ก้านกล้วย

vlcsnap-3756628

เพิ่งได้ดูทั้งที่ซื้อ DVD มาตั้งแต่ออกใหม่ๆ เอาว่าพูดถึงซักหน่อย

  • ภาพยังไม่เนียนเท่าใหร่แม้จะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมหาศาลแล้วก็ตาม อารมณ์ประมาณ ReBoot ภาคท้ายๆ (ช่วงปี 2001) ตรงนี้จะว่ามากก็คงไม่ได้เพราะเงินบ้านเราไม่หนาพอ ซื้อเครื่องสองสามร้อยเครื่องมาทำฟาร์มเล่นๆ คงไม่ไหว
  • ได้ยินว่าดึงคนไทยที่ทำงานในดิสนีย์ Ice Age กลับมาช่วยงานได้ เรื่องนี้น้ำหนักเรื่องเลยดีขึ้นกว่าเรื่องอื่นๆ แต่พอออกมาแล้วผมได้กลิ่น Lion King กับ Mulan เตะจมูกชัดเหมือนกัน
  • เพลงดีมาก นับเป็นจุดเด่นของเรื่องนี้ที่ทำดนตรีออกมาค่อนข้างดี ทีมงานเข้าใจมากขึ้นว่าหนังดีมันไม่ได้อยู่ที่แค่สิ่งที่มองเห็นเท่านั้น
  • Boxset วันหลังช่วยใส่ซีดีเพลงมาในกล่องเลยจะดีมาก เพิ่มอีกร้อยนึงคนซื้อ Boxset อย่างผมไม่ถือครับ จริงๆ Boxset ทุกเรื่องก็ควรใส่มาอยู่แล้วนะ
  • ใบไม้นี่เข้าใจว่าใช้โปรแกรมสร้างขึ้นอัตโนมัติ สมัย Toy Story มันก็น่าตื่นเต้นดี แต่กับยุคที่หนังเรื่องนี้ออก ผมว่าเล่นเทคนิคใบไม้เกินความจำเป็น ยังไง CG เราก็ไม่สุดยอดเท่าต่างประเทศอยู่แล้ว เน้นสร้างความสมดุลน่าจะดีกว่า
  • ไม่ดูในโรง เพราะประทับใจจากการดูโดเรมอนในโรงมาแล้ว การ์ตูนนี่ถ้าจะเอาเงินจากผมได้ ต้องมีรอบอายุไม่ต่ำกว่า 18 ผมถึงจะยอมเข้าโรง

โดยรวมแล้วก็โอเคเลยล่ะครับ แต่น่าสนใจว่าทำไมเรื่องนี้ไม่ต้องมีคำเตือนว่าคำหยาบไม่ควรใช้ในชีวิตจริงเหมือนเรื่องเด็กหอ?

 

STOP

อ่านข่าวการเมืองแล้วอารมณ์เสีย คงต้องหยุดไปสักพักใหญ่ๆ

แล้วค่อยว่ากันอีกที…..

 

ประท้วง คมช.

สื่อไทยเป็นอะไรกันไปหมดแล้ว มองไม่เห็นความสำคัญในวิชาชีพตัวเองกันแล้วหรือยังไง พวกคุณมีหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริงให้กับประชาชน แต่หลายปีที่ผ่านมาพวกคุณแสดงตัวตนว่าคุณไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากรักษาความปลอดภัยให้ตัวเอง คงพอกันทีแล้วกับการหวังลมๆ แล้งๆ ที่จะให้พวกคุณเป็นตัวแทนของประชาชน คงถึงเวลาแล้วที่พวกคุณต้องตกงานกับสื่อรูปแบบใหม่ๆ ที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

พอกันที….

บรรยากาศการเดินขบวนต้านรัฐประหารสนามหลวง-กองทัพบก 21 ม.ค. 50 – Prachathai
เผาชื่อคมช. ประท้วงหน้าทบ.
ครบรอบ 4 เดือนรัฐประหาร เดินขบวนเฉียดพันต้าน เผาชื่อ คมช. รายตัว

 

Party by Coincidence

วันนี้ติดภารกิจไปเที่ยว (เป็นภารกิจจริงๆ นะ) แต่ก็มีเรื่องหนึ่งแว๊บขึ้นมาในหัีว

เวลาเรามีชุมชนใหญ่ๆ มากๆ เช่น Blognone หรือ Exteen เรื่องที่หลายคนอยากให้มีคืองานพบป่ะสังสรรกันบ้างเป็นครั้งคราว แต่ถ้าใครเคยจัดงานพวกนี้จะรู้ดีว่าการจะจัดงานให้ถูกใจคนจำนวนเกินร้อยขึ้นไปนี่เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะด้วยความต่างกันหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นความสนใจ รสนิยม วิถีชีวิต ฯลฯ

แต่จะเป็นยังไงถ้าเราจัดงานปาร์ตี้แบบไม่ได้จัดงาน ลดเงื่อนไขที่สร้างขึ้นมาจากการจัดงานปาร์ตี้แบบเดิมๆ ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกลับไปหาวัตถุประสงค์เริ่มแรกที่เราอยากจะมีงานปาร์ตี้สักงาน คืออยากไปเจอเพื่อนฝูงที่เราไม่ได้มีโอกาสพบเจอกันในโอกาสปรกติ

เราอาจจะทำอะไรง่ายๆ เช่นการนัดไปเดินสวนลุมไนท์บาร์ซาร์กันสักวัน ทั้งหมดที่เรามีคือการนัดแนะวันที่ ช่วงเวลา หากเป็นชุมชนในอินเทอร์เน็ตอาจจะมีแบบฟอร์มบัตรป้ายชื่อให้ติดเพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร

แล้วที่เหลือล่ะ?

ทุกคนก็แค่ไปเดินเที่ยวกัน ใครอาจจะนัดกับใครที่สนิทกันอยู่แล้วไปเดินเล่นกันเอง คุณอาจจะชอบเดินช๊อป หรืออยากนั่งกินกาแฟ กินเบียร์ หรือจะกินส้มตำ ทั้งหมดเป็นไปตามวิถีชีวิตและการตกลงร่วมกันระหว่างกลุ่มของแต่ละคน แต่ทุกคนที่เข้าร่วมงานจะมีโอกาสอันดีมากที่จะ “บังเอิญ” พบใครสักคนที่เขาอยากพบมานานแล้ว

ปาร์ตี้ที่ดำเนินไปแบบบังเอิญๆ เราอาจจะพบใครหลายคนที่เราอยากเจอ หรือพบกับใครหลายๆ คนที่อยากเจอเรา

นั่งคิดเล่นๆ แล้วน่าสนุกดี จะมีใครเอาไปจัดจริงๆ บ้างมั๊ยเนี่ย