เลี่ยงภาษี

หลายปีมานี้บ้านเราเรื่องการเลี่ยงภาษีกลายเป็นการเมืองไปเสียหมด มันเลยงงๆ กันหลายอย่าง

  • ภาษีไม่ใช่สิ่งแสดงความดีต่อรัฐสมบูรณ์ คนจำนวนมากไม่ได้เสียภาษีในทางใดๆ เลยมาแต่โบราณ ไม่ใช่เรื่องแปลก
  • ประเด็นสำคัญของภาษีคือการกระจาย รัฐเอาเงินส่วนหนึ่งไปเกลี่ยเป็น “อะไรบางอย่าง” ให้กับทุกคน (ที่อาจจะใช้หรือไม่ใช้) ถนน สนามบิน รถไฟ ฯลฯ
  • บางประเทศรัฐทำน้อย ก็เก็บภาษีน้อย ส่วน “อะไรบางอย่าง” ที่ว่ากลายเป็นเอกชนไป เก็บค่าผ่านทางทุกทาง ถนน รถไฟ ฯลฯ
  • การกระจายปกติคือ คนจ่ายให้รัฐ รัฐเอาไปจ่ายกระจายลงมา
  • แต่เก็บมากแล้วดราม่า คนไม่อยากทำงานเพราะทำแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา
  • ทางเลือกอีกทางคือเปิดช่องให้ไม่จ่ายภาษีหากทำอะไรบางอย่าง
  • อะไรบางอย่างที่ว่าของไทย มีหลักๆ คือ เอาไปลงทุน และเอาไปบริจาค
  • เอาไปลงทุน สิ่งที่รัฐบอกคือ อย่าเก็บเงินไว้นิ่งๆ ได้เงินมาแล้วเก็บเงินไว้เป็นเงินฝาก ลำบากต้องมาค้ำประกัน จงเอาเงินไปรับความเสี่ยงแล้วจะไม่ต้องเสียภาษี
  • แนวคิดคือแทนที่จะเอาเงินมานอนกอด ก็จงเอาเงินไปให้คนอื่นทำกิจการค้าขายซะ คนอื่นจะได้มีโอกาสมีเงินบ้าง
  • รัฐจะสนับสนุนเงินแบบนี้เองก็ได้ ที่ผ่านมาก็มีการสนับสนุนอุตสาหกรรมโน้นนี้ เข้าท่าบ้าง งี่เง่าบ้างคละกันไป
  • แต่เงินที่ให้เราไปสนับสนุน คือให้เราคิดเอง ว่าจะสนับสนุนใคร ที่จริงเราก็ไม่ค่อยคิด จ้างผู้จัดการกองทุนคิดแทนอีกที
  • รวมๆ มันคือการตัดตรง รัฐไม่ต้องคิด เราคิดกันเอง โดยหวังว่าถ้าเราโลภกำไร เงินลงทุนของเราก็น่าจะมีประสิทธิภาพสูง แทนที่จะให้รัฐไปนั่งคิด แล้วคนคิดไม่ได้หวังกำไร เงินมันเลยมีประสิทธิภาพต่ำ
  • ข้อดีต่อรัฐอีกข้อคือเสี่ยงกันเอง เจ๊งบึ๊มมาเอารับกันเอง รัฐลอยตัว
  • การให้ภาษีเพื่อให้เอกชนทำแทนไม่ใช่เรื่องแปลก หลายประเทศมีเครดิตภาษีการจ้างคนพิการ หรือทหารผ่านศึก
  • เอกชนก็คิดแทนเหมือนกัน คือ อยากได้เครดิตภาษีก็อยากจ้างคนพิการ แต่ก็เลือกคนที่มีประสิทธิภาพสูงๆ ไปในตัว เพื่อประโยชน์สูงสุด ผลคือคนมีประสิทธิภาพสูงยังได้รับโอกาส แทนที่จะให้รัฐไปคิดว่าจะให้ใคร แล้วคิดไม่ออก ไม่จูงใจให้คนพัฒนาตัว

หาทางลดภาษีตามกฎหมายได้ก็ทำๆ ไปเถิด ไม่ต้องคิดว่ามันดีเลวมาก ไม่งั้นอีกหน่อยคงห้ามซื้อของลดราคาเพราะไม่ได้จ่าย VAT ปัญหาคือแรงจูงใจที่รัฐให้มาพร้อมกับเงื่อนไขที่เราต้องรับ ลงทุนตามรัฐลดภาษีถึงเวลากองทุนเจ๊งเกิดวิกฤติก็ต้องเตรียมใจรับกันเอง

Ender’s Game [Spoil]

  • เพิ่งอ่านจบไปสักปีที่แล้ว มันเลยต้องจัด
  • มีประเด็นที่พูดถึงน้อยมาก คือ ประเด็นเศรษฐกิจ Ender เป็นลูกคนที่สามที่บ้านเสียภาษีเยอะมาก เพราะนโยบายจำกัดประชากรโลก ทำให้มีปมในตัว
  • ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอีกครั้งตอนภาพสำรวจดาวของ Formic ว่าล้นโลกแล้วเหมือนกันเลยต้อง
  • เวลาจินตาการว่าไม่มีแรงโน้มถ่วงแล้วไม่มีบนล่างนี่จินตนาการยากจริง เพราะตอนอ่านก็จินตนาการห้อง battle room ไว้อีกแบบ
  • ภาคต่อๆ ไปมันจะได้สร้างหนังมั๊ย เพราะภาคนี้ยังมีฉากเข้าใจง่ายเยอะ ภาคต่อๆ ไปมันนัวร์ๆ อย่างเดียว
  • ไม่พูดถึง Launchy ว่า Ender ไปฝึกด้วยตอนโดนห้ามฝึก

About Time [Spoil]

ถ้าเราย้อนเวลากลับไปได้ เราจะย้อนมันไปไหม

ช่วงเวลาของเรา เราถามตัวเองตลอดเวลาว่าเราอยากแก้ไขอะไร และมันมีอะไรมากมายไม่รู้จบที่เราอยากจะแก้ไข

เราอยากกลับไปทำอะไรบางอย่างให้ดีขึ้น อยากกลับกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผ่านมา เรามีความเจ็บปวดที่ยังไม่เคยลืม

แต่ที่จริงเวลาที่ผ่านไป ความเจ็บปวดหรือสิ่งผิดพลาด มันมาพร้อมกับความสวยงามและด้านดีๆ ของเราเสมอๆ ชีวิตมีทั้งสองด้าน

ถ้าเรากลับไปได้….

เราพร้อมจะทิ้งด้านดีๆ ทั้งหมดเพื่อแลกกับด้านแย่ๆ ที่เราอยากกลับไปแก้ไขไหม?

บัตรเครดิต

แม้จะอยู่กับเทคโนโลยีมาตลอดชีวิต แต่เรื่องการเงินผมไม่ค่อยชอบเทคโนโลยีอย่างรุนแรง

  • ใช้บัตรเดบิตอยู่สองใบและตั้งวงเงินต่ำสุดเสมอ
  • ใช้เงินสดเป็นหลัก
  • ซื้อของผ่านเน็ตใช้ Web Shopping Card อย่างเดี่ยว

จนกระทั่งเมื่อต้นปีมาดราม่ากับกสิกรเรื่องการแสดงบัตรตอนซื้อตั๋วเครื่องบิน เลยตัดสินใจว่าได้เวลามีบัตรเครดิตแล้ว

กลับมามีคนโทรมาชวนทำบัตรเครดิตคนแรกก็ทำเลย (ไม่ดีมากๆ ปกติไม่ชอบคนโทรมาขายแบบนี้)

  • ทำงานมานาน เงินเดือนไม่มีปัญหาอะไร แป๊บเดียวอนุมัติ
  • อนุมัติมามากกว่าเงินเดือน ช็อกมาก และไม่ชอบมีบัตรอะไรที่หายไปแล้วเสียหายได้ขนาดนี้
  • โทรไปลดวงเงินเหลือพอใช้ (ลดง่ายมาก)

ใช้ๆ ไปเสพติด

  • ผมเลือกคืนเงิน 1% ทันที เพิ่งคิดได้ว่าเออ ไม่ใช้บัตร ร้านก็ไม่ลดให้เราอยู่ดี
  • ยังไม่เคยได้ลดจากโปรอื่น
  • ใช้ต่างประเทศได้แล้ว (เดือนแรกไปใช้ใต้หวันเลย)

ล่าสุดจะซื้อตั๋วต่างประเทศ งานเข้าทันทีเพราะวงเงินไม่พอ แต่ปรากฎว่าเอาเงินฝากเข้าไปก่อนได้ (เคาน์เตอร์ไม่รู้ว่าเรามีหนี้เท่าไหร่ จ่ายเท่าไหร่ก็รับหมด) ก็ฝากๆ เข้าไปจนพอ แล้วก็จ่าย

ปิดคดี บัตรเครดิตกลายเป็นบัตรเติมเงินแบบได้ส่วนลด 1% ไปเรียบร้อย