กี่นาที

เรื่องที่บ้านเราทำกันไม่ค่อยได้คือการไปให้ตรงนัดแบบพอดีเป๊ะๆ สมัยก่อนนั้นเราคงอ้างได้ว่ากรุงเทพฯ รถมันติด แต่สมัยนี้แม้จะทำงานในกรุงเทพฯ ที่เป็นแนวรถไฟฟ้า เราก็ยังคงเห็นการไม่ตรงเวลาอยู่นั่นเอง

เรื่องระเบียบคนก็ต้องสร้างกันไป แต่เรื่องหนึ่งที่บ้านเราไม่มีคือข้อมูลพื้นฐานประกอบการวางแผน เรามีโฆษณา BTS ที่โฆษณาว่าเร็วสารพัด หรือโฆษณา MRT ว่ามาตรงเวลาถึง  95% แต่เราไม่สามารถบอกได้ว่าถ้าเราไปถึงประตูรถไฟฟ้าแล้วเราจะถึงปลายทางในกี่นาที และเราต้องเผื่อเวลาไว้เท่าใหร่

เมื่อวานเลยลองจับเวลาแต่ละสถานีเล่นๆ จากหมอชิตไปอโศก

  1. หมอชิต (0.00) จุดเริ่มต้น
  2. สะพานควาย (+2.11)
  3. อารีย์ (+2.09)
  4. สนามเป้า (+1.43)
  5. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (+2.34)
  6. พญาไท (+1.47)
  7. ราชเทวี (+1.36)
  8. สยาม (+2.08)
  9. ชิดลม (+2.31)
  10. เพลินจิต (+1.33)
  11. นานา (+1.44)
  12. อโศก (+1.31)

ถ้ามีแผนผังทั้งระบบรถไฟอีกหน่อยเวลาใครโทรตามเราจะได้ไม่ต้องบอกส่งเดชว่า “อีก 5 นาที” แค่ดูจำนวนป้ายแล้วบวกเวลากันประมาณไปได้เลย

 

ด้วยความกรุณา

ช่วงหลังๆ นี้มีเรื่องต้องเขียนเกี่ยวกับสิทธิพื้นฐานหลายๆ อย่าง และต้องถกกับหลายๆ คนในเรื่องนี้ ผมพบว่าคนไทย แม้จะเป็นคนมีความรู้เอง ยังมองไม่ออกในเรื่องของสิทธิพื้นฐาน

เรายังอยู่กับความคิดของบุญกรรม เรายังไม่รู้สึกรับผิดชอบอะไรที่มีใครบางคนในสังคมเดียวกับเราไม่ได้รับสิทธิอะไรบางอย่าง

คนเหล่านั้นไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไร คนจำนวนมากเป็นคนดีที่ผมคงบอกได้ว่าเป็นคนดีมากกว่าผม เขาพร้อมจะสละหลายๆ อย่างเพื่อแสดงความ “กรุณา” แก่ผู้ด้อยโอกาสที่เขาเห็นว่าสมควรจะได้รับ

แต่สิทธิไม่ใช่เรื่องการควรได้หรือไม่ควรได้ สิทธิพื้นฐานมันคือเรื่องของสิ่งที่คุณจะได้เองทันที เมื่อคุณเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่รับรองสิทธิพื้นฐานเหล่านั้น ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจน ไม่ว่าคุณจะน่าสงสารหรือสมประกอบ

เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาที่ดี ไม่ว่าจะมีคุณย่าป่วยต้องหาเลี้ยงอยู่ที่บ้านหรือไม่ คนไทยทุกคนต้องเข้าถึงการปัจจัยพื้นฐานได้แม้เขาจะเป็นนักโทษฉกรรจ์ในเรือนจำก็ต้องได้รับการรักษาโรค สิทธิผู้บริโภคไม่ใช่สิทธิตามแต่ผู้ให้บริการจะทำให้ได้เมื่อสะดวก แต่เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการต้องจัดหาให้พร้อมก่อนจะให้บริการ

การมองสิทธิว่าทุกคนต้องได้รับจึงไม่ใช่เรื่องของความกรุณา มันเป็นเรื่องของการเชื่อว่าทุกคนควรได้รับเท่าๆ กันจริงๆ ไม่ว่าจะน่ารังเกียจ หรือไม่สมควรได้เพียงใด

วันหนึ่งสังคมเราคงมองมันออก และเปลี่ยนความคิดไป