Tag Archives: social

Good Guys

คนดีคนที่หนึ่ง เป็นคนเห็นแก่ตัวในสายตาคนรอบข้าง เขาทำงานเพื่อเงิน เขาไม่ยอมทำงานล่วงเวลา แต่เขามีเวลาให้ครอบครัว เพื่อนฝูง คนดีคนที่สองเป็นคนดีให้สายตาคนรอบข้าง เขาทำงานเพื่อคนอื่น เพื่อนร่วมงานรักเขา แต่ครอบครัวของเขาต้องทนทุกข์กับเวลาที่มีน้อยนิด

สิทธิในการกระทืบ

ไม่มีอะไรมากครับ แต่อยากจะบอกพวกอ้างสิทธิในการกระทืบว่าจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นการติดคุกสักสามสี่ปีนี่ มันแสดงความไร้อารยธรรมอย่างเหลือเชื่อ ไม่มีกฏหมายข้อไหนระบุให้การไปกระทืบคนอื่นเป็นสิทธิพึงมีของคนไทยคนใดๆ การกระทำผิดคือการกระทำผิด และโทษไม่ใช่ค่าธรรมเนียม คนที่บอกว่าสามารถกระทืบคนอื่นได้เพราะยินดีจะติดคุกไม่ต่างอะไรจากพวกคนรวยเลวๆ ที่ฝ่าไฟแดงแล้วยอมจ่ายค่าปรับ ความชั่วคือความชั่ว การชดใช้ไม่ได้ทำให้ความชั่วมันหายชั่วแม้แต่น้อย

underlying

เมื่อวันอาทิตย์ไปดูหนังมามีฉากหนึ่งที่กระตุกความคิดเล็กๆ ออกมา… เรื่องราวตอนนั้นคือพระเอกซึ่งเป็นนักบัญชีพยายามแสดงความเป็นห่วงนางเอก ด้วยการอธิบายกระบวนการทางกฏหมายเพื่อให้นางเอกสามารถจัดการปัญหาได้ดีขึ้น เรื่องราวดำเนินไปแบบตามครรลองฉากรัก (แม้จะไม่ใช่หนังรักก็ตามทีเถอะ) คือนางเอกโกรธพระเอกที่แทนที่จะเข้าใจและรับฟังปัญหา กลับมัวแต่พยายามพูดในสิ่งที่นางเอกไม่ได้อยากจะฟัง ที่น่าสนใจคือเด็กคนหนึ่งมาบอกกับนางเอกที่กำลังโกรธนั้นว่า บางทีแล้วที่ชายหนุ่มพยายามพูดในสิ่งต่างๆ นั้น ก็คงเป็นเพราะเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดี ………… เวลาที่เรามองการกระทำหลายๆ ครั้งแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะมองได้เพียงการกระทำที่เรามองเห็นตรงหน้า เมื่อเราได้ของขวัญจากใครสักคน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะให้ความประทับใจจากของขวัญที่เราได้รับนั้นเอง เมื่อเราได้ฟังอะไรจากคนอื่นๆ เราก็จะตัดสินความประทับใจจากข้อความที่เขาพูดออกมาเช่นกัน แต่มันคงจะดี ถ้าเรามีเวลาสักช่วงหนึ่ง ที่เราหันกลับมาคิดว่าเขาทำสิ่งเหล่านั้นไปเพื่ออะไรกัน คงจะดีถ้าเราจะเห็น ความตั้งใจที่จะไปเลือกของขวัญให้กับเรา และประทับใจกับความตั้งใจนั้น เราอาจจะเห็นความพยายามที่จะหาคำปลอบโยนที่ดี แม้คำพูดที่ออกมานั้นอาจจะไม่ได้เรื่องเท่าใหร่ ถ้าเราทำได้…. เราคงจะเห็นความรักอยู่รอบตัวเรามากขึ้นอีกมหาศาล…

เปิดเผย

พอดีว่าไปเที่ยวลาวมาครับ ว่าจะซื้อคีย์บอร์ดภาษาลาวมาเป็นของฝากชาว Blognone (อยากใช้เองด้วย) แต่พอดีไปช่วงปีใหม่ ร้านปิดหมดไว้ แต่มีแววว่าจะได้ไปอีกเพราะรอบนี้ไป จำปาสัก (ลาวใต้) คงได้ไปลาวเหนือ กับลาวกลาง ในไม่ช้า เรื่องไปเที่ยวโดยหลักๆ แล้วก็ธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์มาก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมจะเล่าให้ฟังในวันนี้ แต่เป็นเรื่องภาพข้างบนที่แปะไว้ ภาพข้างบนนี้ที่น่าสนใจมาก เพราะมันคือภาพข้างฝาผนังด้านนอกของกระท่อมชนเผ่าพื้นเมือง ที่สร้างห้องพิเศษยื่นออกมาเอาไว้ให้ลูกสาวอยู่ ส่วนหน้าต่างนั้นไม่ได้มีไว้ระบายอากาศ แต่เอาไว้ให้หนุ่มๆ ที่จะมาจีบลูกสาวบ้านนั้นได้ขอจับมือบ้าง น่าสนใจมากว่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างดั้งเดิมแบบนี้ ยอมรับการคบหากันแบบเปิดเผยโดยมีพ่อแม่รับรู้อยู่เป็นเรื่องปรกติ  ต่างกับสังคมที่ผมเห็นในชีวิตประจำวันที่การคบหากันของหนุ่มสาวจะเป็นเรื่องห่างไกลพ่อแม่ไปทุกที โดยส่วนตัวแล้วเนื่องจากเป็นคริสตชน สังคมรอบตัวผมจะมีบรรทัดฐานอีกแบบ เช่นการอยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องรับไม่ได้, การคบหากันควรมีคนนอกรับรู้, ควรคบหากับคริสตชนด้วยกันเท่านั้น ฯลฯ แต่ไม่ว่าสังคมรอบตัวแต่ละคนเป็นอย่างไร ผมมองว่าพ่อแม่มีส่วนเป็นอย่างมากที่จะกำหนดค่านิยมให้กับลูก และเรื่องของการคบหากันของลูก ไม่ควรเป็นเรื่องที่โดนปิดบังจากพ่อแม่ ส่วนที่ว่าพ่อแม่จะเข้าไปจัดการมากน้อยแค่ไหนก็เป็นเรื่องของแต่ละครอบครัวกันไป ไม่ว่าค่านิยมของแต่ละคนเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมการคบหาโดยพ่อแม่รับรู้เป็นสิ่งที่ดีเสมอ