In Ear

น่าจะเป็น Shure SE535LTD เปลี่ยนสายเป็นสายขาว EAC64CL

หูฟังเปล่าๆ 15,900 บาท สีแดงเป็นรุ่น LTD ไม่เห็นในไทย เปลี่ยนสายอีกพันกว่าบาท

ลาก่อน

 

Endless Nights in Aurora

Endless Nights in Aurora เป็นหนังรักไต้หวัน (ถ้าไม่ได้บิน China Airlines คงไม่มีโอกาสได้ดู) เนื้อเรื่อเล่นกับโควทที่บอกว่า “รักแรกมีไว้เพื่อเจ็บปวด”

เนื้อเรื่องสลับแทรคไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ไปจนถึงคู่และเหตุผลที่แต่ละคนว่าทำไมถึงตัดสินใจตามในเรื่อง ทำให้ครึ่งเรื่องแรกจะงงมาก เพราะต่อกันไม่ติด แต่พอเริ่มจับเรื่องราวได้แล้วครึ่งเรื่องหลังก็ดูสนุกดี

ตัวบทเล่นกับอารมณ์ของเรื่องมากกว่าเหตุผลจากเนื้อเรื่อง เข้าใจว่าได้อิทธิพลมาจากบทละครที่ไปดัดแปลงมาเยอะพอสมควร แต่อารมณ์ของหนังก็ไม่ได้เน้นประเภทขับน้ำตาท่วมจออะไรขนาดนั้น

ชอบเป็นพิเศษในส่วนบทหนังที่แม้จะแปลกๆ แต่ก็ค่อนข้างไม่ซ้ำใคร

 

หน้าที่แห่งรัฐ

เคยคิดเรื่องนี้ไว้นาน ช่วงนี้มีประเด็นสังคมก็ได้เวลาเอามาเขียนสักที

ผมโตมากับความคิดด้านเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมค่อนข้างมาก (ที่บ้านมีธุรกิจ, เล่นหุ้น ฯลฯ) โดยทั่วไปแล้วจึงไม่ค่อยเชื่อการแทรงแซงของรัฐนัก ทั้งค่าแรงขั้นต่ำ การแทรกแซงราคาสินค้า ฯลฯ

ผมเติบโตมาในโลกอินเทอร์เน็ต โลกที่การแข่งขันเสรีแบบสุดขั้วแทบจะเป็นอนาธิปไตย และเห็นการแข่งขันอย่างรุนแรงช่วยให้โลกโดยรวมเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรวมแล้วคนมีอาชีพ, มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แต่ในโลกความเป็นจริงมีคนไม่สามารถปรับตัวได้เสมอ มีคนที่เราอาจจะมองว่าเขาไร้ความสามารถหรืออะไรก็ได้ เขาอาจจะไม่ต่างจากเราแต่พลาดพลั้งไปบางครั้งและไม่สามารถกลับมาแข่งขันในโลกธุรกิจหรือการทำอาชีพได้อีก

สังคมที่ดีในความคิดของผม รัฐจึงมีหน้าที่แค่สองอย่าง สนับสนุนการแข่งขัน และดูแลความเป็นอยู่ขั้นต่ำ

เราแต่ละคนอาจจะพ่ายแพ้ได้ในบางระดับ แม้แต่คนชั้นกลางเองทุกวันนี้อยู่ดีๆ มีปัญหาสุขภาพไม่หนักหนามากก็อาจจะกลายเป็นผู้พ่ายแพ้ไปได้ง่ายๆ คนจบใหม่ๆ เกิดมีเหตุต้องผ่าตัดสักครั้งก็ไม่สามารถดูแลตัวเองในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเต็มรูปแบบได้แล้ว พวกเขาอาจจะกลายเป็นคนล้มละลายได้ง่ายๆ หากไม่มีครอบครัวหนุนหลัง หรือสวัสดิการสังคม

รัฐจึงควรมอบความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้พวกเขาลุกขึ้นสู้กับระบบเศรษฐกิจทุนนิยมต่อไปได้

ระบบประกันขั้นต่ำที่สุดที่เราเห็นในไทยคือระบบประกันสุขภาพ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ แม้จะมีเสียงบ่นว่าบริการต้องรอนาน แพทย์มีเวลาให้กับคนไข้แต่ละคนจำกัด ฯลฯ แต่บริการขั้นพื้นฐานก็ทำหน้าที่ได้ดี

ความเป็นอยู่ขั้นต่ำไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะเวลาป่วย ในความเชื่อของผมปัจจัยสี่ทั้งหมดต้องมีบริการขั้นต่ำไว้ทั้งหมด คนเราที่ผิดพลาดอะไรไป สังคมควรอุ้มชูให้เขาได้เริ่มต้นจากจุดที่ไม่ต่ำเกินไป ความเป็นอยู่พื้นฐานอย่างเครื่องนุ่งห่ม, อาหาร/น้ำดื่ม, ที่อยู่อาศัย เราควรบอกได้ว่าสังคมเรามาไกลในระดับที่ดูแลเรื่องเหล่านี้ให้กับทุกคนในสังคมได้

วันหนึ่งถ้าคุณล้มละลาย บ้านถูกยึด ทรัพย์สินหมดตัว รัฐควรมีที่ทางกับคุณที่จะพอมีอาหาร, น้ำดื่ม, และที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยเหล่านี้อาจจะไม่สะดวกสบาย หอนอนสำหรับคนไร้บ้านอาจจะไม่มีความเป็นส่วนตัวนักหรือไม่มีความสะดวกสบาย แต่ก็มอบความปลอดภัยในชีวิต มีสุขอนามัยที่ดี อาหารที่รัฐมอบให้อาจจะไม่ได้อร่อยอะไรแต่ก็สะอาดและปลอดภัย

ทุกคนควรมีจุดเริ่มต้นที่ไม่แย่เกินไป คนที่มาจากครอบครัวที่จนที่สุดจะสามารถเก็บหอมรอมริบจากการอาศัยในที่อยู่อาศัยที่รัฐจัดให้ได้ วันหนึ่งเมื่อฐานะของเขาดีขึ้นพวกเขาก็คงจะแสวงหาความสะดวกสบายที่ดีกว่าเดิม พวกเขากลับออกไปจ่ายภาษี ไม่ได้ใช้ที่อยู่หรืออาหารที่รัฐมอบให้อีกต่อไป เช่นเดียวกับทุกวันนี้คนคนชั้นกลางขึ้นมาสักหน่อยก็อาจจะไม่ได้เข้าโรงพยาบาลรัฐ ขณะเดียวกันเมื่อวันหนึ่งที่พวกเขาพลาดพลั้ง ก็ไม่มีใครต้องคุ้นขยะกิน หรืออาบน้ำในคลอง ทุกวันนี้คนชั้นกลางเองที่ป่วยหนักขึ้นมาจนฐานะไม่สามารถรองรับไหวก็ยังสามารถเข้ารักษาในสถานพยาบาลของรัฐ ได้โดยไม่ต้องล้มละลายกันไป

เมื่อพร้อมอีกครั้งก็เข้าไปแข่งขันกันใหม่

 

เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด

ตอนงานหนังสือเห็นหัวข้องานหนังสือปีนี้แล้วคิดว่าน่าสนใจ งานหนังสือเลือกเอาหัวข้อเฉพาะกลุ่มมาทำให้เป็นประเด็นสังคม เลยคิดว่าจะเขียนถึงหัวข้อนี้ตั้งแต่ช่วงงานแต่ก็ล่วงเลยมาจนตอนนี้

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ชีวิตเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วมีความสุขกว่าตอนสมัยเด็กๆ มาก ความเป็นผู้ใหญ่ทำให้ผมต้องรับผิดชอบมากขึ้น มีความเครียดจากการต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองบ้าง แต่ก็มาพร้อมกับอิสระที่เลือกได้เอง และคิดว่าเลือกได้ดีกว่าตอนที่ถูกเลือกให้หลายๆอย่าง

ผมคิดว่าเด็กๆ ควรถูกฝึกให้พร้อมรับความรับผิดชอบแบบนี้ไปพร้อมๆ กับการปล่อยให้มีอิสระที่จะเลือกได้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน แต่กับพ่อแม่จำนวนมากลูกก็ไม่ต่างจากตุ๊กตาที่มีไว้ให้กำหนดท่าทางไปจนชั่วชีิวิต

เด็กๆ เองควรถูกฝึกและเน้นว่าวันหนึ่ง เขาต้องรับผิดชอบตัวเอง อย่างน้อยที่สุดคือด้านการเงิน ผู้ใหญ่เองคงไม่สามารถเข้าใจถึงความฝันของเด็กยุคใหม่ๆ ได้ ยุคที่ผมโตขึ้นมาตอนเด็กๆ เรายังมีละครหลังข่าวแสดงความน่าอดสูของอาชีพเต้นกินรำกินกันอยู่ แต่ยุคนี้บอกว่าจะฝึกร้องเพลงไปแข่งเดอะว๊อยส์คงไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากสำหรับคนทั่วไปกันอีกต่อไปแล้ว แต่ช่องว่างของยุคยังคงมีอยู่และน่าจะมีอยู่ตลอดไป ผู้ใหญ่หัวสมัยใหม่ยุคนี้เองเจอเด็กบอกว่าผมจะทำอาชีพแคสเกมก็คงงงอีกอยู่ดี คราวนี้ไม่เต้น ไม่รำ มันนั่งเล่นเกมแล้วจะหาเงินยังไง เด็กสายคอมบอกพ่อแม่ว่าอยากเป็นแฮกเกอร์พ่อแม่อาจจะตกใจว่าลูกจะไปเป็นโจร

แต่ทั้งหมดคือในฐานะเด็กก็ควรอธิบายได้ว่าจะสามารถดูแลตัวเองในทางการเงินได้ คุณอาจจะอยู่กับพ่อแม่ แต่สามารถสร้างรายได้ของคุณพอที่จะไปเช่าหออยู่เองได้ เรื่องที่เข้าใจยากก็จะกลายเป็นเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ตลอดชีวิตเด็กของผมเจอผู้ใหญ่พร่ำบอกตลอดเวลาว่าความเป็นเด็กนั้นดีเพียงใด สมัยมัธยมก็โดนบอกว่าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะเหนื่อยยากโน่นนี่ พอจะจบก็โดนพร่ำบอกว่าชีวิตทำงานมันโหดร้ายสารพัด อันนี้ถ้ามีน้องๆ ยังไม่จบมาอ่านก็อยากบอกว่ามันไม่ได้เป็นสัจธรรมขนาดนั้น ชีวิตทำงานปกติมีทางเลือกเยอะพอสมควร เราเลือกทำงานที่ดีๆ ได้อยู่เรื่อยๆ ชีวิตมหาวิทยาลัยที่ผมเลือกเองทำให้ผมไม่ต้องทนทุกข์กับการคัดไทยที่ทำไม่เคยได้ดีตลอดชีวิต ผมเลือกเรียนวิชาที่ผมอยากเรียนแม้จะแปลกประหลาดเพราะเรียนวิชาภาคตัวเองเป็นวิชาเลือกเสรีเพราะผมมีความสุขแบบนั้น การที่เราหารายได้เองได้ทำให้เรามีทางเลือกของเราเอง เราเลือกจะไปเที่ยวเมื่อเราอยากไป และไปที่ที่เราอยากไป เราจะเห็นโลกกว้างขึ้น เราเลือกทำงานที่ค่อนข้างครงกับความสนใจของเราได้ และหลายคนพบว่าความลำบากที่เคยโดนขู่สารพัดเป็นคำจากคนที่มีความทุกข์กับช่วงชีวิตของเขาไม่กี่คน

คนจำนวนมากมีความสุขกับชีิวิตผู้ใหญ่ คนจำนวนมากมองว่าคำขู่ที่เขาได้รับมานั้นมันใช้ได้กับคนไม่กี่คน

ระหว่างที่เป็นเด็กก็คงที่ตัดสินใจชีวิตตัวเองได้น้อย คำแนะนำคงมีแค่ว่าหาทางที่ตัวเองอยากไป หาทางรับผิดชอบตัวเองให้ได้ แล้วเลือกไปทางที่ตัวเองอยากไป แล้วหวังว่าวันหนึ่งจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ พร้อมกับได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ