Tag Archives: thai

Bangkok 2008

จาก Google Trends ถ้าเกิดออกมาตรงๆ เท่านี้ (ชูวิทย์ได้สองเท่าของ อภิลักษ์ กับ ดร. แดน) ผมว่า Google Trends ดังแน่ ผลงานเก่านั้นแม่นใช้ได้เลย UPDATE: หลายๆ คนบอกว่าสาเหตุที่ชูวิทย์นำโด่งใน Google นั้นเป็นเพราะคลิปนี้ครับ

หัวหมาและหางเสือ

ผมอ่านเรื่องพวกนี้จาก mk มาหลายตอนว่าแล้วก็คงได้เวลาเขียนเรื่องพวกนี้กันซักที mk ตั้งคำถามว่าทำไมคน “ชั้นกลาง” โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ รวมถึงชั้นกลาง-สูง เช่นอาจารย์มหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด พากันกลับข้างไปมากันอย่างสนุกสนานในช่วงเวลาไม่ถึงสิบปีมานี้ ผมเองเชื่อว่านี่คือปรากฎการณ์หัวหมาและหางเสือ… ก่อนหน้ารัฐธรรมนูญ 2540 นั้นเราคงนึกกันออกว่าไม่ว่าคุณจะจบปริญญาไหนๆ หากคุณไม่ได้รวยระดับ 1% แรกของประเทศหรือมีตำแหน่งทางทหารอยู่ในระดับนายพลแล้ว อิทธิพลในเชิงการปกครองนั้นเข้าใกล้ศูนย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะการซื้อเสียงที่มากมายจริงๆ ในสมัยนั้น รวมกับการปฎิวัติที่ทำกันเหมือนการล้างบ้านประจำสัปดาห์ ทำให้ไม่ว่าเราจะเป็นคนชั้นกลางที่ผ่อนโซลูน่าอยู่ หรือชาวบ้านที่เลี้ยงควายอยู่ชายทุ่ง ล้วนไม่มีสิทธิไม่มีเสียงใดๆ ในทางการเมืองมากมายนัก สุรยุทธเคยพูดในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่าเขารู้สึกว่าบ้านเมืองนี้ไม่ใช่ของเรา ผมคิดว่าความรู้สึกเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่สะท้อนชนชั้นกลางได้ค่อนข้างดี แต่ความรู้สึกนี้จริงๆ แล้วมันไม่ได้ต่างไปจากสมัยก่อนหน้าปี 2540 นัก แต่ก่อนหน้า 2540 นั้นคนทั่วไปรู้สึกว่า “บ้านเมืองนี้ไม่เคยเป็นของเรา” ชนชั้นกลางในสมัยนั้นคือ หัวหมา ที่ไม่ว่าจะสูงส่งเพียงใดแต่ก็ยังเป็นหมาอยู่นั่นเอง รัฐธรรมนูญ 2540 ให้ความเสมอภาคที่รุนแรงอย่างมากในสังคม รากหญ้ามีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจในระดับประเทศ ความไม่ลงรอยในรัฐธรรมนูญ 2540 นั้นเกิดจากความพยายามสร้างแนวทาง 1 คน 1 เสียงในสังคมไทย สนธิเก่งกาจมากในการที่พยายามประกาศว่าชนชั้นกลาง (ที่เคยเป็นหัวหมา) นั้นจริงๆ แล้วเป็นหางเสือ แม้จะเป็นเสือชั้นล่างๆ หน่อยแต่ก็ยังเป็นเสือ [...]

หน้าที่ใคร?

ผมไม่มีคำตอบให้กับคำถามจากโฆษณานี้ แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่หน้าที่ของคนจ่ายเงินสร้างโฆษณานี้ อย่าลองของเอารถถังออกมาอีกแล้วกัน การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ไม่ต้องมาตั้งเงื่อนไขบ้าบออะไรมากมาย ไม่ต้องมาบอกว่าไม่จำเป็นแล้วจะไม่ทำ ไม่ต้องทำก็คือไม่ต้องทำ ไม่ใช่หน้าที่ก็คือไม่ใช่หน้าที่ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ถ้าอยากเป็นนักการเมืองก็ลาออกมาลงเลือกตั้ง

Blocking

หลายคนอ่านบทความของผมที่ Blognone กับที่นี่แล้วอาจจะคิดว่าผมเป็นพวกต่อต้านการบล็อคทุกรูปแบบ แต่ให้ผมบอกคือผมต่อต้านการบล็อคที่ไม่มีคำอธิบายทุกรูปแบบไม่ว่ามันจะดูเข้าท่าแค่ไหนก็ตาม ประเด็นที่นายมั่น พัธโนทัยออกมาระบุว่าการบล็อคเว็บในไทยสามารถทำได้ตามกฏหมายโดยผ่านทางคำสั่งของคนสามคนในประเทศนั้นเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะผมไม่เคยได้ยินกฏหมายข้อไหนให้อำนาจคนสามคนนี้เหนือกว่าประชาชนไทยคนอื่นๆ ในแง่ของการมีอำนาจเด็ดขาดในการบล็อคเว็บ สุดท้ายแล้วสังคมบ้านเราจะสามารถเป็นนิติรัฐได้อย่างไร หากเราอาศัยความรู้สึกของคนสามคนมาระบุว่าเรื่องอะไรผิดเรื่องอะไรถูก เราอาจจะต้องตั้งคำถามกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างสวยงามใน พรบ. คอมฯ นั้น มีเอาไว้ตั้งโชว์ให้ต่างชาติดูเล่นแล้วในบ้านเราใช้ระบบมาเฟียกันแบบเดิมหรืออย่างไร น่าสนใจคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมไม่เห็นมีหน่วยงานไหนที่มีความพยายามทำงานในเชิงบวกเพื่อแก้ปัญหาเนื้อหาล่อแหลมและไม่พึงประสงค์ (สำหรับพวกเขา) แม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับเหล่าเว็บมาสเตอร์ หรือ Guidline อื่นๆ สิ่งที่พวกเขาทำคือการข่มขู่ในเชิงรุก และชี้หน้าใครต่อใครว่าทำผิด พร้อมกับโหมกระแสมวลชนให้เชื่อว่าการกระทำนั้นผิดตามที่พวกเขาเชื่อ น่าสนใจว่ากระบวนตามกฏหมายใน พรบ. คอม ซึ่งเพิ่งตราออกมานั้นมีความบกพร่องอย่างไร จึงมีการประกาศใช้กระบวนการนอกกฏหมายเช่นนี้ออกมา หลายความเห็นใน Blognone เคยอ้างว่ากระบวนการนั้นช้าเกินไป แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็ยังเห็นหลายเว็บที่น่าจะผิดแน่ๆ เปิดทำงานโดยไม่มีปัญหาอะไร มันจะดีกว่าไหมหากภาครัฐหยุดหาอำนาจนอกกรอบของกฏหมาย แล้วทำตามกระบวนการให้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อตรวจพบแล้วรีบแจ้งเรื่องให้รัฐมนตรีเซ็น แล้วส่งเรื่องเข้าศาลข้อความคุ้มครองเร่งด่วนถ้ามันมีปัญหาแล้วค่อยมาคุยกันว่ามันเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับกระบวนการนี้ หรือเรามีเหตุผลอื่นที่จะไม่ทำตามกระบวนการ?