Sep 27

สองปีกว่าแล้วที่ผมตัดสินใจหักดิบตัวเองเลิกใช้วินโดวส์เด็ดขาด แล้วลุยอูบุนตูอยู่นานหลายเดือนกว่าอะไรๆ จะเข้าที่เข้าทาง

ผมรู้สึกสนุก และได้เห็นเส้นทางแห่งเสรีภาพ

มันอาจจะไม่สวยหรูนัก แต่มันมีเสรีภาพให้เราเดินไป ความสนุกในการดึงซอร์ส ใส่แพตซ์ เพื่อแก้ปัญหาที่ครั้งหนึ่งผมเคยได้แต่ภาวนาว่าผู้ผลิตจะหันมาสนใจผมบ้าง วันนี้ผมอาจจะเหนื่อยกับมันสักหน่อย ลองถูกลองผิดกับมันซักวัน แล้วท่องไว้ว่า “ทุกอย่างแก้ไขได้” ทางออกมันอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่ว่ามันอาจจะใกล้หรือไกลไปสักหน่อย

แต่วันนี้ขอผมบ่นบ้างแล้วกัน

ตั้งแต่อูบุนตู 6.06 เป็นต้นมา ผมเห็นแสงรำไรว่าวันหนึ่งผมจะสามารถบอกให้คนรอบข้างที่ใช้คอมพิวเตอร์อยู่คนเดียว ดูหนัง เข้าเว็บ เล่น M หันมาใช้ลินุกซ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

6.06 เป็น LTS รุ่นแรกของอูบุนตู มันทำได้ดีมากในแง่ว่าก่อนหน้านี้การลงลินุกซ์ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ผมพบกับความแปลกใจเมื่อการลงลินุกซ์ครั้งแรกแล้วผมใช้ไวร์เลสในเครื่องได้ทันที แน่นอนว่าหน้าจอมีปัญหาบ้าง เสียงอาจจะไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยพลังแห่งอินเทอร์เน็ต “ทุกอย่างแก้ไขได้”

6.10 แสดงความพัฒนาที่ต่อเนื่อง 7.04 เช่นเดียวกันคือไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าใหร่ แต่แสดงการพัฒนาที่เริ่ม “เกือบๆ แล้ว”

ผมพิมพ์บล็อคนี้บนอูบุนตู 7.10 Gutsy Gibbon อูบุนตูรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันเสถียรมากอย่างไม่น่าเชื่อ ฟีเจอร์ที่เต็มเปี่ยม ทุกอย่างดูดีมาก

ผมเชื่ออย่างเต็มที่ว่าอูบุนตู 8.04 จะเป็นรุ่น 1.0 สำหรับผม มันจะเป็นรุ่น LTS รุ่นที่สองที่ได้รับการแก้ไขข้อผิดพลาดจากรุ่นแรกไปจนหมด มันจะเข้ากันได้มากกว่าเดิม

อาจจะดูเหมือนผมหวังมาก แต่เอาเข้าจริงแล้วทั้งหมดที่ผมต้องการคงเป็นแค่รุ่นปรับปรุงของ 7.10 ที่เสถียรกว่าให้พร้อมสำหรับการเป็น LTS เท่านั้นเอง

แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในระบบการจัดการของอูบุนตู 8.04 นับเป็นรุ่นที่แย่ที่สุดรุ่นหนึ่งนับแต่ 6.06 การเขียน Driver Manager (jockey-gtk) ใหม่และดึงดันจะใส่ให้ทันทั้งที่ก่อนหน้าวันออกตัวจริงเพียงไม่กี่สัปดาห์มันยังอิมพลีเมนต์ฟีเจอร์กันไม่ครบ ไม่ต้องพูดถึงการทดสอบในวงกว้าง

การอัพเดตเคอร์เนลที่ดูเหมือนจะเป็นจุดบอดที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข ผู้ใช้ต้องประสบกับความจริงที่ว่าอัพเดตที่อูบุนตูบอกพวกเขาว่ามันจะช่วยรักษาความปลอดภัย, เพิ่มเสถียรภาพ, และแก้ปัญหาของซอฟต์แวร์ กลับทำให้ USB ใช้งานไม่ได้, เสียงไม่ออก, VMWare หยุดทำงาน, หน้าจอทำงานผิดพลาด และอีกสารพัดที่ผมไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใช้คนใดๆ ในโลกคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจากการ “อัพเดต”

ปัญหาแบบนี้เหมือนเป็นคำสาป ทุกครั้งที่เราจะกดอัพเดต สิ่งที่เกิดขึ้นคือการภาวนาว่าเครื่องของเราจะอยู่รอดปลอดภัย

ไม่เว้นแม้แต่รุ่น 8.04.1 “LTS”

คุณคิดจะไม่อัพเดตหรือ? ข่าวร้ายคือถ้าคุณไม่อัพเดตไปถึงวันหนึ่ง คุณจะพบว่าเครื่องที่ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพของคุณไม่สามมารถลงโปรแกรมใหม่ได้ แม้มันจะเป็นโปรแกรมที่เล็กที่สุดก็ตามที Dependency จะวิ่งตามมาเป็นพรวน และหลอกหลอนคุณได้อัพเดตมันในที่สุด

แผนการเล่นอูบุนตูครั้งต่อไปของผม

ติดตั้งใหม่ > ลงโปรแกรมให้ครบที่สุดเท่าที่จะครบได้ > ทดสอบ > แก้ปัญหา > Sync Pool มาเก็บไว้ใน USB HDD ซะ

แล้วใช้งานมันอย่างสงบไปอีกสักครึ่งค่อนปี แล้วค่อยเริ่มต้นวัฐจักรใหม่อีกรั้ง

written by lewcpe \\ tags: , ,

Apr 15

Today, after a short “j-walking”, I found a blog introduce me an interesting program called vrms.

It’s just a simple program that scan all deb packages installed on the machine and  notify you if there’re some of the packages which isn’t free.

The funniest part is the program’s name, it’s an abbreviate from Virtual Richard M. Stallman.

While I don’t really think any End-User will be care about software license at all. (They even pirated some.) Top-Down free software subsinary is on the way. Large corporation in Thailand has started to deploy OO.o in scale of thousands machines. I’m sure we’ll see a lot more very soon.

written by lewcpe \\ tags: , ,

Nov 19

ช่วงนี้ต้องทำ Samba ให้หลายๆ ที่ ประเด็นที่เพิ่มขึ้นมาเลยกลายเป็นเรื่องของการเปลี่ยนรหัสผ่าน ที่ปรกติแล้วรหัสผ่านของ Samba กับตัวลินุกซ์เองจะเป็นคนละชุดกัน

เรื่องนี้คล้ายๆ จะมีทางออกที่ง่ายๆ เพราะตัว Samba นั้นรองรับการซิงค์รหัสผ่านกลับไปยังลินุกซ์อยู่แล้ว แค่ปรับคอนฟิกใหม่แค่สองบรรทัดเท่านั้น

แต่ปัญหาก็ยังไม่หมด เมื่อรหัสผ่านจะถูกซิงค์แค่ทางเดียวคือ Samba -> ลินุกซ์ เท่านั้น ส่วนถ้าใครใช้คำสั่ง passwd ในเทอร์มินอลก็เป็นอันว่ารหัสผ่านทั้งสองระบบจะเริ่มไม่ตรงกัน

เรื่องนี้ผมหาทางมานานพอดู คำตอบที่ได้ก่อนหน้านี้คือการแนะนำให้ตั้ง LDAP แล้วตรวจสอบสิทธิจาก LDAP เอา ซึ่งยิ่งใหญ่เกินไป

วันนี้กลับไปหาอีกทีก็พบทางสว่าง เมื่อมีบล็อกเขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้แล้ว โดยหลักๆ แล้วทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้คือการใช้ libpam-smbpass ที่มีไลบราลี pam_smbpass.so ที่สามารถเอาไปดักรหัสผ่านตอนเปลี่ยนรหัส และสร้าง Samba Account ให้หากไม่มีอยู่ก่อนหน้าได้ทันที

ในบล็อกที่พูดถึงเค้าเขียนถึง Debian Etch แต่ใน Gutsy ก็ใช้งานได้ไม่ต่างกันมาก

งานต่อไปจะหาทางแก้ MySQL ให้ทำได้เหมือนกัน

written by lewcpe \\ tags: ,

Nov 13

การเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ของกูเกิลในนาม Android ที่หวังจะเป็นมาตรฐานใหม่ของโทรศัพท์มือถือนี้นับว่าเป็นความท้าทายล่าสุดที่ทางกูเกิลปล่อยออกมาให้เราได้ชม

ขณะที่ SDK ที่ออกมานั้นนับว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความสามารถที่หลากหลาย และ SDK ที่ดูดีมาก จนตอนนี้ดูเหมือนว่าจะบดบังรัสมีของต้นตำรับ “กระแส” มือถือโอเพนซอร์สอย่าง OpenMoko ลงในพริบตา

การเปิดตัวนาทีแรกของกูเกิลในครั้งนี้นับว่า …จุดติด… เลยทีเดียว

แต่คำถามที่ผมสงสัยคือ มีเหตุอะไรจึงไม่มีโทรศัพท์ที่แม้จะไม่ใช่การผลิตในชื่อกูเกิลเอง ออกมาวางขาย หรือกระทั่งออกกำหนดการวางขายหลังการเปิดตัวระบบปฏิบัติการและ SDK ในครั้งนี้

ขณะที่ทาง HTC ออกมาให้ข่าวค่อนข้างชัดเจนว่า บริษัทกำลังจะผลิตมือถือที่ใช้ Android ถึงแปดรุ่นในปีหน้า แต่การออกข่าวแบบไม่มีกำหนดนี้ค่อนข้างน่ากลัวเมื่อเทียบกับวิมานในอากาศที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายๆ ครั้ง

โครงการ OLPC เป็นโครงการหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ในระดับที่เทียบเท่ากับสิ่งที่กูเกิลหวังใน Android เป็น ด้วยการออกข่าวอย่างหนัก แต่ไม่สามารถแสดงผลสำเร็จได้ในเวลาที่เร็วพอ กระแสหลังจากที่เครื่อง OLPC XO ออกวางจำหน่ายจริงจึงต่ำอย่างน่าใจหาย เมื่อเทียบกับ Asus Eee PC ที่วางจำหน่ายจริงในเวลาเพียงหนึ่งไตรมาสหลังการประกาศข่าว นับว่าเป็นการจุดกระแสล่วงหน้าก่อนการเปิดตัวได้อย่างค่อนข้างดี เช่นเดียวกับ OpenMoko ที่พัฒนาช้าและมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เสียจนไม่น่าสนใจในช่วงหลัง

นาทีนี้ความอยู่รอดของ Android จึงไม่น่าใช่เรื่องของความสามารถของตัวระบบปฏิบัติการที่ทรงพลัง แต่หากเป็นตัวโทรศัพท์ที่จับต้องได้ต่างหากว่าจะเข้าสู่ตลาดเร็วแค่ไหน

ที่สำคัญกว่านั้นคือจะออกมาในรูปแบบไหนกัน?

ขณะที่แอปเปิลนั้นได้รับความนิยมในระดับที่ยินดีเป็นสาวกกันเป็นจำนวนมาก ผมยังไม่เคยเห็นใครเรียกใครว่าเป็นสาวกกูเกิลมาก่อน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะคนจำนวนมากใช้งาน Gmail เพราะมันเร็ว, ความจุสูง และใช้งานง่าย มากกว่าเพราะว่ามันเป็นของกูเกิล

ดังนั้นการออกมือถือเครื่องละสองหมื่นแล้วหวังว่าจะขายได้นับล้านเครื่องแบบแอปเปิล ไม่น่าจะเป็นการคาดหวังที่ดีนัก

ขณะที่การตัดสินใจทำระบบเปิดของ Android ช่วยให้ความกังวลในเรื่องของจำนวนแอพลิเคชั่นลดลงไปได้มาก เราน่าจะได้เห็นโปรแกรมเจ๋งๆ จำนวนมากเข้าไปอยู่ใน Google Code  กันในเร็ววันนี้ แต่ความคาดหวังในตัวโทรศัพท์เป็นสิ่งที่กูเกิลและ Android ต้องแบกรับไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แน่นอนโทรศัพท์มือถือที่ใช้ Android คงไม่สามารถแบกรับความต้องการไว้ทั้งหมดได้ แต่กูเกิลจะแบกรับมันได้มากพอหรือไม่  นั่นเป็นคำถามที่น่าจะชี้ความเป็นความตายให้กับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ลองนึกความคาดหวังเหล่านั้นว่ามีอะไรบ้าง

  • ราคา ขณะที่โทรศัพท์รุ่นที่โชว์อยู่ในตอนนี้น่าจะมีราคาแพง (จอใหญ่ ความเร็วสูง) โทรศัพท์ที่ใช้งาน Android จำเป็นต้องมีหลากหลายเพื่อกินตลาดให้ครบช่วง แม้อาจจะเป็นไปไม่ได้ที่ Android จะลงไปทำงานในมือถือเครื่องละพัน แต่อย่างน้อย Smartphone รุ่นต่ำๆ ที่อยู่ในช่วง 8000 บาทขึ้นไปก็น่าจะทำงานได้ เพื่อให้ฐานตลาดกว้างขึ้น
  • ความเข้ากันได้ ความได้เปรียบตลอดกาลของแอปเปิลคือการควบคุมฮาร์ดแวร์ด้วยตัวเองทั้งหมด ขณะที่ Android เป็นพันธมิตรจำนวนมาก การใช้ยี่ห้อร่วมกันจะสร้างความคาดหวังในความเข้ากันได้ที่ค่อนข้างสูง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโปรแกรมตัวไหนจะสามารถรันบนโทรศัพท์รุ่นใดบ้างนอกจากการนั่งหาตามเว็บบอร์ด
  • อุปกรณ์เสริม ขณะที่ตลาดอุปกรณ์เสริมเป็นตลาดที่ทำกำไรได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในทางกลับกันการที่ตลาดอุปกรณ์เสริมใหญ่ก็มีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อตัวโทรศัพท์มากขึ้นด้วย ขณะนี้โลกโทรศัพท์มือถือกำลังเริ่มยอมแพ้ต่อการพยายามใช้พอร์ตที่ไม่มาตรฐาน และพันกลับมาใช้ USB กันเรื่อยๆ หาก Android สามารถสร้างตัวเองเป็นมาตรฐานกลางให้กับอุปกรณ์เสริมที่จะสามารถใช้งานข้ามยี่ห้อกันได้อย่างไม่จำกัด ก็น่าจะเป็นจุดแข็งที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่งทุกค่ายไป

ต่อตอนหน้า….

written by lewcpe \\ tags: ,