เสียตัว!

พอดีสองบล็อกใน feed พูดเรื่องวาเลนไทน์ (1,2) แถม อสมท. ก็เล่นข่าวอินเทอร์เน็ตชักนำให้มีเพศสัมพันธ์ เลยนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ให้เอามาเขียนบ้าง

โดยพื้นฐานครอบครัว ศาสนา และการดำเนินชีวิตแล้ว ผมเป็นคนที่เชื่อว่าเพศสัมพันธ์นั้นมีไว้สำหรับหลังแต่งงานทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟนกันแล้ว มั่นใจแล้วว่าเป็นคู่กัน หรือจะหมั้นแล้วเตรียมงานแต่งอาทิตย์หน้าก็ตามที แต่เมื่อได้อ่านหนังสือ เรื่องเพศที่ไม่อยากให้ลูกรู้ (แต่กลัวว่าอยู่ว่าลูกจะถาม) ผมได้แนวคิดอย่างหนึ่งมาจากหนังสือเล่มนี้คือพ่อแม่นั้นเป็นตัวแปรหลักที่จะกำหนดพื้นฐานในตัวลูกว่าสิ่งใดที่ควรมองว่าเป็นความถูกต้อง และสิ่งใดที่ผิดพลาด โดยพื้นฐานสังคมอเมริกันที่เปิดกว้างกว่าบ้านเรา หนังสือเล่มนั้นบอกให้ผมรู้ว่ามันมีพ่อแม่จำนวนหนึ่งเหมือนกันที่เชื่อว่าลูกของเขาควรมีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่คบกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลในการเลือกจะลงเอยกับใครสักคน

ประเด็นคือถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกเป็นแบบใด พ่อแม่ควรตระหนักว่าเขากำลังให้กำเนิดลูกออกมาในสังคมแบบใด และน่าจะเป็นเรื่องดีถ้าพ่อแม่จะเตรียมการรับมือปัจจัยภายนอกที่จะมีผลกระทบกับลูกของเขาเอาไว้ตามสมควร

บ้านเราเอง ถ้าไม่มัวนั่งฟังข่าวจากกระทรวงวัฒนธรรมจนไม่ลืมหูลืมตา คงรู้กันดีกว่าวัฒนธรรมบ้านเรามันไม่ได้สวยใส หญิงเรียบร้อย ชายสุภาพเต็มเปี่ยมกันทั้งประเทศ แบบที่พยายามสร้่างภาพกันว่าเป็นอย่างนั้นมาหลายร้อยปี แล้วเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อวาน

ไม่เชื่อต้องไปอ่านสุนทรภู่…..

ไม่ว่าเราจะชอบหรือรับได้หรือไม่ ความคิดแบบ “ไม่เห็นเป็นไร..” ก็ยังคงมีอยู่ ที่แย่กว่านั้นความผิดพลาดจากความ “ไม่เป็นไร” (เช่น ท้อง…) ก็ยังคงมีอยู่อีกเช่นกัน

ผมมองว่าแนวคิดแบบ ปิดไว้ไม่ให้มันรู้ เป็นแนวคิดไม่สามารถแก้ปัญหา (ถ้ามองมันเป็นปัญหา) แต่อันนั้นมันเป็นเรื่องของวิธีการของแต่ละครอบครัว

สังคมไทยยังมีเรื่องน่ารังเกียจกว่านั้นอีกเยอะ…..

ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ผมได้ข่าวเด็กและไม่เด็กหญิงทั้งหลายถูก “เฉดหัว” ออกจากสถานศึกษา เพราะความผิดพลาดครั้งหนึ่งในชีวิต ให้ตายเถอะครับ การกระทำพวกนี้มันเป็นการกระทำสมัยนางทาส ทำไมเราต้องไปพิพากษาชีวิตคนๆ หนึ่งให้เกือบหมดโอกาสในสังคมด้วยเหตุว่าเขาผิดพลาดไป ยิ่งกว่านั้นทำไมเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาในช่วงที่แม่กำลังอยู่ในสถานศึกษาถึงต้องเป็นต้นเหตุให้แม่หมดอนาคต

แล้วทำไมต้องลงโทษแต่ผู้หญิง (ว่ะ..) ทำไมไม่ลากคอผู้ชายมาประกาศชื่อแล้วไล่ออกกันบ้างล่ะ

ความอับอาย และความลำบากที่ต้องเรียนหนังสือทั้งที่ร่างกายไม่อำนวยมันไม่เพียงพอต่อผู้มีอำนาจหรืออย่างไรไม่ทราบ จึงต้องซ้ำเติมใหญ่ความผิดพลาดของคนๆ หนึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงไปตลอดชีวิต

ในแง่หนึ่งแล้ว การประโคมข่าว “วันเสียตัว” ตัวเลขสถิติเทียบกับปีที่แล้ว ฯลฯ อาจจะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการซ้ำเติมอย่างไร้จริยธรรมเหล่านี้ก็ได้ 

 

วันวันหนึ่ง

วันวันหนึ่งที่คุณอาจจะรอคอยมาเป็นเวลานาน คุณเฝ้ามองเวลาล่วงเลยไปอย่างใจจดจ่อ

เมื่อใหร่กันนะ วันนั้นจึงจะมาถึง…..

เวลาไม่เคยทรยศเรา มันไม่เคยเกียจคร้านที่จะเดินไปข้างหน้า แม้หลายๆ ครั้งแล้วดูเหมือนว่ามันจะเดินไม่ทันใจเราเอาซะเลยก็ตามที

สุดท้ายแล้ววันนั้นก็มาถึง เราปลาบปลื้มกับวันนั้นได้ในที่สุด

แต่แล้วเราก็พยายามนึก เราเคยปรารถนาอะไรกันในวันนั้น เรารอคอยมันมานานแสนนานขนาดนี้เพื่ออะไรกัน

เรานั่งนึกอยู่นาน….. จนวันนั้นมันผ่านไป…..

 

15 ข้อเว็บ BBC

BBC ถือว่าเข้าหาโลกเทคโนโลยีได้ค่อนข้างเร็วมากในช่วงหลัง มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นรายการวิทยุที่ทำเป็น Podcast อย่างจริงจัง หรือการแจกซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สออกมาเนืองๆ พอดีช่วงนี้มีโครงการ BBC2.0 สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือมีการเตรียมการล้างบางเว็บกันยกใหญ่ พนักงานคนหนึ่งใช้นามปากกาว่า Tomski เลยมาเขียนแนวทางการปรับปรุงเว็บไว้ในบล็อกของเขา จำนวน 15 ข้อ แปลมาคร่าวๆ แล้วกัน (จริงๆ เขาก็เขียนคร่าวๆ อยู่แล้ว)

  1. สร้างเว็บให้เข้ากับความต้องการของคนเข้าชม
  2. สร้างเว็บให่้มีจุดขายหลักอย่างหนึ่งที่เจ๋งมากๆ
  3. อย่ารวมทุกอย่างไว้ในเว็บ ถ้าทำอะไรได้มีดีให้เว็บที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่ารับไปแทน
  4. ทดลองเยอะๆ ยกเลิกสิ่งที่ล้มเหลว ผลักดันสิ่งที่สำเร็จ
  5. ใส่ความสร้างสรรให้กับภาพรวมเว็บ
  6. พูดคุย ยอมรับความผิดพลาด
  7. ทั้งเว็บมีคุณภาพเท่ากับหน้าที่แย่ที่สุดของเว็บ
  8. ทำให้ทุกหน้าของเว็บมีทางเข้าถึงตลอดไป…
  9. ใส่ใจคนทีี่ไม่เข้าในเทคโนโลยีเสมอ
  10. สร้างทางเข้าถึงเนื้อหาให้เยอะเข้าไว้ จำแนกเนื้อหาตามบุคคล ตามเรื่องราว เวลา และหมวดหมู่อื่นๆ
  11. การทำเว็บให้มีแนวทางการเข้าถึงชัดเจนไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกหน้าเหมือนกัน แต่ต้องมั่นใจว่าผู้ใช้จะไม่หลงทาง
  12. ทำเว็บให้ทุกคนเข้าถึงได้เสมอ
  13. สนับสนุนให้คนเข้าใช้ข้อมูลบนเว็บของคุณ อย่าลืมให้เขาลิงก์กลับมาที่เว็บคุณด้วย
  14. ลิงก์ไปยังเว็บสนทนาแทนการวางไว้ในเว็บโดยตรง
  15. การปรับค่าตามบุคคลเข้าเรียบง่าย และเคารพต่อความเป็นส่วนตัว

มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ที่น่าสนใจคือเว็บยักษ์ใหญ่ระดับนี้เริ่มสนใจสังคมแบบเปิดมากขึ้นเรื่อยๆ จังหวะนี้เราจะเกิดได้ เราต้องนำหน้าเขาอย่างน้อยหนึ่งก้าว

ข่าวดีคือสื่อในไทยยังตามหลังแนวคิดพวกนี้อยู่สองสามก้าว ดังนั้นใครจะทำอะไรในไทยช่วงนี้รีบๆ ทำนะ

 

ชื่อ…

ดังนั้น ผมจึงได้พุดเดิ้ลตัวน้อย สีน้ำตาล ขนหยิก มาอุปการะ 1 ตัว น้องจะมาอยู่กับผมประมาณสามอาทิตย์ รอให้เจ้าของปิดเทอม และพากลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด เจ้าของเรียกน้องว่า ” ลิ่วล้อ ” ฮ่วยยยยยยยยย อะไรดลใจให้ตั้งชื่อแบบนี้ก็ไม่รู้ ผมเลยไม่เรียกตาม จะตั้งชื่อให้ใหม่ก็ไม่ควร เพราะไม่ใช่หมาเรานี่หว่า เลยเรียกเขาว่า ลิ่ว เจ้าลิ่ว น้องลิ่ว ไอ่ลิ่ว แล้วแต่ว่าช่วงไหนซนหรือไม่ซนน่ะครับ
ToncruB

ฮาๆ แต่ได้ใจ….. :P