Tag Archives: think

The Cardinal of Kremlin

ตามโครงการ “เราจนเกินไปที่จะอ่านหนังสือภาษาไทย” ของผมเอง เล่มต่อมาที่อ่านคือ Tom Clancy: The Cardinal of Kremlin 288 บาทจากคิโนะฯ ไร้ส่วนลดใดๆ… กับความหนา 540 หน้า เล่มนี้เป็นภาคต่อของ The Hunt for the Red October ที่หลายคนคงดูในหนังกันมาแล้ว ถ้ายังไม่เคยดู… จงหามาดู เพราะเป็นหนังที่ผมชอบมาก ไม่พูดพล่ามทำเพลง ผมสปอยย่อๆ ก่อน เนื้อเรื่องเริ่มจาก CIA มีสายข่าวคนในที่ใหญ่มากในกองทัพรัสเซีย ชื่อรหัสว่า CARDINAL (ในเรื่องเขียนตัวใหญ่ และเป็นที่มาของชื่อเรื่อง) CARDINAL ขายข่าวให้ CIA มาหลายสิบปี ทำไปทำมาจะโดนจับได้เอา Ryan เด็กใหม่ เก่งโคตร และโชดดีฉิบหาย เดาอะไรก็ถูกเข้ามาบอกว่า ต้องช่วย CARDINAL ออกมาให้ได้ทุกราคา ตัดจบเลย หลังจากโคตรลุ้น และเกือบจะพลาดอยู่แล้ว CIA ก็ชนะทุกอย่าง [...]

ไอ้ขายตรง

อาศัยความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มจำนวนคน ไม่อยากทำก็ไม่ได้เดี๋ยวเสียเพื่อน ทำไปแล้วก็ไม่มีความสุข สักพักก็เลิก ลืมๆ มันไป โถ… ไอ้ขายตรง

และเราก็แค่เห็นแก่ตัว

หนึ่งในหนังสือท่ผมซื้อมาจากคิโนะฯ ในช่วงหลังๆ นี้คือ Jurassic Park โดยจริงๆ แล้วตั้งใจว่าอ่านหนังสือของ Micheal Crichton ให้หมด ในหนังเรื่องเดียวกันนั้น เราจะเห็นความยิ่งใหญ่ แต่นแต๊น โอ้โน่นไดโนเสาร์ อะไรอย่างนั้น แต่ในนิยายนั้นเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ว่าด้วยการที่มนุษย์พยายามจะเป็นพระเจ้า ในหนังนั้นเอียน มัลคอม เป็นเพียงนักคณิตศาสตร์ที่ทำตัวแปลกๆ หน่อย (ออกจะหน้าม่อด้วย..) แต่ในนิยายนั้นเขาคือตัวเดิน “แนวคิด” ทั้งหมดของเรื่อง คำถามของนิยายไม่ใช่ว่า “จะยิ่งใหญ่แค่ไหนถ้าเรานำไดโนเสาร์กลับมาได้?” แต่เป็นว่า “เรานั้นมันเล็กน้อยแค่ไหน และเราอวดตัวมากเพียงใดที่จะไปควบคุมธรรมชาติ” น่าสนใจมากว่านิยายส่วนมาก รวมถึงนิยาย “รักโลก” ทั้งหลายนั้นมองว่า มนุษย์คือศูนย์กลางของทุกอย่าง มนุษย์นี่ล่ะที่มีอำนาจที่จะทำลายหรือรักษาโลกนี้ไว้ได้ เช่นเรื่อง The Day the Earth Stood Still เป็นต้น Jurassic Park กำลังบอกเราอีกอย่าง ที่สำคัญคือมันบอกว่าเราเป็น “ไอ้ขี้โม้” เพียงใดเมื่อเราพยายามบอกว่าเราจะรักษาโลกใบนี้ โลกใบนี้ผ่านอะไรมามากมายกว่าสิ่งที่เราเห็นตรงหน้านี้มากมายนัก โลกใบนี้เองเคยผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีออกซิเจนในอากาศ และช่วงเวลาที่ออกซิเจนสูงกว่าปัจจุบันเกือบเท่าตัว หรือประมาณ 35% ในยุคไดโนเสาร์ [...]

My Opinions on Economics

ว่าจะเขียนบทความตระกูล “My Opinion on …” ออกมาซักชุดจะได้ลำดับจุดยืนตัวเองไปในตัวว่ามองเรื่องอะไรยังบ้าง ผลัดตัวเองมานานก็เริ่มด้วยเศรษฐศาสตร์ก่อนเลยแล้วกัน ผมเชื่อในระบบทุนนิยม แม้ว่ามันจะไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุดในโลก มันเต็มไปด้วยความโลภ และการเอารัดเอาเปรียบ แต่นี่คือธรรมชาติของคนบาปเช่นมนุษย์โลก ขณะทุนนิยมไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุดในโลก มันจัดการกับความโลภของมนุษย์แล้วเอามาทำเป็นความเจริญให้กับมนุษยชาติได้เป็นอย่างดี ระบบอื่นๆ ที่พยายามแสวงหาความเป็นอุดมคติเช่นคอมมิวนิสต์นั้นคงไม่สามารถใช้งานได้จริงในโลกของเราที่ทุกคนยังคงต้องอาศัยแรงกระตุ้นจากความเหนือชั้นกว่าคนอื่นๆ มาผลักดันให้เราทำอะไรบางอย่างให้กับโลก แน่นอนว่าวันหนึ่งมันคงไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป นึกถึงเรื่อง Star Trek ที่ลูกเรือเคยถูกถามว่าได้เงินเดือนกันหรือไม่ แล้วลูกเรือตอบกลับไปว่า “ไม่ เราทำงานเพราะเราต้องการพัฒนาตัวเอง” แต่น่าเสียดาย ทุกวันนี้มนุษย์เรายังต้องการวัตถุ เพื่อกระตุ้นให้เราทำงานให้กับโลกของเราอยู่ แม้ว่าระบบทุนนิยมจะมีข้อเสียหลายๆ อย่าง แต่ในปัจจุบันนี้เรามีเครื่องมีหลายต่อหลายอย่างเพื่อลดข้อด้อยของมันลงไปได้ เช่น การแข่งขันสมบูรณ์ ทำให้ทุกฝ่ายเสนอทางเลือกที่ดีกว่า (โดยยังได้ผลกำไร) ให้กับประชาชนทั่วไป การแข่งขันสร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมากมาย การกำกับดูแลที่ดี ขณะที่ผู้ขายในระบบทุนนิยมนั้นคำนึงถึงผลกำไรเป็นสำคัญ ผู้กำกับดูแลนั้นต้องสร้างเงื่อนไขที่ดี เช่น ห้ามฮั้วราคากันขายแพง, ห้ามตัดราคามั่วซั่ว เพราะคู่แข่งรายใหม่ๆ จะตายไปและสุดท้ายแล้วผู้บริโภคนั่นเองที่เสียผลประโยชน์, กำหนดกรอบรับผิดชอบต่อสังคม เช่นเราอาจจะกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ต้องสร้างเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อกระจายความเจริญ ไม่ใช่สร้างเครือข่ายแต่เฉพาะบริเวณที่ทำกำไรได้ ผมไม่เชื่อในแนวคิดสมบัติชาติ แทบทุกๆ กรณี แนวคิดง่ายๆ คือ [...]