อสัมมานาในความคิดของผม มันคือ “ไม่” สัมมนา มันต้องไม่ใช่สัมมนา “ทางเลือก” ไม่ใช่แค่ว่าหัวข้อพวกนี้มันหาที่พูดไม่ได้ หรือหาที่ฟังไม่ได้ การแสดงดนตรีที่ไม่ใช่คอนเสิร์ต ไม่ใช่คอนเสิร์ตเพลงอินดี้ ผมร่วมงานสัมมนาอยู่เป็นประจำ การฟัง/ดู Google TechTalk เป็นงานประจำรายสัปดาห์ของผม งานสัมมนาทางเลือกไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันแค่ไม่ใช่สิ่งที่ผมปรารถนา ผมไม่ได้ปรารถนาการที่ไป “รับ” หรือ “แจกจ่าย” หัวข้อน่าสนใจ ผมปรารถนาการแลกเปลี่ยน ผมปรารถนาการพูดคุย ผมปรารถนาชุมชนแบบ interest-domain ที่พบหน้าตากันในโลกความเป็นจริง ผมฝันถึงงาน “ไม่สัมมนา” มันจะ… มีเป้าหมายคือทุกคนมาแลกเปลี่ยนกัน ดังนั้นทุกคนต้องมีโอกาส สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควร เพื่อจะแลกเปลี่ยนกัน บังคับให้ทุกคนมีหัวข้อก่อนลงทะเบียนเสมอ ทุกคนต้องมีเรื่องราวในใจอยากบอกใครสักคน หัวข้อเฉพาะ มันคือการสร้างสังคมแบบ interest-domain การลงทะเบียนคือการเสนอหัวข้อ บัตรเข้างานจะได้ต่อเมื่อคุณมี material ของสิ่งที่จะนำเสนอ ถ้าจะพรีเซนต์จงอัพโหลดสไลด์, ถ้าจะแสดงท่าทางจงอัพโหลดวีดีโอ, คุณต้องเตรียม คุณต้องมีเครื่องยืนยัน เครื่องยืนยันเหล่านั้นจะถูกปล่อยสู่โลกอินเทอร์เน็ตหลังจบงาน สร้างเงื่อนไขให้คนไปงาน เพราะเราอยากสร้างชุมชนแบบเจอหน้าตา พร้อมกับเปิดโอกาสให้คนภายนอกได้รับรู้ ว่ามันมีโอกาสที่คุณจะพบกับกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกับ แบบตัวเป็นๆ ได้ ป้ายเข้างาน [...]
คำแรงไปหน่อยแต่หาคำอื่นสั้นๆ มาแทนไม่ถูก สองวันก่อนผมอยู่ที่สิงคโปร์ ผมพบความจริงหลายๆ อย่าง รถห้าคันที่ผมนั่ง ขับแย่กว่าแท็กซี่ในไทยทั้งหมดที่ผมนั่งในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาในไทย คนสิงคโปรไม่ค่อยเข้าแถวขึ้นรถไฟฟ้า ถนนถ้าไม่กว้างเว่อๆ หรือจราจรหนาแน่นมาก เขาก็ข้ามไม่เลือกที่เหมือนกัน พอถังขยะเต็ม คนสิงคโปร์ก็กองขยะไว้ข้างถังเหมือนๆ กันเรา แม้จะมีป้ายห้ามจอด พร้อมกับขู่ปรับเงินถึง 200 S$ แต่คนสิงคโปร์ก็ยังจอดตรงหน้าป้าย แต่สิ่งที่ผมเห็น ถังขยะในสิงคโปร์เยอะมาก ผมไม่เคยต้องถือขยะไว้ในมือเกินสิบนาทีก่อนเจอถัง ตลอดการเดินทาง ผมพบถังขยะเต็มล้น 1 ถังถ้วน (แม้อีกถังจะไม่ไกล คนสิงคโปร์ก็ยังวางขยะไว้ข้างๆ ถังนั่นแหละ) รถไฟฟ้าสิงคโปร์คันยาวมากและมาบ่อย ผมไม่เคยเห็นคนรอเกิน 10-15 คนต่อประตู ป้ายจราจรทั้งหมดชัดเจนมาก แยกใหญ่เล็กมีไฟคนข้ามทั้งหมด วันนี้ผมไปวิ่งสวนจตุจักร ถังขยะจากห้าแยกลาดพร้าว ไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้า ไม่มีถังไหนเลยไม่เต็มและล้น คนบนสถานีรถไฟฟ้าแน่นเหมือนทุกวัน สามแยกแถวบ้านผมมีไฟจราจรให้คนข้ามถนนโดยไม่มีฟุดบาตเพราะเอาไปปลูกต้นไม้หมดมาสองปีแล้ว บางทีสันดานที่หนักที่สุดของไทยคือสันดานของชนชั้นปกครองที่ชอบโทษคุณภาพของประชาชน
ตลอดชีวิตของผม ผมใช้โทรศัพท์มือถือมาแล้วประมาณครึ่งโหล สองเครื่องเป็น Nokia และอีกสองเครื่องเป็น Samsung สองอันดับแรกของโทรศัพท์ที่ขายดีที่สุดในไทยตอนนี้… เครื่องปัจจุบันผมใช้ Wellcom W3319 เป็นเครื่องหลักเครื่องเดียวมาหลายเดือนแล้ว นับแต่มันวางตลาดมา เห่อมาก ไปซื้อตั้งแต่มันออก ผมใช้เครื่องนี้ทุกครั้งที่ขึ้นรถไฟฟ้า แม้รอบตัวผมจะเต็มไปด้วย BlackBerry จริงๆ แล้วผมพกเครื่องนี้ไปงานสัมมนา BlackBerry ด้วยซ้ำไป มีคำถามมากมาย เมื่อผมใช้เครื่อง W3319 นี้ มันทนไหม? ศูนย์มันเป็นยังไง? เสียงดีไหม? ฯลฯ มีข้อเสียมากมายที่ถามมาเมื่อใหร่ ผมก็ต้องบอกว่ามันห่วย หน้าจอที่ไม่ทนต่อแสงแดดแม้แต่น้อย ความเสถียรในระดับแย่ ผมเจอจอขาวเฉลี่ยสองวันรอบ แต่ใครถามว่าผมชอบมันไหม ผมก็ตอบได้อย่าเต็มปากเป็นคำว่าชอบมันมาก ทำไมน่ะหรือ QWERTY jibjib 48 ชั่วโมงต่อเนื่องต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง 2,990 บาท เครื่องศูนย์ สามข้อนี้ไม่มีโทรศัพท์เครื่องอื่นให้ได้ และถ้าทั้งสามข้อนี้สำคัญสำหรับคุณ W3319 จะเป็นทางเลือกที่ดี ที่ผมไม่ชอบคือผู้ผลิตที่ไม่เชื่อแม้แต่ของที่ตัวเองผลิต เราเห็น Nokig, Nokla, Nakia ก้นมากมาย ขณะที่พวกเขาพยายามพร่ำบอกข้อดีของสิ่งที่เขาขาย [...]
ไลนัสเคยพูดไว้ครั้งหนึ่งเมื่อเขาไปพูดที่กูเกิลว่า ผู้คนมักถามเขาว่าอนาคตของลินุกซ์จะเป็นอย่างไร ความเชื่ออย่างหนึ่งของคนทั่วไปคือการที่บุคคลที่ทำอะไรที่ “remarkable” ได้นั้น “น่าเชื่อได้ว่า” พวกเขาเหล่านั้นมักจะมีความสามารถในการหยั่งรู้อนาคต แม้จะสักหน่อยหนึ่ง กลับข้างกัน ความเป็นเหตุเป็นผลของความเชื่อนี้ มักจะกลายเป็นว่า “เพราะเขารู้อนาคต เขาจึงสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่” แน่นอน ความสามารถในการมองแนวโน้ม การจับกระแสอย่างถูกทางเป็นเรื่องสำคัญ และมีผลเป็นอย่างมาก แต่ความเป็นจริงคือคนที่อยู่ที่หนึ่งได้นั้น มักจะไม่ได้มากจากการทำ “ถูกเสมอ” ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความทนทานต่อความผิดพลาดต่างหากเล่า จำบั๊กในชิปเพนเทียมกันได้ไหม ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว Andrew Grove เคยถูกโทรศัพท์ปลุกขึ้นมาจากการตัดสินใจผิดพลาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนชิปเพนเทียมที่มีปัญหา ความเสียหายมูลค่ามหาศาล ทั้งในแง่ของการจัดการเปลี่ยนชิป “ทีละตัว” ให้กับผู้ใช้ทุกคน ทั้งในแง่ของชื่อเสียงและภาพพจน์ที่ป่นปี้ไปในชั่วเวลาไม่กี่วัน ไมโครซอฟท์นั้นจัดได้ว่า “วืด” ยุคอินเทอร์เน็ตไปแล้วครั้งหนึ่ง Windows 3.1 นั้นไม่มีกระทั่ง IP-stack ในตัว (จำ trumpet winsock กันได้ไหม?) ไม่ต้องพูดถึงบราวเซอร์ที่ Netscape นั้นครองตลาดไปอย่างเบ็ดเสร็จ โซนี่ทำแบตเตอรี่เสี่ยงต่อการระเบิดทีเป็นแสนชุด MemoryStick ที่บอกได้ว่า “ไม่รอด” โตชิบานั้นทำใจกับ HD-DVD ไปแล้ว ความหายนะเกิดขึ้นเสมอ เมื่อคุณทำอะไรบางอย่าง [...]