<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>LewCPE&#039;s Blog</title>
	<atom:link href="http://lewcpe.com/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lewcpe.com/blog</link>
	<description>Me, Life, Social, and Technology</description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Apr 2012 16:47:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>อาหาร 2100</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1398/food-2100/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1398/food-2100/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Apr 2012 16:47:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[technology]]></category>
		<category><![CDATA[imagine]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1398</guid>
		<description><![CDATA[ในปี 2100 พาดหัวหนังสือพิมพ์ซ้ำๆ เช่นทุุกวัน หนุ่มใหญ่ตายคา fitness เพราะออกกำลังกายโดยไม่กินอะไรที่มีพลังงานเลยมาต่อเนื่องหลายวัน ใช่แล้วอาหารไร้พลังงานในยุคนี้เป็นเรื่องปรกติ เราเห็นร้านอาหารจำนวนมากขายอาหารไีร้พลังงานกันเป็นเรื่องปรกติ นวัตกรรมอาหารไร้พลังงานถูกคิดค้นมาได้ตั้งแต่ช่วงปี 2040 แต่กว่าจะเริ่มพัฒนารสชาติและเทคโนโลยีการผลิตให้เหมือนอาหารปรกติได้ก็ต้องใช้เวลาถุึงปี 2050 การคิดค้นเหล่านี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากมนุษย์ชาติต้องผจญกับโรคอ้วนไปแล้วกว่าค่อนโลก หลายร้อยปีแห่งการต่อสู้กับการกันดารอาหาร เมื่อมนุษยชาติชนะสงครามนั้น กลับต้องเจอกับสงครามแห่งโรคอ้วนที่คร่าชีวิตคนไปมากมายตั้งแต่เด็ก แต่เทคโนโลยีไม่ลำบากเท่ากับการให้สังคมยอมรับ หลายสิบปีที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่ยอมรับว่าอาหารไร้พลังงานเหล่านี้ เช่นเดียวกับสมัยที่มนุษยชาติไม่ยอมรับมันฝรั่งที่เข้ามาทดแทนการกันดารอาหาร ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยืนยันว่าสามารถสัมผัสได้ว่ารสชาติของอาหารไร้พลังงานเหล่านี้แตกต่างจากอาหารปรกติ แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ และไม่มีใครยอมเข้าทดสอบ blind test ก็ตามที โลกยังต้องต่อสู้กับโรคอ้วนโดยหวังว่าการลดความอ้วนที่แท้จริงคือการไม่กินเกินกว่าความต้องการ ในยุคที่อาหารราคาถูกจนแทบจะเป็นของฟรีเมื่อเทียบกับรายได้ของคนในยุคนี้ ผมแทะน่องไก่ไร้พลังงาน ผู้ผลิตยืนยันว่ารสชาติมันเหมือนกับน่องไก่เลี้ยงตามบ้านทุกประการ น่องไก่แบบนี้เพิ่งได้รับการยอมรับให้วางขายทั่วไปในปี 2080 ที่ผ่านมา และต้องกลายเป็นอาหารที่แพทย์สั่งให้คนป่วยได้กินเท่านั้น แต่ภายในไม่นานหลังจากนั้นคนเริ่มยอมรับมันมากขึ้น ร้านบุฟเฟ่ห์เนื้อแบบไร้พลังงานร้านแรกเปิดกิจการในปี 2087 มันได้รับความนิยมอย่างสูง และแพร่ออกไปเป็นร้านอาหารไร้พลังงานจนทั่วในช่วงปี 2090 ที่ผ่านมา คนเสียชีวิตจากการขาดอาหารทั้งที่กินอาหารตลอดเวลา แต่กลับกินแต่อาหารไร้พลังงานคนแรกเสียชีวิตในปี 2095 หลังจากนั้นภาครัฐต้องเข้าควบคุมหลายๆ อย่าง ร้านอาหารไร้พลังงานถูกสั่งห้าม และทุกร้านต้องมีเมนูอาหารที่มีพลังงานอยู่ในเมนูด้วยเสมอ ขนมขบเคี้ยวถูกเรียกร้องให้เตือนตัวใหญ่ๆ ว่าเป็นอาหารไร้พลังงาน แอพพลิเคชั่นยอดนิยมกลุ่มใหม่ในช่วงหลายปีมานี้คือ food tracker ที่ให้เราบันทึกว่าเรากินอาหารมีพลังงานไปเพียงพอต่อความต้องการหรือยัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี 2100</p>

<p>พาดหัวหนังสือพิมพ์ซ้ำๆ เช่นทุุกวัน หนุ่มใหญ่ตายคา fitness เพราะออกกำลังกายโดยไม่กินอะไรที่มีพลังงานเลยมาต่อเนื่องหลายวัน</p>

<p>ใช่แล้วอาหารไร้พลังงานในยุคนี้เป็นเรื่องปรกติ เราเห็นร้านอาหารจำนวนมากขายอาหารไีร้พลังงานกันเป็นเรื่องปรกติ</p>

<p>นวัตกรรมอาหารไร้พลังงานถูกคิดค้นมาได้ตั้งแต่ช่วงปี 2040 แต่กว่าจะเริ่มพัฒนารสชาติและเทคโนโลยีการผลิตให้เหมือนอาหารปรกติได้ก็ต้องใช้เวลาถุึงปี 2050 การคิดค้นเหล่านี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากมนุษย์ชาติต้องผจญกับโรคอ้วนไปแล้วกว่าค่อนโลก</p>

<p>หลายร้อยปีแห่งการต่อสู้กับการกันดารอาหาร เมื่อมนุษยชาติชนะสงครามนั้น กลับต้องเจอกับสงครามแห่งโรคอ้วนที่คร่าชีวิตคนไปมากมายตั้งแต่เด็ก</p>

<p>แต่เทคโนโลยีไม่ลำบากเท่ากับการให้สังคมยอมรับ หลายสิบปีที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่ยอมรับว่าอาหารไร้พลังงานเหล่านี้ เช่นเดียวกับสมัยที่มนุษยชาติไม่ยอมรับมันฝรั่งที่เข้ามาทดแทนการกันดารอาหาร ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยืนยันว่าสามารถสัมผัสได้ว่ารสชาติของอาหารไร้พลังงานเหล่านี้แตกต่างจากอาหารปรกติ แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ และไม่มีใครยอมเข้าทดสอบ blind test ก็ตามที</p>

<p>โลกยังต้องต่อสู้กับโรคอ้วนโดยหวังว่าการลดความอ้วนที่แท้จริงคือการไม่กินเกินกว่าความต้องการ ในยุคที่อาหารราคาถูกจนแทบจะเป็นของฟรีเมื่อเทียบกับรายได้ของคนในยุคนี้</p>

<p>ผมแทะน่องไก่ไร้พลังงาน ผู้ผลิตยืนยันว่ารสชาติมันเหมือนกับน่องไก่เลี้ยงตามบ้านทุกประการ น่องไก่แบบนี้เพิ่งได้รับการยอมรับให้วางขายทั่วไปในปี 2080 ที่ผ่านมา และต้องกลายเป็นอาหารที่แพทย์สั่งให้คนป่วยได้กินเท่านั้น</p>

<p>แต่ภายในไม่นานหลังจากนั้นคนเริ่มยอมรับมันมากขึ้น ร้านบุฟเฟ่ห์เนื้อแบบไร้พลังงานร้านแรกเปิดกิจการในปี 2087 มันได้รับความนิยมอย่างสูง และแพร่ออกไปเป็นร้านอาหารไร้พลังงานจนทั่วในช่วงปี 2090 ที่ผ่านมา</p>

<p>คนเสียชีวิตจากการขาดอาหารทั้งที่กินอาหารตลอดเวลา แต่กลับกินแต่อาหารไร้พลังงานคนแรกเสียชีวิตในปี 2095 หลังจากนั้นภาครัฐต้องเข้าควบคุมหลายๆ อย่าง ร้านอาหารไร้พลังงานถูกสั่งห้าม และทุกร้านต้องมีเมนูอาหารที่มีพลังงานอยู่ในเมนูด้วยเสมอ ขนมขบเคี้ยวถูกเรียกร้องให้เตือนตัวใหญ่ๆ ว่าเป็นอาหารไร้พลังงาน</p>

<p>แอพพลิเคชั่นยอดนิยมกลุ่มใหม่ในช่วงหลายปีมานี้คือ food tracker ที่ให้เราบันทึกว่าเรากินอาหารมีพลังงานไปเพียงพอต่อความต้องการหรือยัง และเตือนให้เรากินของหวานก่อนนอนจะได้พลังงานครบถ้วนตามกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวัน</p>

<p>ล่าสุดกลุ่มนักวิจัยกำลังวิจัยอาหารที่รับรู้ว่าเรากินอาหารเข้าไปเท่าใหร่แล้วในแต่ละวัน และปล่อยสารอาหารออกมาให้พอดีกัน ลองจิตนาการถึงยุคที่คุณกินเท่าใหร่ก็ได้แต่ไม่อ้วนหรือไม่ผอมลงเลยสิ</p>

<p>ผมทนรอมันแทบไม่ไหวแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1398/food-2100/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>On the Post PC Era</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1395/on-the-post-pc-era/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1395/on-the-post-pc-era/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Mar 2012 20:39:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[technology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1395</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องที่มองๆ อุตสาหกรรมช่วงนี้มาสักพักคือความเปลี่ยนแปลงในอีกสองปีข้างหน้า ว่ามันจะเป็นไปในทางไหน จากที่ตอนนี้ฝุ่นยังค่อนข้างตลบ แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน ตอนนี้โลกเรามีทั้ง PC ที่ยังแข็งแกร่ง, Netbook ที่อ่อนแรง, Ultrabook ที่น่าจะมา, Tablet, และโทรศัพท์มือถือ ส่วนตัวแล้วผมเชื่อแนวทางของ Asus ที่เลือกผลิต transformer ที่สุด ปัญหาสำคัญของวินโดวส์และลินุกซ์แบบเดสก์ทอปทุกวันนี้คือมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการประหยัดพลังงานนัก การทำงานของ OS ออกแบบไว้ให้จำลอง &#8220;เครื่องเสมือน&#8221; สำหรับทุกโปรแกรม ในยุคที่เป็นเดสก์ทอปจริงๆ แนวคิดแบบนี้ก็โอเคดี เพราะพัฒนาง่าย แต่ในยุคที่พลังานเป็นข้อจำกัด มันกลายเป็นปัญหาไป tablet/mobile ทุกวันนี้มีแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดยุคใหม่ๆ แอพพลิเคชั่นแยกส่วนที่จำเป็นต้องรันตลอดเวลาออกจากส่วนที่ไม่จำเป็น ส่วนที่ไม่จำเป็นถูกฆ่าได้เสมอหาก OS ตัดสินใจ แต่ด้วย form factor ที่ไม่เหมาะกับการทำงานจริงจัง มันยังเป็นข้อจำกัดอยู่ โลกยังมีตลาดใหญ่มากคือตลาดที่ต้องการออกจากพีซี แต่ต้องการใช้ทำงานแบบเดิม คนเหล่านี้ต้องการ ทำ word processing และ spread sheet เป็นงานหลัก และต้องตอบอีเมลตลอดวัน เข้าห้องประชุม นำเสนองาน ฯลฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องที่มองๆ อุตสาหกรรมช่วงนี้มาสักพักคือความเปลี่ยนแปลงในอีกสองปีข้างหน้า ว่ามันจะเป็นไปในทางไหน จากที่ตอนนี้ฝุ่นยังค่อนข้างตลบ แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน</p>

<p>ตอนนี้โลกเรามีทั้ง PC ที่ยังแข็งแกร่ง, Netbook ที่อ่อนแรง, Ultrabook ที่น่าจะมา, Tablet, และโทรศัพท์มือถือ</p>

<p>ส่วนตัวแล้วผมเชื่อแนวทางของ Asus ที่เลือกผลิต transformer ที่สุด</p>

<p>ปัญหาสำคัญของวินโดวส์และลินุกซ์แบบเดสก์ทอปทุกวันนี้คือมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการประหยัดพลังงานนัก การทำงานของ OS ออกแบบไว้ให้จำลอง &#8220;เครื่องเสมือน&#8221; สำหรับทุกโปรแกรม</p>

<p>ในยุคที่เป็นเดสก์ทอปจริงๆ แนวคิดแบบนี้ก็โอเคดี เพราะพัฒนาง่าย แต่ในยุคที่พลังานเป็นข้อจำกัด มันกลายเป็นปัญหาไป</p>

<p>tablet/mobile ทุกวันนี้มีแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดยุคใหม่ๆ แอพพลิเคชั่นแยกส่วนที่จำเป็นต้องรันตลอดเวลาออกจากส่วนที่ไม่จำเป็น ส่วนที่ไม่จำเป็นถูกฆ่าได้เสมอหาก OS ตัดสินใจ แต่ด้วย form factor ที่ไม่เหมาะกับการทำงานจริงจัง มันยังเป็นข้อจำกัดอยู่</p>

<p>โลกยังมีตลาดใหญ่มากคือตลาดที่ต้องการออกจากพีซี แต่ต้องการใช้ทำงานแบบเดิม</p>

<p>คนเหล่านี้ต้องการ ทำ word processing และ spread sheet เป็นงานหลัก และต้องตอบอีเมลตลอดวัน เข้าห้องประชุม นำเสนองาน ฯลฯ แต่ขณะเดียวกันคนกลุ่มนี้ก็หงุดหงิดกับการที่ต้องแบกสายชาร์จและหาปลั๊กไปเรื่อยๆ</p>

<p>เรื่องที่ผมเชื่อคือวันหนึ่งโลกเราจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลขาหน้าห้องจะค่อยๆ ใช้แท็บเล็ตทำงาน พิมพ์งานอย่างจริงจัง</p>

<p>และถึงวันหนึ่งเราก็จะเริ่มสงสัยว่าเราจะใช้วินโดวส์ทำไม</p>

<p>รูปร่างหน้าตาคอมพิวเตอร์ที่เราถืออาจจะไม่ต่างออกไป แค่เราแบกมันมากขึ้น น้ำหนักมันเบาลง และเราทิ้งสายชาร์จไว้ที่บ้านยกเว้นเวลาไปต่างจังหวัด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1395/on-the-post-pc-era/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Blognone Upgrade Path</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1392/blognone-upgrade-path/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1392/blognone-upgrade-path/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Mar 2012 06:32:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[technology]]></category>
		<category><![CDATA[blognone]]></category>
		<category><![CDATA[drupal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1392</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ถึงเวลาการอัพเกรด Blognone อีกครั้ง ตอนแรกหวังว่าจะเสร็จในไตรมาสแรก แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว (หวังว่าจะเสร็จในช่วงเมษา) แต่เตรียมอะไรไว้หลายๆ อย่างแล้ว คงมาจดอีกไว้ก่อน การอัพเกรดรอบนี้คงเป็น clean install แล้วย้ายข้อมูลจากฐานข้อมูลเดิมมาด้วย script เพื่อลดขยะจากตารางสารพัดจากโมดูลที่เคยใช้ ตั้งแต่สมัย 5-6 ปีก่อน ใช้ Drupal 7 ตามแนวทางเว็บที่ทำไปก่อนหน้าแล้วคือ MEconomics ธีมเป็น Responsive ยกเลิกหน้าเว็บ Mobile/Kindle ออกทั้งหมด แก้ปัญหาเรื่อง SEO ไปด้วยพร้อมกัน เปิด authentication แบบเดัียวคือ OpenID เท่านั้น ยกเลิก Site Network เพราะตัว Drupal เองก็ไม่แนะนำให้ใช้มาตั้งแต่ Drupal 5 แล้ว Workflow จะเปลี่ยนไป เพราะมาใช้ Rules + Field Permissions แทน ทำให้ Writer [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ถึงเวลาการอัพเกรด Blognone อีกครั้ง ตอนแรกหวังว่าจะเสร็จในไตรมาสแรก แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว (หวังว่าจะเสร็จในช่วงเมษา) แต่เตรียมอะไรไว้หลายๆ อย่างแล้ว คงมาจดอีกไว้ก่อน</p>

<ol>
    <li>การอัพเกรดรอบนี้คงเป็น clean install แล้วย้ายข้อมูลจากฐานข้อมูลเดิมมาด้วย script เพื่อลดขยะจากตารางสารพัดจากโมดูลที่เคยใช้ ตั้งแต่สมัย 5-6 ปีก่อน</li>
    <li>ใช้ Drupal 7 ตามแนวทางเว็บที่ทำไปก่อนหน้าแล้วคือ MEconomics</li>
    <li>ธีมเป็น Responsive ยกเลิกหน้าเว็บ Mobile/Kindle ออกทั้งหมด แก้ปัญหาเรื่อง SEO ไปด้วยพร้อมกัน</li>
    <li>เปิด authentication แบบเดัียวคือ OpenID เท่านั้น ยกเลิก Site Network เพราะตัว Drupal เองก็ไม่แนะนำให้ใช้มาตั้งแต่ Drupal 5 แล้ว</li>
    <li>Workflow จะเปลี่ยนไป เพราะมาใช้ Rules + Field Permissions แทน ทำให้ Writer สามารถเข้าไป Edit บาง field ได้</li>
</ol>

<p>สิ่งที่จะเกิดขึ้น</p>

<ol>
    <li>เว็บใหม่ๆ น่าจะเกิดขึ้นง่ายกว่าเดิม จาก template เว็บที่สร้างไว้ + OpenID ทำให้วิธีการเชื่อมต่อกัน well define กว่าเดิม</li>
    <li>อาจจะเปิดให้คนเสนอเว็บแบบใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1392/blognone-upgrade-path/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปริศนา</title>
		<link>http://lewcpe.com/blog/archives/1387/prissy/</link>
		<comments>http://lewcpe.com/blog/archives/1387/prissy/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Mar 2012 18:39:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lewcpe</dc:creator>
				<category><![CDATA[personal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lewcpe.com/blog/?p=1387</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งเคยดูละครของค่าย DreamBox เป็นครั้งแรกหลังจากดูของทางฝั่ง Scenario มาหลายรอบแล้ว ปริศนาเป็นนิยายที่ดูเรื่องย่อแล้วก็นึกออกว่าสร้างละครเวทีได้ดีแน่ๆ เรื่องราวของหญิงสาวที่ล้ำยุคกับชายสูงศักดิ์หัวโบราณ สร้างความ contrast ให้กับเรื่องได้พร้อมๆ กับฉากแนวพีเรียดที่ชวนฝัน มันเป็นเรื่องของผู้หญิงที่บังเอิญได้ไปเรียนสหรัฐฯ ตั้งแต่เด็ก และกลับมาเมืองไทยเมื่อโตเป็นสาว ปริศนามีความหลังหลายด้าน ทั้งพ่อที่ตายก่อนเธอเกิด ชาติกำเนิดของเธอที่ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นลูกของพ่อจริงๆ แม่ที่แยกตัวจากครอบครัวของพ่อออกมาแล้วเลี้ยงลูกทุกคนด้วยตัวเองจนมีฐานะเพียงชนชั้นกลาง-ล่าง เรื่องราวที่ตรงไปตรงมา ปริศนาเจอคุณชายในภาพที่ไม่น่าประทับใจนัก แต่สุุดท้ายเธอและเขาก็รักกัน จากนั้นก็มีอุปสรรคเข้ามา เรื่องราวน่าสนใจหลายอย่าง ไว้ไปงานหนังสือคงไปซื้อมาอ่านอีกที หน้าโรงละครมีขายแต่ไม่ลดเลย พร้อมกับช่วงนี้อ่านหนังสือพร้อมกันอยู่หลายเล่มจนล้น เลยคิดว่าไว้ก่อนดีกว่า ส่วน production โรง M Theater เป็นโรงละคนอเนกประสงค์ที่ดูจะไม่ได้สร้างสำหรับละครเวทีเป็นการเฉพาะนัก slope ค่อนข้างน้อย ทำให้หัวบังกัน การสลับฉากของ DreamBox ยังไม่มืออาชีพเท่า Scenario แสงตอนเปลี่ยนฉากไม่มืดสนิท การจัดฉากหลายครั้งมีเสียงแปลกๆ ออกมาเยอะ และการจัดฉากไม่ทันบ่อยมาก แม้จะเนียนๆ ว่าเป็นคนใช้จัดโต๊ะก็ตามที ที่น่าทึ่งคือตัวแสดง เลือกมาค่อนข้างดีมาก ตรงบท และร้องเพลงได้ดี ตัวเพลงออกมาดีทั้งเรื่อง ไม่ค่อยมีหลุดในระดับที่กระชากอารมณ์ออกจากเรื่อง อาจจะเป็นเพราะเพลงนั้นไม่ยากมากในการไล่เสียงสูงต่ำมากๆ แต่ผมพบว่าการใส่เพลงโชว์พลังโดยที่บางทีนักแสดงไปไม่ไหว (อาจจะไหวตอนซ้อม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งเคยดูละครของค่าย DreamBox เป็นครั้งแรกหลังจากดูของทางฝั่ง Scenario มาหลายรอบแล้ว</p>

<p>ปริศนาเป็นนิยายที่ดูเรื่องย่อแล้วก็นึกออกว่าสร้างละครเวทีได้ดีแน่ๆ เรื่องราวของหญิงสาวที่ล้ำยุคกับชายสูงศักดิ์หัวโบราณ สร้างความ contrast ให้กับเรื่องได้พร้อมๆ กับฉากแนวพีเรียดที่ชวนฝัน มันเป็นเรื่องของผู้หญิงที่บังเอิญได้ไปเรียนสหรัฐฯ ตั้งแต่เด็ก และกลับมาเมืองไทยเมื่อโตเป็นสาว ปริศนามีความหลังหลายด้าน ทั้งพ่อที่ตายก่อนเธอเกิด ชาติกำเนิดของเธอที่ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นลูกของพ่อจริงๆ แม่ที่แยกตัวจากครอบครัวของพ่อออกมาแล้วเลี้ยงลูกทุกคนด้วยตัวเองจนมีฐานะเพียงชนชั้นกลาง-ล่าง</p>

<p>เรื่องราวที่ตรงไปตรงมา ปริศนาเจอคุณชายในภาพที่ไม่น่าประทับใจนัก แต่สุุดท้ายเธอและเขาก็รักกัน จากนั้นก็มีอุปสรรคเข้ามา</p>

<p>เรื่องราวน่าสนใจหลายอย่าง ไว้ไปงานหนังสือคงไปซื้อมาอ่านอีกที หน้าโรงละครมีขายแต่ไม่ลดเลย พร้อมกับช่วงนี้อ่านหนังสือพร้อมกันอยู่หลายเล่มจนล้น เลยคิดว่าไว้ก่อนดีกว่า</p>

<p>ส่วน production</p>

<ol>
    <li>โรง M Theater เป็นโรงละคนอเนกประสงค์ที่ดูจะไม่ได้สร้างสำหรับละครเวทีเป็นการเฉพาะนัก slope ค่อนข้างน้อย ทำให้หัวบังกัน</li>
    <li>การสลับฉากของ DreamBox ยังไม่มืออาชีพเท่า Scenario แสงตอนเปลี่ยนฉากไม่มืดสนิท การจัดฉากหลายครั้งมีเสียงแปลกๆ ออกมาเยอะ และการจัดฉากไม่ทันบ่อยมาก แม้จะเนียนๆ ว่าเป็นคนใช้จัดโต๊ะก็ตามที</li>
    <li>ที่น่าทึ่งคือตัวแสดง เลือกมาค่อนข้างดีมาก ตรงบท และร้องเพลงได้ดี</li>
    <li>ตัวเพลงออกมาดีทั้งเรื่อง ไม่ค่อยมีหลุดในระดับที่กระชากอารมณ์ออกจากเรื่อง อาจจะเป็นเพราะเพลงนั้นไม่ยากมากในการไล่เสียงสูงต่ำมากๆ แต่ผมพบว่าการใส่เพลงโชว์พลังโดยที่บางทีนักแสดงไปไม่ไหว (อาจจะไหวตอนซ้อม แต่ตอนแสดงทำไม่ได้) ยิ่งทำให้เรื่องมันแย่ การเลือกใช้เพลงในระดับที่นักแสดงไปได้แน่ๆ นั้นดีกว่ามาก</li>
    <li>ห้องน้ำในโรงละครเป็นปัญหาเหมือนกันทั้งกรุงเทพฯ มันจะทำให้พอสำหรับคนทั้งโรงเข้าห้องน้ำเวลาพัก 15 นาทีกันไม่ได้เลยหรือไง</li>
    <li>ตัวบทตัดเหลือเวลาเส้นพล็อตหลัง และวางพล็อตรองไว้บ้างได้ดีมาก ทำให้บางพล็อตแทบจะหายไปเลยจากเรื่อง เช่น น้องสาวของคุณชายที่เป็นนักเรียน ผมยังไม่ได้อ่านเลยไม่แน่ใจว่ามีอะไรโดนตัดไปอีกบ้าง แต่เท่าที่ดูบทดีมาก ให้เวลาบทหลักเพียงพอ</li>
    <li>ผมไปดูรอบสุดท้ายพอดี คิดว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จมากอีกเรื่องหนึ่งของ DreamBox จนต้องเปิดการแสดงใหม่หลังเดือนพฤษภาคม คาดว่าเป็นปัญหาเดียวกับ Screnario คือคณะละครไม่มีโรงละครของตัวเองแล้ว ไม่สามารถเปิดแสดงยืดหยุ่นได้ตามความสำเร็จของเรื่อง ก็ขอให้รวยๆ จนมีโรงละครของตัวเองเร็วๆ</li>
    <li>คือถือช่อดอกไม้เยอะมาก เค้าไปให้นักแสดงกันตอนไหน????</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lewcpe.com/blog/archives/1387/prissy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

