Amazon Prime

1459344_10153039924707952_3537906946775579286_n

ไม่เกี่ยวกับภาพ แค่เป็น Forbes Asia เล่มเดียวกับที่มีบทความน่าสนใจเรื่องของอเมซอน

ประเด็นว่าอเมซอนยอมขาดทุนเพื่อสร้างฐานไว้ทำกำไรตอนหลังเป็นเรื่องที่รู้กันดี (แนวคิดของ Bezos ในหนังสือ The Everything Store คือบอกว่าถ้าตั้งราคากำไรตั้งแต่แรก คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน) แนวคิดหนึ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจคือ Amazon Prime ที่จ่ายเงินก่อนรายปี แล้วจะได้บริการส่งแบบด่วนฟรี ว่าทำแล้วจะกำไรได้ยังไง แม้จะชิงฐานลูกค้าที่ซื้อเยอะเอาไว้ แต่แปลว่าทุกครั้งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ยิ่งซื้อ ยิ่งสร้างรายจ่ายไปเรื่อยๆ

ปรากฎว่า Amazon Prime มีส่วนกลับของมันอยู่คือ Fulfillment by Amazon ที่อเมซอนรับเก็บสินค้า และส่งสินค้าให้ โดยคิดค่าบริการจากผู้ค้า อเมซอนเอาลูกค้า Prime เองไปจูงใจให้ร้านต้องมาจ่ายค่าเก็บสินค้าและจัดส่งให้เองเพราะไม่อย่างนั้นลูกค้าที่เข้าผ่านอเมซอนจะไม่ยอมกด (เพราะไม่ได้ส่งฟรี)

แนวทางแบบนี้บริษัทเล็กๆ ทั้งรักและเกลียด ในแง่หนึ่งบริษัทเล็กๆ ที่ทำสินค้าโดนใจขึ้นมาสามารถเข้าถึงลูกค้ากำลังซื้อสูงได้อย่างรวดเร็ว แต่อีกทางหนึ่งบริษัทกลุ่มนี้ก็ต้องเสียค่าบริการให้กับอเมซอนไปเรื่อยๆ

แนวทางแบบนี้ตัวอเมซอนเองจะ “บาง” ลงจากเดิมที่เป็นร้านค้าออนไลน์ กลายเป็นหน้าร้านรับจ่ายเงินและบริษัทขนส่งแทน ตัวอเมซอนไม่ต้องรับผิดชอบสินค้าค้างสต็อก สินค้าค้างสต็อกคือรายได้ของ Amazon บริษัทที่นำของมาขายต้องจ่าย บริษัทผู้ผลิตเองต้องรับผิดชอบประมาณสินค้าเองว่าจะสต็อกสินค้ามากน้อยแค่ไหน และหากอเมซอนใหญ่พอที่จะกดค่าใช้จ่ายให้กำไรจากเงินที่เก็บจากผู้ขายได้งานนี้ธุรกิจของอเมซอนก็จะกลายเป็นบริษัทลอจิสติกแบบครบวงจร

โครงสร้างแบบนี้คู่แข่งจากจีนอย่าง Alibaba ยังไม่มี

Audiobooks

ปีนี้เป็นปีแรกที่ฟัง Audiobook จริงจัง พบความมหัศจรรย์ว่ามันเปลี่ยนเวลาที่เคยเสียไปเฉยๆ กลับมาเป็นเวลาอ่านหนังสือได้อย่างดีเยี่ยม เลยมารวมว่าปีนี้ฟังอะไรไปแล้วบ้าง

ทั้งหมดซื้อมาจาก Hunble Bundle หรือ Audible ตอนลดราคา

  • True Grit: เล่มแรกๆ ประทับใจจากตอนดูหนัง ฟังหนังสือก็ดีไม่ต่างกัน
  • Red Rising: นิยายเครียดอีกเรื่อง เห็นว่ากำลังทำหนัง
  • Stolen: นิยายเด็ก ฟังไม่ยากนัก แต่
  • Naked Statistics: อยากเขียนบทความเรื่องความน่าจะเป็น เลยอ่านเล่มนี้
  • Age of Ambition: จีนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนจากจีนที่เรารู้จัก 20-30 ปีก่อนแบบไหน
  • The Hunt for Red October: นิยายคลาสสิคของ Tom Clancy เหมือนเคยอ่านบางส่วนแล้วแต่จำไม่ได้ กล้บมาอ่านอีกทีก็ยังสนุก
  • Unbroken: ฟังจบก่อนหนังเข้า (มันลดราคาช่วงโปรโมทหนัง) พบว่าสนุกดี หนังคงต้องไปดู
  • American Icon: เป็นหนึ่งในเล่มแรกๆ ที่อ่านจาก Audible และนำมาเขียน Meconomics
  • Life of Pi: มีหนังสือแล้วอ่านไม่จบ มาจบตอนฟัง Audiobook
  • The Origins of Political Order: กระบวนการสร้างชาติและรัฐ หลักการที่เรามีอยู่ อย่าง Rules of Law บางทีก็ไม่ใช่สิ่งที่ดูดีสำหรับคนทั่วไป เช่น ระบบวรรณะของอินเดียก็เป็น Rules of Law ของอินเดีย ที่กฎอยู่ได้ด้วยตนเองโดยผู้ครองอำนาจเปลี่ยนตามใจไม่ได้
  • Unfinished Empire: ประวัติศาสตร์อังกฤษยุคอาณานิคมไปจนถึงการล่มสลาย
  • The Elephant Whisperer: บันทึกของคนดูแลอุทยานอนุรักษ์สัตว์ในแอฟริกา กับช้างป่า
  • The Reason I Jump: อธิบายออทิสติกจากคนเป็นออทิสติก
  • Why Nations Fail: ประวัติศาสตร์ของความล่มสลายทางการเมือง อธิบายด้วยความมีส่วนร่วมทางการเมือง (ไม่ใช่แค่ประชาธิปไตย เพราะย้อนไปก่อนหน้านั้น)
  • The Double Helix: บันทึกการค้นพบโครงสร้าง DNA เขียนโดย James Watson ที่เพิ่งประกาศขายเหรียญรางวัลโนเบล
  • How to Fail at Almost Everything and Still Win Big: หนังสือโดยคนเขียนการ์ตูน Dilbert อ่านจบแล้วพบว่ามันรวยมาก (ใช้ชื่อเสียงจากการเขียนการ์ตูนไปพูดตามงานอบรม)
  • The 100-Year-Old Man Who Climbed Out the Window and Disappeared: นิยายเสียดสีสังคม อ่านเป็นเล่มแรกๆ พบว่ายังฟังไม่เก่งพอ รู้เรื่องแต่พลาดมุขไปหลายมุข
  • Paper Towns: นิยายวัยรุ่นของนักเขียนดังอย่าง John Green ก็สนุกดี
  • Act of Valor: นิยายจากหนัง อ่านเอามัน
  • The Perks of Being a Wallflower: นิยายวัยรุ่นอีกเล่ม สนุกพอๆ กับหนัง รายละเอียดดีกว่า
  • Worst Ideas Ever: ซื้อเพราะลดราคา อ่านเล่นไม่สนุกนักแต่พอไหว อ่านเกร็ดความรู้แบบนี้ไปอ่านพวก Mental Floss ดีกว่าเยอะ
  • Brain on Fire: ประวัติของคนเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองแบบมีผลกับสมองทำให้ผิดปกติไปช่วงใหญ่

ifine

ไปดูมาหลายวันแล้วคิดว่าจะเขียนถึงสักที

  • GTH เริ่มพบสูตรสำเร็จแบบนิยายแจ่มใส เนื้อเรื่องวิ่งไปมาก็พอเดาได้ว่า “ประมาณนี้”
  • แต่เนื้อเรื่องนี้ทำให้คิดถึงเรื่อง กวน มึน โฮ มากเป็นพิเศษ เพราะเงื่อนการศึกษาเป็นอีกปัจจัยที่ซ่อนอยู่ในเรื่องเหมือนกัน
  • โฆษณาทั้งเรื่องอยู่ในระดับ “พอไหว” ไทยประกันก็ไม่ได้น่าเกลียดมากแบบคิดถึงวิทยา โฆษณาตามบันไดเลื่อนมันก็มีทั่วไป
  • มีเลวสุดคงเป็นเป็บซี่ ทั้งที่ในกวน มึน โฮ วางลงไปในเรื่องได้ดีมาก
  • เรื่องกาโม่มาก แต่น้อยกว่า ATM แล้ว โดยส่วนตัวแล้วรำคาญความกาโม่ของ  GTH พยายามทำหลายเรื่องแต่ทำได้ไม่ดี ประดักประเดิก ไม่ต้องพยายามกาโม่แบบแต่เกินจริงโดยตัวเหตุการณ์อย่าง รถไฟฟ้า หรือกวน มึน โฮ ออกมาดูดีกว่า
  • เนื้อเรื่องพยายามเล่นกับชื่อครูเพลง แต่น่าจะดัดทิ้งไปเยอะ เพราะมีแนวเพลงโผล่มาในเรื่องแค่สองแบบ และตอนจบเป็นเพลงแดนซ์ ฉากตัดบอกแนวเพลงกระชากอารมณ์ออกจากเรื่องมาก ควรตัดทิ้งไปทั้งหมด
  • มุขทะลึ่งไม่ขำ คือเล่นตลกทะลึ่งคงเล่นได้ แต่เล่นแบบเหมือนคิดไม่ออกว่าจะเล่นอะไร มีดารา AV เลยพยายามใส่มุขทะลึ่ง ตอน Skype ผมนั่งดูแล้วคิดว่า “เชี่ยไรเนี่ย”
  • โดยรวมมุขอื่นๆ ยังพอได้ ดูๆ ไปอย่าคิดมาก ก็คุ้มค่าตั๋วดี

Computation of Things

ยุคนี้หัวข้อทางคอมพิวเตอร์ที่คนพูดถึงกันมากหัวข้อหนึ่ง คือ  Internet of Things ที่เราเริ่มจะเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ อุปกรณ์รอบตัวเราจะเริ่มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกันหมด ทำให้เราสามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ตรวจสอบสภาพการทำงาน หรือใช้งานสิ่งของรอบตัวในรูปแบบใหม่ๆ ที่เราไม่เคยใช้งานมาก่อน (เช่น การแชร์สิทธิ์เปิดประตูให้เพื่อนที่มาบ้านเราชั่วคราว)

แม้จะตื่นเต้นกับรูปแบบการใช้งานและแพลตฟอร์มการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สมัยนี้ Arduino Leonardo สั่งมาถึงบ้านแค่สองร้อยกว่าบาทพร้อมใช้ เมื่อก่อนชิปเปล่าๆ ยังเกินสามร้อย แต่โดยส่วนตัวแล้วผมเองยังสงสัยว่าคนเราะยอมรับการที่อุปกรณ์รอบตัวของเราเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขนาดนั้นจริงๆ หรือ? เราอยากมีข้อมูลว่าเราเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นกี่โมง ปิดไฟกี่โมง แล้วให้ข้อมูลพวกนี้ไปอยู่บนอินเทอร์เน็ตแม้จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเอง อย่างนั้นจริงๆ หรือ

อย่างไรก็ดี ผมเชื่อเสมอว่าในยุคต่อๆ ไป อุปกรณ์รอบตัวของเราจะฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ความฉลากนั้นอาจจะไม่ได้มาจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแต่มาจากการใส่คอมพิวเตอร์ลงไปในอุปกรณ์ที่เราไม่เคยใส่มาก่อน เราจะชินกับรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ และวันหนึ่งเราจะคาดหวังว่าจะฟีเจอร์ฉลาดเหล่านี้กลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของอุปกรณ์รอบตัว

ตัวอย่างความฉลาดที่เราเห็นอยู่ทุกวันเช่นแอร์ที่เริ่มควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำในช่วงสิบปีมานี้ แอร์เหล่านี้ไม่ได้ทำงานตรงๆ แบบ เบา ปานกลาง แรง อีกต่อไป แต่มีระบบตอบสนองต่อโลกภายนอกและปรับการทำงานตามสภาพความเป็นจริง

เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บ้างแล้ว ฝักบัวแสดงอุณหภูมิน้ำที่กำลังออกมาเริ่มได้รับความนิยมในจีนและคงทะลักเข้ามาในบ้านเราอีกไม่ช้า  อนาคตเราน่าจะคาดหวังให้ก็อกน้ำบอกอุณหภูมิกันได้ ประตูแบบบัตร RFID เริ่มได้รับความนิยมอย่างสูง (จนน่าวิตก เพราะหลายครั้งความปลอดภัยดูจะไม่เพียงพอ)

แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ราคาถูกจะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้เกิดใหม่ ทดลองการใช้งานแปลกๆ ได้ในต้นทุนที่ไม่แพง เช่นเดียวกับพีซีที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้ง และแอนดรอยด์ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงคอมพิวเตอร์พกพาได้เป็นวงกว้าง คนทั่วไปเหล่านั้นหมายถึงพัฒนารายย่อยที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน ในสมัยพีซีมันทำให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ พร้อมกับบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็กที่เกิดขึ้นมากมาย ในสมัยแอนดรอยด์เราเห็นบริษัทหรือ Freelance รับงานพัฒนาแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ