > ไม่เอาแลปทอปร้อยเหรียญ > ไม่เอาคอมพิวเตอร์เข้าห้องเรียน

ผมไม่รู้สึกอะไรกับการที่จะมีคนต้านการใช้คอมพิวเตอร์ในห้องเรียน มันเป็นเรื่องปรกติของชาติประชาธิปไตยที่เราควรหาทางพัฒนาร่วมกันได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการเอามุมมองเล็กๆ มาตัดสินภาพใหญ่ๆ

มันเหมือนกันมองขอบภาพวาดแล้วบอกว่าสีระบายไม่เต็มพื้นที่ แล้วไปตัดสินว่าภาพไม่สวย

เรื่องนี้คงเป็นปัญหาระดับโลกเลย เพราะเว็บระดับโลกอย่างวิกิพีเดีย (Wikipedia) เองก็เจอปัญหาที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของความถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่กลับไม่มีข่าวพูดถึงความยิ่งใหญ่ของความรู้ที่รวมเข้าไปในวิกิพีเดีย ทำให้บทวิจารณ์กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนทำไป เพราะถูกมองว่า

บทความหนึ่งมีจุดผิดบางส่วน > บทความนั้นไม่น่าเชื่อถือ > วิกิพีเดียไม่น่าเชื่อถือ

ความจริงประการหนึ่งคือในโลกนี้ไม่มีอะไร 100% ไม่ีมีสารานุกรมเล่มไหนถูกต้องทั้งหมด เช่นเดียวกับไม่มีโครงการไหนของรัฐขาวสะอาดไปทุกส่วน ชี้มาเถอะสักโครงการต้องมีจุดด่างพร้อย ตั้งแต่ให้เงินไปจนถึงเลี้ยงข้าวกัน

ความหวังต่อๆ ไปคือการสร้างสังคมที่พูดคุยกันในเรื่องระดับใหญ่ขึ้น มองกันในภาพกว้างขึ้น เพื่อหาข้อสรุปที่ดีขึ้น วันหนึ่ง Blognone อาจจะได้ข้อสรุปว่า แลปทอปร้อยเหรียญมีประโยชน์จริงหรือไม่ หรือการนำไอทีเข้าไปใช้ในห้องเรียนควรเป็นไปในทิศทางใด

อย่างนั้นแล้วน่าจะมีประโยชน์ต่อสังคมรวมมากกกว่า

 

Thread-Safe

เวลาเราเขียนโปรแกรมเป็น procedural ตามปรกติ มักจะมีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ช่วยให้เราทำงานได้ง่ายๆ อยู่เยอะ อย่างเช่น strtok ซึ่งก็ทำงานได้ดี

แต่เวลาที่เขียนโปรแกรมแบบ multi-thread การใช้ฟังก์ชั่นพวกนี้สร้างความปวดหัวได้อย่างไ่ม่น่าเชื่อ เช่น เพราะการเรียกใช้ฟังก์ชั่นที่ไม่ได้ระบุว่าเป็น thread-safe จากคนละเธรดกันนั้น อาจะสร้างบั๊กที่ยากจะจับได้ในอนาคต ซึ่งโดยมากมันเกิดอาการ segmentation-fault แบบไม่รู้สาเหตุ พวกมาก็ core dump กันดื้อๆ โดยไม่พูดไม่จา

ใน HP-UX นั้นอิมพลีเมนต์ฟังก์ชั่นที่ไม่ปลอดภันต่อเธรดด้วยการมี Mutex ไว้ในตัว ทำให้มันไม่เกิด SIGENV แต่ใช่ว่าปลอดภัยเพราะเกิด Deadlock เอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

ทางแก้ที่ดีกว่าคือการหลีกเลี่ยงใช้ฟังก์ชั่นเหล่านี้ หากเราไม่มั่นใจว่าฟังก์ชั่นที่เราเขียนจะไม่มีใครเอาไปใช้ในเธรดในอนาคต

 

เหมือนกัน

(ไอ้) พี่ว๊าก – คนที่ไม่เข้าน่ะ ไม่เห็นใจเพื่อนหรือไง เพื่อนคุณลำบากนะ เห็นแก่ตัวกันขนาดนั้นเชียวเหรอ
อาจารย์ (บางท่าน) – คนที่ไม่แต่งตัวให้ถูกระเบียบน่ะ แค่นี้ยังทำไม่ได้แล้วจะเรียนยัีงไง

Assumption คงเป็นเรื่องปรกติสำหรับมนุษย์ที่เรามักเอาประสบการณ์อันยาวนานมาตัดสินอะไรง่ายๆ หลายครั้งมันง่ายและได้ผลดีอย่างน่าทึ่ง แต่ถึงจุดหนึ่งแล้วเราจะพบว่าประสบการณ์ชั่วชีวิตเรามันเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนเส้นทางสายประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาติ น่าแปลกที่เรากลับไม่เรียนรู้จากมัน

น่้าเศร้าที่ในยุคที่ข้อมูลเรามีท่วมท้น เราเลือกที่จะเก็บมันไว้ในตู้อย่างปลอดภัย แล้วทำตามประสบการณ์ที่เราเรียนรู้มาเมื่อวาน แทนที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ร้อยปีพันปีย้อนหลังไป ทั้งๆ ที่ข้อมูลมันอยู่ในตู้นั้น

หนังไม่รู้กี่เรื่องแล้วที่แสดงถึงการต่อสู้ชีวิตจากจุดที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่เราได้ดูกัน การเรียกร้องสิทธิ์จากคนพิการ หรือความเท่าเทียมทางเพศเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมเรื่อยๆ แต่กับบางจุด เรากลับเลือกที่จะไม่มองมัน เราแค่หันไปบอกคนส่วนน้อยว่า “ก็ใครๆ เขาทำกัน” “กี่รุ่นๆ ก็ทำได้” คำพูดเพียงเท่านี้เองที่เป็นเหตุให้เราเหยียดคนกลุ่มหนึ่ง ออกจากสังคมหนึ่ง

น่าเศร้ากว่านั้นคือ เหตุผลที่เกิดเหตุการอย่างนี้ส่วนหนึ่งเพราะคนที่กล่าวว่าตัวเองอุทิศตนมาทุ่มเททำงาน กลับเลือกการทำอย่้างนี้เพราะว่ามันง่าย เพราะเขาไม่อยากต่อสู้กับการเสนออะไรใหม่ๆ ที่ยากจะสำเร็จ

ให้ดิ้นตายเถอะ ถ้ากลัวลำบาก แล้วจะเข้าไปทำเพื่ออะไร มันพิสูจน์อะไรขึ้นมาหรือไง

ผมไม่เข้าใจ

 

เก่ง

สมัยขับรถใหม่ๆ
เพื่อน – [พูดถึงรุ่นพี่คนนึง] พี่เค้าขับโคตรเก่งเลยนะ แบบช่องข้างหน้าแคบๆ กูว่าไม่ผ่านพี่เค้ายังลอดไปได้ จากสีลมถึง ม. ไม่เคยเกินครึ่งชั่วโมงเลยว่ะ

แม่ – [พูดถึงพ่อ] พ่อแกอ่ะขับรถเก่งสุดแล้ว ขับมาสิบกว่าปี ชนไม่เกินสองสามที ไม่เคยมีใครบาดเจ็บ