Posts Tagged ‘ life ’
หลายวันก่อนคุยกับ @warong เรื่องของความรัก ได้ฟังแนวคิดอีกอย่างหนึ่งที่ @warong อ้างมาอีกต่อคือ “ความรักเป็นความสามารถ” บทสนทนาวันนั้นก็จบไป แต่ที่ผมนึกขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือ ความรักกับชีวิตคู่นั้น น่าจะเป็นคนละเรื่องกัน… แม้ว่าชีวิตคู่ที่ดีต้องมีความรักก็ตาม แต่ชีวิตคู่ก็อาจจะไปได้แม้ไม่ความรัก หรือแม้จะรักกันแค่ไหน แต่ชีวิตคู่ก็อาจจะไปต่อไม่ได้ (หรืออาจจะเริ่มไม่ได้ด้วยซ้ำ) เรารัก (และรักในแบบคู่รัก) ได้หลายครั้ง บางครั้งก็พร้อมๆ กันจนชีวิตวุ่นวายกันบ้าง แต่กับชีวิตคู่นั้น ดูเหมือนความปรารถนาที่จะ “มีเพียงหนึ่ง” เป็นเรื่องที่ถูกฝังมาในหัวใจของเราทุกคน ชีวิตคู่คืออะไรกัน? สำหรับผมแล้วชีิวิตคู่คือการ “ให้” (dedicate) บางส่วนในชีิวิตของเราให้กับคนอีกคนที่จะร่วมชีวิตไปกับเรา และชีวิตคู่ไม่ได้เริ่มต้นที่การแต่งงาน… การแต่งงานเป็นการประกาศการ dedicate ในระดับที่สูงขึ้น และตลอดชีวิต ตลอดเวลาที่ชีวิตคู่พัฒนาไป เรา dedicate บางอย่างเพื่อ “คู่” ของเรา แน่นอน การมีแฟนไม่ใช่การมีคนดูหนังและกินข้าว แต่ถ้าหาเวลา และกิจกรรมบางอย่างที่ dedicate ให้แก่กันและกันไม่ได้เลย ก็คงยากที่จะนึกออกว่าคู่นั้นจะไปกันรอดได้อย่างไรกััน แต่ละคนมีระดับที่ dedicate ต่างๆ กันไป บางคนอาจจะยกให้เวลาให้ทั้งหมดนอกเวลางาน บางคู่อาจจะมีพื้นที่ส่วนตัวมากสักหน่อย แต่มันคงต้องมีสักส่วนที่เป็นของกันและกัน คนที่แค่คบหากันอาจจะไม่มีอะไรมากกว่าการไปดูหนังด้วยกันเดือนละครั้ง อาจจะดูไม่มีสาระอะไร แต่นั่นเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองให้กันและกัน แล้วผมมานั่งบ่นเรื่องนี้ทำไมกัน? [ READ MORE ]
ช่วงเวลาตลอดชีวิต มีอะไรหลายๆ อย่างที่ผมเห็นคนจำนวนมากร่วมกันทำเพื่อเป็นความทรงจำ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” เราพยายามทำสิ่งเหล่านั้น เพราะโอกาสมันจะไม่หวนมาอีกครั้ง ความทรงจำเหล่านั้นเหมือนสิ่งที่เชื่อมต่อเราเข้าหากัน แต่ถ้าเรากลับมามองความทรงจำที่เรามีแล้ว สิ่งที่เชื่อมความทรงจำของเราเข้ากับใครสักคนอาจจะไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่ มันอาจจะเป็นแค่กาแฟสักแก้ว เค้กสักก้อน ขนมสักถ้วย มันไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่ มันไม่ใช่อะไรที่เราจะไม่เจอมันอีกครั้งตลอดชีวิต แต่มันก็เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่เราจะได้สัมผัสกับช่วงเวลานั้น [ READ MORE ]
สิบกว่าปีก่อน เมื่อครั้งผมเริ่มมีความคิดอ่านเป็นของตัวเองในระดับหนึ่ง มีอะไรหลายๆ อย่างที่ผมอยากดึงว่าไว้กับตัว ในฐานะนักเรียนนักศึกษา การได้ใบรับรองสักใบจากสักสถาบันที่ดูยิ่งใหญ่มีคนเก่งๆ ทำงานอยู่มากมายนั้นเป็นเรื่องที่เจ๋งมาก ผู้รู้สึกว่าตัวเองเจ๋งขึ้นมาทันที เมื่อได้ถือใบรับรองเหล่านั้น กาลเวลาเปลี่ยนไป ความคิดเปลี่ยนไป โลกที่กว้างขึ้นบอกผมได้หลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่เราคิดว่าเจ๋งอาจจะไม่ได้เจ๋งขนาดนั้น หลายครั้งความเจ๋งเหล่านั้นก็ไม่ได้พาให้เราพัฒนาตัวไปได้สักเท่าใหร่กัน ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยบอกผม เมื่อผมไปนั่งบ่นถึงความผิดหวังของสถาบันที่ผมคาดหวังไว้มากมายให้ฟัง คำตอบสั้นๆ ต่อคำบ่นยาวๆ มีเพียงว่า “เข้าไปเปลี่ยนมันสิ” “เข้าไปเปลี่ยนมันสิ”….. จากความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ ทุกสิ่งมีจุดบอดเสมอ ทุกสิ่งมีเรื่องให้เราพร่ำบ่น ผมพบว่าความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่มีความบกพร่อง ความผิดพลาดมันอยู่ที่เราเลือกที่จะยอมแพ้กับความบกพร่องเหล่านั้นต่างหาก เราคาดหวังถึงสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ เราคาดหวังกับโทรศัพท์สักเครื่องว่ามันจะทำให้เราดูดีขึ้น เราคาดหวังกับปริญญาสักใบว่ามันจะบอกว่าเราช่างทรงภูมิเสียเพียงใด ในโลกเทคโนโลยี ผมยังไม่เคยเจอโทรศัพท์ที่ดีพร้อม ในโลกการศึกษาผมยังไม่เคยพบสถาบันที่ไร้จุดบกพร่อง มันอยู่ที่เราจะรอสิ่งที่ดีพร้อม แล้วนำมาเป็นเครื่องบอกว่าเราดีพร้อม หรือในความไม่พร้อมเช่นนั้น เราจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ด้วยมือของเรา แล้วเมื่อวันหนึ่ง เมื่อสิ่งเหล่านั้นมันดีขึ้น เราจะมองย้อนกลับไปแล้วอมยิ้มอย่างภูมิใจที่เคยได้เดินทางร่วมกับมัน [ READ MORE ]
ผมว่าจะเขียนเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง แต่มาถูกกระทุ้งอีกที่ตอนที่กระทู้ “ทำไมมีแต่คนเกลียด microsoft” ถูกขุดขึ้นมา ผมไม่ทราบแน่ว่าความเกลียดแบบนี้มันเริ่มมาจากตรงไหน แต่คงไม่เกินไปถ้าผมจะคิดว่ามันเป็นเพราะไมโครซอฟท์ “ขาย” ซอฟต์แวร์ในราคาที่คนไทยบ่นๆ กันว่าแพง ที่น่าสนใจกว่าคือ กูเกิลนั้นดูจะอยู่ฝ่ายเทพเสมอจนน่าเอียนๆ ผมเคยได้คุยกับ Vic Gundotra อยู่ครั้งหนึ่งเมื่อเขามาทัวร์เก็บความเห็นเกี่ยวกับ Android และโลกโมบายในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้ (ตอนนั้นเขาแง้มเหตุผลที่ Google Maps มีภาษาไทยว่าเพราะมีคนใช้มาก “อย่างคาดไม่ถึง”) เขาถามคนในห้องว่าทำไมกูเกิลจึงอยากทำ Android และอยากให้คนใช้ Android? มีคนในห้องตอบว่า “เพราะกูเกิลเป็นคนดี” คำตอบที่กลับมา “ใช่ เราอยากเป็นคนดี … แต่สำคัญกว่านั้นคือเรามีแรงจูงใจทางเศรฐกิจ” แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ…. ผมพบว่าคุณจะเข้าใจทุกอย่างได้ง่ายขึ้น ถ้าเรามองอะไรง่ายๆ เช่นถ้าเราตั้งคำถามว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นไมโครซอฟท์, กูเกิล, ออราเคิล หรืออโดบีนั้นทำทุกอย่างเพื่ออะไร ทุกบริษัทเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มีการซื้อขายหุ้นกันทุกวัน กิจกรรมของบริษัทนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น ไม่มีอะไรยากไปกว่านั้น และผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นนั้นแทบทั้งหมดคือกำไร มีบ้างที่เป็นอย่างอื่น เช่นเมื่อครั้ง New York City Pension Funds เสนอให้กูเกิลทำตามหลักหกข้อเพื่อพิทักษ์สิทธิในการแสดงความเห็น ครั้งนั้นผู้เรียกร้องมาในนามของผู้ถือหุ้น 8 เปอร์เซนต์กว่าๆ (เข้าใจว่าไปล็อบบี้นอกรอบยืมเสียงหุ้นมา) แน่นอน คนที่เชื่อว่า PowerPC ดีกว่า x86 เพราะมันเป็นจิตวิญญาณ [ READ MORE ]