เนื่อเรื่องอ่อนจนให้อภัยไม่ได้ ไคลแมกซ์ตอนท้ายเหมือนจะเท่ห์ แต่ออกจะงงมากกว่า คนอ่านการ์ตูนคงชอบ (เห็นหัวเรอะกันลั่นโรง) แต่คนไม่อ่านดูแล้วออกจะมึนมากกว่า บทสรุปคือเสียดายเงิน
-
« Home
Contents
เนื่อเรื่องอ่อนจนให้อภัยไม่ได้ ไคลแมกซ์ตอนท้ายเหมือนจะเท่ห์ แต่ออกจะงงมากกว่า คนอ่านการ์ตูนคงชอบ (เห็นหัวเรอะกันลั่นโรง) แต่คนไม่อ่านดูแล้วออกจะมึนมากกว่า บทสรุปคือเสียดายเงิน
วันนี้หนังสือพิมพ์ Washingtonpost เปิดโครงการฐานข้อมูลการโหวตของผู้แทน ไล่กันทีละญัติเลยว่าใครโหวตอะไรกันบ้าง บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีการ “ดัดนิสัย” นักการเมืองไทยที่ดีเหมือนกัน สร้างฐานข้อมูลแบบเปิดเผยทั้งหมด เช่นว่านักข่าวไปสัมภาษณ์มาเขียนข่าว เวลาเขียนต้องตัดแต่ท่อนสำคัญๆ มาลง แต่ในเว็บมีให้โหลด podcast ตัวเต็มอะไรอย่างนั้น เวลามีเรื่องมีราวจะได้ไม่ต้องถามว่าจริงๆ พูดอะไรไป แต่ความจริงเมืองไทยอาจจะไม่ต้องเอาอะไรมาก เอาฐานข้อมูลเช็คชื่อเข้าประชุมก็น่าทำให้หลายคนสอบตกได้สบายๆ ประเทศชาติ…….
ตอนนี้มีเรื่องอยากรู้ขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง คือด้วยรูปแบบภาษาไทยนั้นทำให้การค้นหาภาษาไทยทำได้ไม่ดีนัก แต่ถ้าเราใช้จุดอ่อนนี้โจมตีอย่างหนักล่ะ น่าสนใจว่าเว็บที่มีคนอ่านเฉพาะกลุ่มอย่างเว็บนี้จะทำให้ดังขึ้นมาได้เท่าใหร่กัน …รอให้หมดเดือนนี้ก่อน เดือนหน้าจะเริ่มทดลอง
ป้ายรถเมล์ที่ผมใช้รอรถกลับบ้านนั้นมีร้านขายชนมปังนึ่งอยู่ร้านนึง ด้วยราคาที่ค่อนข้างถูก และรสชาติกับความสะอาดที่ยอมรับได้ ผมจึงแวะซื้อกินเสมอๆ เมื่อมีโอกาส ที่น่าแปลกใจคือ ทั้งๆ ที่ป้ายรถเมลนั้นคนค่อนข้างเยอะไปจนค่อนข้างดึก ผมมักจะไม่เจอร้านนี้เมื่อกลับบ้านสายไปสักหน่อย ในใจผมแอบสงสัยมาโดยตลอดว่าทำไมเขาถึงไม่อยู่ขายตรงจุดนั้นให้นานกว่านี้ เพราะมันน่าจะเพิ่มรายได้ให้กับเขามากพอดู ความสงสัยนั้นได้แต่อยู่ในใจ จนวันหนึ่งที่ผมนั่งรถเมล์ไปตามทางประจำวัน ผมเจอเขากำลังเข็นรถเข็นกลับบ้านห่างจากจุดที่เขาขายประจำอยู่กลายกิโล เขาเลือกที่จะกลับบ้าน ด้วยระดับความเหมาะสมกับเวลาที่จะกลับถึงบ้าน ส่วนตัวผมนั่นเล่า….. นี่อาจจะเป็นข้อดีของการเป็นนายตัวเองสินะ….