Love Forecast

Love Forecast หนังเกาหลีเมื่อต้นปี เรื่องราวของชายซื่อๆ ที่ดันเป็น “เพื่อนสนิท” กับผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศคนดัง (และสวย)

โทนเรื่องยังเป็นไปตามครรลองหนังรักแบบสูตรสำเร็จ คือ คนธรรมดาจะเป็นแฟนกับคนที่หล่อ/สวยมากๆ ได้หรือไม่ แนวหนังเกาหลีคงเล่นแนวนี้กันมานาน ตั้งแต่แบบหลุดๆ จากความจริงไปเลยอย่าง My Sassy Girl ที่สาวมาจากไหนไม่รู้แล้วอยู่ๆ จะได้คบกัน

Love Forecast ดึงอารมณ์ร่วมคนกลุ่มใหญ่ขึ้นมาหน่อยด้วยการเล่นกับความเป็นเพื่อนกับคนสวยมากๆ แถมดัง ในโลกความเป็นจริงผู้ชายที่มีเพื่อน “ป็อบ” สักหน่อย เป็นเรื่องปกติ (ส่วนจะเคยแอบชอบหรือไม่ก็คงตัวใครตัวมัน) ดันเรื่องให้หลุดจากความเป็นจริงไปอีกหน่อยด้วยการที่ฝ่ายหญิงเป็นผู้ประกาศข่าว แล้วไปเล่นกับกิมมิคของลมฟ้าอากาศตามอาชีพของฝ่ายหญิง

ตัวหนังดูได้เรื่อยๆ ตามแบบฉบับหนังรักตลกเกาหลี แต่โดยรวมไม่ได้โดดเด่นมากจนถึงกับไม่ได้ดูจะเสียดายอะไรแบบนั้น

เจอว่าพระเอกกับนางเอกไปออก Running Man ก่อนหนังเข้าสองตอน ตามไปดูเล่นๆ พบว่าไม่สนุกเท่าไหร่ แต่น่าสนใจว่าตัวรายการช่วยโปรโมทหนังถึงกับทำธีมรายการเป็นฤดูกาลเลย ช่วยกันทำมาหากินดีเหมือนกัน

 

Mission Impossible 5 (Spoil)

  • Dell, Tissot, และ BMW
  • Dell แย่สุด จงใจค้างมุมกล้องอย่างน่าเกลียด Tissot รองลงมา BMW ได้เปรียบเพราะมันเป็นฉากไล่ล่า
  • ไฟล์เข้ารหัส แต่ถอดรหัสด้วย voice recognition? แสดงว่า key มันก็อยู่ในไฟล์นั่นล่ะ
  • recognize ด้วยท่าเดิน? เทคโนโลยีทุกวันนี้ถ้าเอาไปใช้จริงแบบนั้น agent เมิงน่วมหมดทุกคนอ่ะ
  • จะเอาดิสก์ไปแช่น้ำทำแมวอะไร
  • ซับแปลประหลาดหลายจุด ดีใจที่ฟัง audiobook จะไม่ต้องอ่านซับ อ่านทีไรแล้วหงุดหงิด
  • มึงขัดคำสั่งนายกโดยตรง ตั้งหน่วยงานทั้งที่ถูกสั่งห้ามตั้งแต่ตอนวางแผน ทำกระบวนการทั้งหมดอย่างเงียบเชียบ เพื่อที่สุดท้ายจะเอาเงินทั้งหมดไปบอกให้นายกปลด มึงเมายารึเปล่า
 

Maker Movement

เหตุจากเมื่อคืนนอนไม่หลับ ตื่นมานั่งทำงานแต่เช้าตรู่แล้วเห็นทวีตเนยสด เลยกดไปต่อแล้วฟังไปถึงเพลงข้างบน

พบว่า IU เป็นนักร้องที่เสียงมีเอกลักษณ์ดี สามารถนั่งฟังเป็นเพลงได้แบบไม่ต้องดู MV หรือการแสดงอะไรฟังได้เรื่อยๆ คงเป็นอีกคนที่อยู่ในลิสต์

หัวข้อบล็อคน่าจะไปมั่วซั่วไปได้

 

Jurassic World

หนังที่ต้องไปดูเพราะความทรงจำกับภาคแรกๆ สมัยที่ผมต้องนั่งเก้าอี้เสริมระหว่างทางเดินในโรงหนัง แม้จะอยู่ในระดับคลาสสิคแต่ภาคต่อๆ มากลับทำได้แย่ลงเรื่อยๆ (IMDB จาก 8.1 เหลือ 6.5 และ 5.9) กลายเป็นหนังราคาถูกที่เล่นกับกิมมิกของภาคแรกซ้ำไปมา

Jurassic World พยายามไถ่บาปของทั้งสองภาคก่อนหน้านี้ ด้วยการรีเซ็ตโลกใหม่ที่พอมีความเกี่ยวกันบ้างแต่ก็ไม่ได้พยายามเดินเรื่องต่อกันนัก ไม่เล่นกับกิมมิกเดิมๆ อีกต่อไป

โปรดักชั่นและบทของภาคนี้กลับมาเป็นหนังชั้นดีอีกครั้ง แต่ผู้สร้างจงใจเอาใจคนที่ชอบภาคแรกชนิดว่าใครคิดถึงก็ยังไม่ลืมกัน

22 ปีผ่านไป Jurassic World คงเป็นแบบเดียวกับวงนักร้องในไทยที่กลับมารวมตัวกันใหม่แล้วประสบความสำเร็จอย่างสูง คนยุค Jurassic Park สามารถจูงลูกไประลึกความหลังโดยสนุกไปพร้อมๆ กัน

แต่สำหรับผมเองแล้วกลับรู้สึกว่ามันเด็กเกินไปหน่อย มันพยายามตลกเกินไป เพราะอารมณ์ที่จำได้จาก Jurassic Park คือความตื่นเต้นและตื่นตา สิ่งเหล่านี้กลับหายไป ฉากบู๊แม้จะเรียกว่าสนุกแต่ก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นในระดับเดียวกันได้อีกแล้ว ไดโนเสาร์เองก็ไม่ใช่ของที่ผมจะทึ่งอีกครั้งกับกราฟิกที่ Jurassic Park ทำได้ในระดับสมจริงเป็นครั้งแรกๆ ครั้งนี้ก็กลายเป็นอีกครั้งที่สมจริงพอสมควร

อารมณ์และประสบการณ์แบบนั้นคงไม่สามารถดึงกลับมาได้อีกครั้งแล้ว