นักการเมืองมันชั่ว

ผมคิดเรื่องนี้มานานแล้ว มาร์คมาเขียนเรื่องนี้เข้าพอดีเลยได้เวลา

เราเห็นคำพูดมากมายว่านักการเมืองนั้นชั่วช้าอย่างนั้น โกงอย่างนี้ ไม่รับผิดชอบ โดดประชุม ฯลฯ

เราจะมีส่วนแก้ได้อย่างไร?

คำตอบในเรื่องนี้ของผมคือแทนที่เราจะพยายามฟอกคนเหล่านี้ให้ขาวสะอาดขึ้นมา ด้วยการซักฟอกสารพัด ขุดโคตรเหง้ามาเจ็ดชั่วโคตร ฯลฯ เราควรกลับคำถาม

เราต้องตั้งคำถามว่าทำไมคนดีๆ (เช่นเราๆ ที่ด่านักการเมืองทุกวัน) จึงไม่ลงเล่นการเมือง

ผมเคยตั้งคำถามนี้เล่นๆ กับนักวิจารณ์การเมืองตัวยงรอบข้างผม คำตอบคล้ายๆ กันหมด

“ไม่เห็นคุ้มเลย”

ถ้าการเป็นนักการเมืองมันไม่คุ้มเสียแล้ว เราจะคาดหวังให้คนดีๆ ลงไปทำงานการเมืองได้อย่างไรกัน เราอาจจะต้องเปลี่ยนตัวเอาเองก่อนเป็นอย่างแรก เราต้องช่วยกันทำให้การเมืองเป็นเรื่องที่คุ้ม ที่คนดีๆ แต่มีครอบครัวต้องดูแล มีอนาคตรออยู่ข้างหน้า พร้อมจะเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมืองเพราะมันคุ้ม

ถ้าใครบอกว่าคนเล่นการเมืองต้องเสียสละ อนาคต ความเป็นส่วนตัว และเสี่ยงต่อการถูกรังเกียจ ผมก็ขอเรียกร้องให้เขาลาออกจากงานไปเลือกตั้งสส. สมัยหน้า

ความคุ้มค่าไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนอย่างเดียว แต่เราควรสร้างวัฒนธรรมที่มุ่งให้เห็นว่าการลงเล่นการเมืองเป็นเรื่องที่ทำได้ ถ้าคุณจะทำ

  1. ใส่วันลางานไปหาเสียงไว้เป็น one-time leave แบบเดียวกับลาบวชหรือลาคลอด ไปเลย ชีวิตคนๆ หนึ่งลองลงสมัครสส. อบต. ฯลฯ ดูสักทีก็น่าจะดี
  2. เพิ่มเงินเดือนให้มันคุ้ม น่าแปลกที่เงินเดือนนายกเราน้อยกว่าผู้ว่าแบงค์ชาติมากนัก เราอาจจะเห็นว่ามันเยอะ แต่ในระดับผู้บริหารด้วยกันแล้วคงต้องบอกว่าสภาพการทุกวันนี้ฐานเงินเดือนนายกอยู่ในระดับย่ำแย่
  3. เปิดทางออกให้กับคนที่หมดสมัย ไม่ใช่ว่ามาเป็นสส.ดีๆ ได้สมัยเดียวแล้วสมัยหน้าสอบตก ต้องหมดอนาคต ไม่มีเงิน ไม่มีอาชีพ เราอาจจะสร้างระบบรับประกันตำแหน่งงานสำหรับการออกไปทำหน้าที่การเมือง (เหมือนไปเกณฑ์ทหาร) เราอาจจะต้องมีระบบบำนาญสำหรับอดีตนักการเมืองที่ยัง active อยู่ในวงการ ฯลฯ

ทำให้การมีส่วนร่วมทางการเมือง เป็นเรื่องของการเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องที่คนดีๆ ไม่ทำกันเช่นทุกวันนี้

The Cardinal of Kremlin

ตามโครงการ “เราจนเกินไปที่จะอ่านหนังสือภาษาไทย” ของผมเอง เล่มต่อมาที่อ่านคือ Tom Clancy: The Cardinal of Kremlin

288 บาทจากคิโนะฯ ไร้ส่วนลดใดๆ… กับความหนา 540 หน้า

เล่มนี้เป็นภาคต่อของ The Hunt for the Red October ที่หลายคนคงดูในหนังกันมาแล้ว ถ้ายังไม่เคยดู… จงหามาดู เพราะเป็นหนังที่ผมชอบมาก ไม่พูดพล่ามทำเพลง ผมสปอยย่อๆ ก่อน

  • เนื้อเรื่องเริ่มจาก CIA มีสายข่าวคนในที่ใหญ่มากในกองทัพรัสเซีย ชื่อรหัสว่า CARDINAL (ในเรื่องเขียนตัวใหญ่ และเป็นที่มาของชื่อเรื่อง)
  • CARDINAL ขายข่าวให้ CIA มาหลายสิบปี ทำไปทำมาจะโดนจับได้เอา
  • Ryan เด็กใหม่ เก่งโคตร และโชดดีฉิบหาย เดาอะไรก็ถูกเข้ามาบอกว่า ต้องช่วย CARDINAL ออกมาให้ได้ทุกราคา
  • ตัดจบเลย หลังจากโคตรลุ้น และเกือบจะพลาดอยู่แล้ว CIA ก็ชนะทุกอย่าง Happy Ending
  • เนื้อเรื่องกาโม่มากๆ
  • ตอนจบ CARDINAL แก่ตาย เสี่ยงชีวิตคนเป็นโหลช่วยมาแป๊บเดียวมันตายเองเลย

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น คำถามสำคัญของผมในเรื่องนี้คือ CARDINAL เลวไหม?

ในเรื่อง CARDINAL เป็นนักรบสามสมรภูมิ ได้เหรียญ Hero of the Russian Federation สามเหริยญรวด เขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประเทศ ทุกอย่างรวงมถึงการทรยศต่อชาติ เขาเชื่อว่าการทำให้ประเทศของเขาเองพ่ายแพ้ทางการทหาร จะเป็นการปกป้องประเทศของเขาได้ดีที่สุด

อ่านแล้วผมโคตรซึ้งเรื่อง Zipang ที่บอกว่าญี่ปุ่นต้องก่อสงครามเพื่อแพ้สงครามก็คราวนี้

ในสมรภูมิที่ด้านหนึ่งแล้วทุกคนเป็นศัตรูกัน สหรัฐฯ เองเป็นศัตรูกับรัสเซีย ส่วนคนรัสเซียนั้นเป็นศัตรูกับ CARDINAL เพราะมองว่าทรยศชาติ

เราจะยังคงให้เกียรติกันและกันในฐานะคนที่เชื่อในอะไรบางอย่าง และต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตนเองเชื่ออย่างกล้าหาญได้หรือไม่?

One way or another we all fight for the things we believe in. – Jack Ryan
Hero of the Russian FederationHero of the Russian Federation

domain owner?

ผมสงสัยมาตลอด ว่าทำไมโดเมนไม่โดนพิทักทรัพย์ให้เจ้าหนี้ไป? เพราะมูลค่าตอนนี้คงไม่ต่ำกว่าสิบล้านเข้าไปแล้ว

ที่มา – CheckDomain

Bangkok 2008

จาก Google Trends

ถ้าเกิดออกมาตรงๆ เท่านี้ (ชูวิทย์ได้สองเท่าของ อภิลักษ์ กับ ดร. แดน) ผมว่า Google Trends ดังแน่

ผลงานเก่านั้นแม่นใช้ได้เลย

UPDATE:

หลายๆ คนบอกว่าสาเหตุที่ชูวิทย์นำโด่งใน Google นั้นเป็นเพราะคลิปนี้ครับ