Monthly Archives May 2007

มติ

กำลังคิดว่าเราอาจจะสร้าง community ที่กระบวนการเป็นแบบกึ่งโปร่งใสได้ (แค่โปร่งแสงไปก่อน) เลือกกรรมการชุดเล็กๆ มา อาจจะซักสิบคนที่ไม่แอบไปเที่ยวพร้อมกัน (ห้ามจัด meeting ชุดนี้) ขอการรับรองจากสมาชิก ดังนั้นชุดเล็กๆ นี้อาจจะต้องเป็นที่รู้จักหน่อย เพิ่มสิทธิให้กรรมการมีสิทธิโหวต เพื่อคัดกรองเนื้อหาได้ การโหวตทั้งหมดเป็น blind vote ไม่มีใครรู้ของใคร ไม่มีใครรู้ว่าอันไหนโดนโหวตเท่าใหร่ ถ้าโหวตสามครั้ง ลบความเห็น กระทู้ ข่าว ฯลฯ (แค่เหม็นๆ ก็ลบได้) ถ้าจะแบนสมาชิกอาจจะต้องซัก 7 (เป็น Super Majority) คิดออกมาแล้วดูคล้าย สนช. แฮะ ไม่เอาดีกว่า

Book Pool Club

แม้จะเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว แต่ด้วยความที่เป็นคนสมาธิสั้น ทำให้ผมอ่านหนังสือได้ไม่ต่อเนื่อง เวลาอ่านๆ ไปแล้วพาลเบื่อเร็วมาก วิธิการแก้ไขคืออ่านมันสี่เล่มพร้อมกัน สลับกันไปมา เล่มไหนจบก็หาเล่มอื่นมาเสียบ ปัญหาคือด้วยนิสัยการอ่านอย่างนี้ทำให้ผมมีปัญหากับร้านเช่าหนังสือและห้องสมุดค่อนข้างมาก เพราะโอกาสที่จะอ่านไม่เสร็จทันกำหนดมีสูงมาก โดนปรับไปก็หลายรอบแล้ว เลยคิดว่าน่าจะมีโมเดลการแลกเปลี่ยนหนังสือแบบใหม่  ที่คิดไวคร่าวๆ ทำเป็น Forum ให้แต่ละคนนำหนังสือที่อ่านจบแล้วมาบอกกัน ให้คนอื่นๆ เสนอหนังสืออื่นๆ เข้าไปแลกได้ หนังสือที่เข้าไปแลก ต้องมีมูลค่าตามหน้าปก +- 30% ของหนังสือที่เจ้าของเสนอไว้ มีระบบหลังไมค์ให้ไปแลกกันเอง มีระบบ rating แบบ eBay โดยนัยแล้วมันคือระบบของมือสองที่ไม่ต่างจาก eBay นั่นเอง แต่ไม่มีการแลกเงินแต่อย่างใด ไม่มีกำไรและขาดทุน เพราะเป็นของมือสองทั้งหมด อยากได้เล่มไหนก็ว่ากันไป ถ้าทำระบบฐานข้อมูลหนังสือดีๆ ใส่หมายเลข ISDN ทุกครั้ง มีจัด Category ดีๆ เราอาจจะได้ Social Network ที่ีรวมเอาคนชอบอ่านในแนวเดียวกันเข้ามารวมกันได้จำนวนมาก กะว่าจะเริ่มจากคนรู้จักก่อน โดยรวมกันในหมู่คนเขียนบล็อค ใครจะร่วมโครงการมาลงชื่อได้เลยครับ

ความฝัน

ว่ากันว่าคนเราดำเนินชีวิตอยู่ได้ ก็ด้วยว่ามีความฝัน เรามีจุดมุ่งหมายที่ยังไปไม่ถึงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราต้องดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตเพื่อสานความฝันเหล่านั้น ครั้งหนึ่งผมเคยเขียนถึงความฝันด้านหนึ่งของผม มีคนถามผมว่าทำไมผมจึงเลือกเรียนและทำงานในสายงานนี้ ทั้งที่มันไม่สามารถส่งเสริมความฝันของผมได้แม้แต่น้อย ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น  ในวันนั้น… ความเป็นจริงคือ ความฝันในชีวิตของผม และน่าจะเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ไม่ได้มีเพียงด้านใดด้านหนึ่ง คนจำนวนมากอาจจะฝันอยากเป็นดารา คนจำนวนมากกว่าอาจจะฝันอยากรวยพันล้าน คนจำนวนเพียงน้อยนิดอาจจะฝันอยากได้รับรางวัลโนเบล คนจำนวนไม่น้อยฝันทุกอย่าง ข่าวร้ายคือ แทบไม่มีใครสานความฝันของตัวเองได้ครบถ้วน เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว เราต้องเลือกที่จะเสียโอกาสในการสร้างความฝันบางส่วนของตัวเอง เพื่อสร้างโอกาสในการสานความฝันด้านอื่นๆ เรื่องนี้เป็นความจริงของชีวิตที่ยากจะหลีกเลี่ยง แต่สิ่งที่แย่คือวันหนึ่งที่เราเข้าใกล้ความฝันบางอย่าง แล้วลืมความฝันทั้งหมดที่เหลือ ที่มันประกอบเป็นตัวเราขึ้นมา จนวันหนึ่งความฝันอันยิ่งใหญ่นั้นก็สำเร็จลง แล้วเราก็ยืนถามตัวเองว่าเราเป็นใครกัน ด้านที่เหลือของเราหายไปไหน…..

สาธารณะ

พอดีไปอ่านเจอเอากรณีการลบกระทู้ในประชาไท เรื่องเนื้อหาว่าลบไม่ลบหรือเหมาะไม่เหมาะคงไม่พูดถึง แต่เรื่องที่น่าสนใจคือการมองเป็นประชาไทเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่น่าสนใจเพราะกรณีใน Blognone นั้นเป็นรูปแบบเดียวกันคือถึงจุดหนึ่งแล้ว คนจำนวนมากเริ่มมองว่าพวกเขาเป็นเจ้าของพื้นที่นั้น ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าถ้าเป็นในระดับที่รับรู้ว่ามีคนต้องรับผิดชอบเว็บอยู่จริงก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคนจำนวนที่ว่าเริ่มเข้าใจว่าตัวเองมีสิทธิขาดในเว็บ ที่จะประกาศอิสระในหลายๆ รูปแบบได้ ผมอาจจะคิดผิด แต่ในความคิดของผมตอนนี้แล้ว สิ่งที่ควรจะเรียกร้องร่วมกันคือกติกาที่ยอมรับได้ในอินเทอร์เน็ตมากกว่าที่จะเป็นเว็บใดเว็บหนึ่ง ภาพในความคิดของผมนั้นมองเหมือนกับถนนสาธารณะกับถนนในห้างหรือในบ้าน  ขณะที่ถนนสาธารณะนั้นมีกติกาการใช้งานที่ชัดเจนและเป็นกลาง ถนนส่วนบุคคลอื่นๆ อาจะสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ และไม่ได้สร้างความเท่าเทียมในการใช้งานแต่อย่างใด ประเด็นการต่อต้านการบล็อคเว็บอย่างไร้กระบวนการเป็นการเรียกร้องให้กติการในการใช้รถใช้ถนนบนพื้นที่สาธารณะมีความชัดเจน มากกว่าที่จะเรียกร้องว่าทุกบ้านและทุกหน่วยงานต้องมีกติกาที่ชัดเจนเหมือนๆ กัน  จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาใน Blognone เห็นได้ชัดว่าคนจำนวนมาก ยังมองภาพว่าการเรียกร้องกติการวมนั้นหมายถึงพื้นที่ทั้งหมดต้องมีกติกาแบบเดียวกัน ข่าวร้ายคือเมืองไทยนั้นแม้แต่หากมีคนอยากทำเว็บที่มีกติกาที่ชัดเจน ก็น่าจะทำได้ยาก เพราะด้วยระบบการขอร้อง ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันทำลายกติกา และระบบลงไปอย่างยากจะแก้ไข