Jul 20

เรื่องราวของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าสงครามกันอย่างหนัก การแข่งขันระหว่าง Symbian แชมป์เก่า, Windows Mobile ที่ค่อยๆ กินตลาดไปอย่างเงียบๆ และ iPhone ที่หวือหวามาโดยตลอด

อย่างที่เคยให้ความเห็นไปแล้วใน Blognone ว่า Android นั้นพลาดมากที่ไม่ยอมออกโทรศัพท์มาตั้งแต่ Q1 ปีนี้ (จริงๆ แล้วจ้าง ODM อย่าง FIC ผลิตให้ก็ได้) โดยอาจจะขายเป็น gPhone ไปก่อนแล้วเปิดให้เจ้าอื่นใช้งานเหมือนกันแบบ Symbian ก็ไม่น่าผิดอะไร มาวันนี้ผ่านมาสองไตรมาสกับ iPhone 3G ที่อยู่ในตลาดไปแล้วเป็นล้านเครื่อง Android ก็มีที่ยืนน้อยลงเรื่อยๆ

ประเด็นนี้มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับที่เคยเขียนเรื่อง Wow Index เอาไว้ว่าความเจ๋งมันอยู่ที่ความลงตัวทั้งหมด เรื่องของเวลา, ราคา, และฟีเจอร์ ปรากฏการณ์น่าสนในในเรื่องนี้คือการลดราคาของ Samsung i450 และ i550 ที่หลายคนอาจจะไม่พอใจเพราะราคาลงมาแรงจนเหมือนหักหลังคนซื้อไปก่อน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงคือกระแสของมือถือทั้งสองรุ่นกลับมาดังอีกครั้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่ห้อง mbk ผมเห็นคนคุยกันเรื่องนี้ไม่ต่ำกว่าสิบกระทู้เข้าไปแล้ว

บทเรียนเช่นนี้สร้างประเด็นที่น่าสนใจคือการตัดสินใจลดราคาของ Samsung นั้นดึงกระแสมือถือรุ่นเก่ากลับมาได้ และมันกำลังสร้างกระแสให้กับ Symbian ว่าเป็น OS ที่จับต้องได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มันไปฝังตัวกับโทรศัพท์ราคาแพงจนไม่มีใครได้จับมาเป็นเวลานาน

สุดท้ายแล้วโลกอาจจะเหลือแค่สามทางคือ iPhone ให้กับกลุ่มต้องการเอกลักษณ์ในตัวเอง (แม้เอาเข้าจริงมันจะเหมือนกันเป็นล้านเครื่องก็เถอะ) Windows Mobile น่าจะทำได้ดีในตลาดธุรกิจต่อไปภายใต้ร่มเงาของแบรนด์ Windows ส่วน Symbian นั้นโนเกียคงพร้อมที่จะเป็นเจ้าตลาดมือถือระดับล่างที่ครองส่วนแบ่งมากที่สุด และทำกำไรได้ดีต่อไปเรื่อยๆ

สิ่งที่ Symbian ต้องทำในวันนี้เพื่อให้แข่งได้จริงๆ คงเป็นเรื่องของการรวม Platform ของตัวเองกลับมาเป็นอันเดียวกันให้หมด เพราะการใช้ 3 รูปแบบในการพัฒนาทั้ง UIQ, MOAP และ S60 ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ สุดท้ายแล้วทั้งหมดคงต้องกลายเป็น S60 เพียงอันเดียว UIQ นี่อาจจะง่ายหน่อยเพราะ Sony Ericcson และ Motorola ก็อ่อนแรงเต็มที คงไม่อยากสู้มาดูแลต่อแล้ว ที่คุยยากหน่อยคงเป็น MOAP เพราะ NTT DoCoMo นั้นยังแข็งแกร่งอยู่มาก จะให้อยู่ดีๆ เลิก MOAP แล้วไปใช้ S60 นี่อาจจะคิดหนัก

หลังจากรวม GUI เข้าด้วยกันได้แล้วส่วนที่เหลือคือการสร้าง Handset ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่โทรศัพท์ของโนเกียในระดับกลางเองดูเหมือนจะสุ่มๆ เอาว่าตัวไหนจะใช้ S40 และตัวไหนใช้ S60 ทั้งที่ราคา S40 บางตัวดันแพงกว่า สิ่งที่โนเกียต้องการเพื่อให้ S60 ไปต่อได้คงเป็นการประกาศยกเลิก S40 ทิ้งไป แล้วประกาศใช้ S60 ในโทรศัพท์จอสีทุกรุ่น เพื่อสร้าง Single Platform ที่มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่

อีกเรื่องคือเครื่องมือการพัฒนา Symbian นั้นถูกต่อว่ามานานแล้วเรื่องของ C++ ที่แปลกประหลาดแบบครึ่งๆ กลางๆ (ไม่รับ STL) แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชื่นชอบกับ Python มาก และเชื่อว่านักพัฒนาจำนวนมากจะหันกลับมาถ้าโนเกียรองรับเอา PyS60 เข้าเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาหลักบน Symbian แล้วดึงนักพัฒนากลับมา

หลังจากนั้นคงต้องสนับสนุนอีกหน่อยให้เครื่องจีนแดงใส่ Symbian แทน Windows Mobile ที่เหลือก็สร้างร้านออนไลน์แบบ AppStore แล้วเก็บเงินลงกระเป๋า

written by lewcpe \\ tags: , , ,

Jul 15

ช่วยมาร์คทำการบ้าน เอามาลงบล็อคแล้วกันเผื่อจะกลายเป็น Blog-Tag

  • ช่วยแนะนำตัวเองคร่าวๆ เช่น ตำแหน่งหน้าที่การงาน ลักษณะการทำงาน

    วิศวกรคอมพิวเตอร์, ผู้ดูแลระบบ, ผู้ดูแลเครือข่าย, เว็บมาสเตอร์, โปรแกรมเมอร์, นักวิจัย, นักศึกษา (มั่วจริงตู)

  • ใช้อินเทอร์เน็ตมานานแค่ไหน? ใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงานเยอะน้อยอย่างไร (เช่น ใช้บ้าง หรือ ขาดไม่ได้) ช่วยอธิบายลักษณะการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบคร่าวๆ (เช่น หาข้อมูลบนเว็บ ทำรายการทีวีออนไลน์)

    ตั้งแต่ ป. 5 นับรวมแล้วประมาณ 15 ปี เมื่อขาดอินเทอร์เน็ตแล้วประสิทธิภาพการทำงานลดลงเหลือเพียง 1 ใน 10

  • ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดนผลกระทบจากการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยบ้างหรือไม่? (โดน/ไม่โดน ถ้าโดน เป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน หรือเป็นเจ้าของ/ผู้ดูแลเว็บไซต์ที่โดนเซ็นเซอร์)

โดนบ้างไม่มากนัก ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เนื่องจากมักเป็นการบล็อคแบบทั่วประเทศ

  • ถ้าได้รับผลกระทบจากการเซ็นเซอร์ ได้กระทำการหลบเลี่ยงหรือแก้ไขอย่างไรบ้าง (เช่น ใช้ proxy หรือ Tor, ย้าย ISP, ย้ายเซิร์ฟเวอร์, โพสต์แสดงความไม่เห็นด้วยตามเว็บบอร์ด/บล็อก) ถ้าไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษช่วยระบุ

ยังไม่เคยเจอกรณีที่ทำอะไรไม่ได้ แต่โดยมากแล้วเมื่อมีการบล็อคจะทำให้พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไป โดยมากแล้วแล้วจะเข้าเว็บที่ถูกบล็อคบ่อยกว่าเดิม เนื่องจากสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจึงถูกบล็อค

  • มีความเห็นอย่างไรต่อการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต (เช่น เห็นด้วยทั้งหมด เห็นด้วยบางประเด็น ไม่เห็นด้วย) พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ

ไม่เห็นด้วยในบางประเด็น หลักๆ คือการบล็อคโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่อธิบายได้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ในบางประเด็นที่ชัดเจนได้ เช่นภาพอนาจารเด็ก

  • ในกรณีที่เห็นด้วยเป็นบางประเด็น คิดว่าควรเซ็นเซอร์เรื่องอะไรบ้าง (ตัวอย่าง: การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม สถาบันพระมหากษัตริย์ การก่อการร้าย แบ่งแยกดินแดน ภาพอนาจาร ภาพอนาจารเด็ก การพนัน ฯลฯ)

ประเด็นที่มีความผิดทางกฏหมายอย่างชัดเจน เช่น ภาพอนาจาร (ผิดกฏหมายไทยอยู่แล้ว) สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ผิดกฏหมายเช่นกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือต้องผ่านกระบวนการยุติธรรม

  • ถ้าเห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์ (ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน) คิดว่าการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตควรทำที่ระดับชั้นไหน (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ หรือจะตอบอย่างอื่นก็ได้)
    • นโยบายระดับรัฐบาล-กระทรวง
    • กฎหมาย
    • เกตเวย์ออกกต่างประเทศ (ปัจจุบันมี 3 แห่งคือ CAT, TOT และ True)
    • ISP
    • องค์กรที่สังกัด (เช่น มหาวิทยาลัย บริษัท)
    • พีซี/โน้ตบุ๊ก (เช่น ลงซอฟต์แวร์เซ็นเซอร์)

กฏหมายบังคับไปที่เกตเวย์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในเชิงเทคนิค อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่นรัฐสั่งบล็อคจำนวนมากและซับซ้อนส่งผลให้เอกชนรับภาระค่าใช้จ่าย แล้วผลักภาระไปให้ผู้บริโภค กรณีอย่างนี้จะจัดการอย่างไร?

  • คิดว่าการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต ต่างจากสื่อชนิดอื่นๆ เช่น หนังสือ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ หรือไม่

ต่างกันที่คนมีความเข้าใจมีเพียงจำนวนน้อย ทำให้การจัดการทำได้ไม่ดีนัก หลายครั้งมั่ว และหลายครั้งมีการทำเกินอำนาจที่กฏหมายระบุ

  • คุณมีความเห็นต่อการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต หลังรัฐประหาร 19 กันยา 2549 อย่างไร

มั่วซั่ว ตีคลุมอย่างไร้ทิศทาง และขาดความเข้าใจ โดยทั่วไปแล้วสร้างภาพลบให้กับคณะรัฐประหารอย่างทรงประสิทธิภาพ

  • คิดว่าระดับการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ถือว่ามากหรือน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ (เท่าที่ทราบมา)

ไม่มากนักเมื่อเทียบกับจีน และประเทศแถบตะวันออกกลาง

  • มีความคิดเห็นต่อประเด็นด้านการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต ใน พรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อย่างไร

ขาดบทลงโทษการใช้อำนาจนอกเหนือกฏหมาย เช่นข่มขู่ผู้ให้บริการต่างๆ ในรูปแบบของการขอความร่วมมือ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นอาชญากรรมในเชิงข้อมูลข่าวสาร และทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้ไม่ต่างจากการแฮกคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด

  • รู้จักกลุ่มต่อต้านการเซ็นเซอร์ในประเทศไทยหรือไม่ คิดว่ามีผลกระทบต่อระดับการเซ็นเซอร์มากน้อยแค่ไหน

รู้จัก และติดตาม Blog ตลอดเวลา แต่คิดว่ายังมีผลในวงจำกัด

  • คิดว่าในอนาคต สถานการณ์การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจะมากขึ้นหรือน้อยลง

มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะ 5-10 ปี หลังจากนั้นแล้วเมื่อคนไทยตระหนักในสิทธิของการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ภาครัฐน่าจะระมัดระวังในการกระทำการใดๆ มากกว่านี้

  • ความเห็นอื่นๆ ต่อการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต

การเรียกร้องในวันนี้ยังไม่มีผลเท่าใดนักเพราะผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยังอยู่ในวงจำกัด และกลุ่มผู้ใช้ยังเป็นเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก แต่อนาคตเมื่อการกระจายตัวในการเข้าถึงได้กว้างขึ้น และกลุ่มผู้ใช้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ การกระทำเช่นในอดีตจะถูกต่อต้านมากกว่านี้ตามระยะเวลา

ไม่รู้มาร์คส่งให้ใครทำบ้าง แต่อยากเห็นความเห็นของพี่เฮ้าส์, คุณเทพพิทักษ์, และต่าย ดูมั่ง ถ้าว่างๆ ลองทำดู

written by lewcpe \\ tags: , ,

Jul 14

ช่วงนี้กำลังบ้าตีแบต หลังจากเชื่อมาตลอดว่าการเล่นกีฬาควรหากีฬาที่เล่นคนเดียวได้ จะได้เล่นได้ประจำ ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าไม่ได้เล่นไป

เรื่องน่าประหลาดใจอย่างหนึ่งคือมีคนอยากเล่นกีฬามากกว่าที่ผมคิด มันติดอยู่ที่ไม่มีใครเปิดปากชวนเท่านั้นแหละ

ลงตังค์ไปเยอะ มาเล่าให้ฟังกันหน่อย

  • ไม่แบตรุ่นแพงๆ จะมีน้ำหนักไม้ประมาณ 85 กรัม ต่างจากนี้ไม่มากนัก
  • รุ่นแพงๆ จะรองรับความตึงของเอ็นที่ขึงได้ประมาณ 26 ปอนด์ขึ้นไป ส่วนรุ่นรองๆ ลงมาอาจจะได้สัก 20-22 ปอนด์
  • ลูกขนไก่โดยทั่วไปแล้วไปซื้อที่คอร์ดอาจจะจนได้ เพราะลูกจีนแดงกระป๋องละร้อย พี่จะขายกัน 240 (เพิ่มอีก 9 บาทไปซื้อ Dunlop ได้กระป๋องนึง)
  • ลูกขนไก่ต่อให้ซื้อแบบถูกสุดแล้วก็ยังเปลือง ถ้าเล่นขำๆ เล่นลูกพลาสติกแบบดีๆ หน่อยก็ยังถูกกว่า
  • รองเท้าควรพอดี สำคัญมากเพราะแบตต้องวิ่ง/เบรก เยอะมาก รองเท้าเดิมผมมันหลวม ใส่ไปเล่นครั้งแรกๆ ข้อเท้าจะพลิกเอาอยู่หลายรอบ
  • หลังๆ ได้ยินยี่ห้อจีน Tailai เยอะ เห็นว่าดีใช้ได้เหมือนกัน ไว้เล่นได้อีกพักใหญ่ๆ ว่าลงทุนคุ้มแน่ๆ จะลองไปซื้อมาใช้ดู
  • ยางพันด้ามจับถูกสุด 35 บาท หลายคนบอกมาว่าถ้าไม่ซีเรียสมากก็ใช้แบบถูกสุดนั่นแหละ แล้วเปลี่ยนบ่อยๆ เอา

ปล. พี่ป๊อกเคยมาคอมเมนต์ไว้นานแล้วว่า หนึ่งในความสามารถที่ชวนให้สาวมองได้ก็กีฬานี่ล่ะ

written by lewcpe \\ tags: ,

Jul 13

ผมเคยเขียนบทความขนาดยาวเรื่องของ OLPC ไปแล้วมาวันนี้ดูเหมือนว่าโครงการนี้จะลงหม้อไปเรียบร้อยแล้ว เลยลองมานั่งนึกๆ ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

  • โครงการ OLPC เสนอนวัตกรรมมากเกินไปในครั้งเดียว ทั้งจอแบบพิเศษ, Mesh Network, Sugar, ฯลฯ มันมากเกินไป ในครั้งเดียว คงจะดีกว่านี้ถ้า Mesh Network มาใน OLPC XO 2.0 และ Sugar ตามมาใน XO 3.0
  • ลืมจุดขายของตัวเอง ประเด็นของ OLPC นั้นคือ 100 ดอลลาร์ นวัตกรรมในข้อที่แล้ว เรื่องนี้ Classmate PC กินขาด เพราะเสนอนวัตกรรมแบบเบาๆ เครื่องเดิมๆ แต่เบาลง การใส่อะไรเข้าไปเยอะทำให้สุดท้ายแล้ว OLPC ทำราคาที่อ้างไว้ไม่ได้
  • ปฏิเสธการค้า จุดพลาดอย่างยิ่งใหญ่คือการปฏิเสธการทำตลาดในเชิงการค้า จริงๆ แล้วจนทุกวันนี้ผมยังไม่เห็นใช้งาน Classmate PC ในเมืองไทยอย่างจริงจัง (ทางอินเทลเรียกผมไปได้นะครับ) แต่ Eee PC ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกันนั้น ผมเชื่อว่าคนจำนวนมากมาย ซื้อไป “ให้ลูกใช้” ทำไม OLPC จึงหวังแต่ว่าเด็กควรได้รับแจกฟรี ในเมื่อบางประเทศที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ อย่างไทย มีพ่อแม่จำนวนมากพร้อมจะซื้อเครื่อง OLPC ให้ลูกใช้อยู่แล้ว

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองยังคงเชื่อใน 100 ดอลลาร์ ของโครงการ OLPC อยู่ และเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งแล้วเครื่อง Nettop จะลงไปยังราคานั้นได้ มันจะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการศึกษาของโลก แทนที่จะเป็น Gadget ประจำกายมือไอทีเช่นทุกวันนี้

หวังว่าเราจะได้เห็น Nettop สักเครื่องกลายเป็น 100 ดอลลาร์จริงๆ ในเร็ววัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็น OpenBook

written by lewcpe \\ tags: ,