Red in Love

วันนี้ไปเดินตลาด เจอร้านปังเย็น น่ากินมาก คนต่อคิวเพียบ มีคนทำสี่ห้าคน มือเป็นระวิง ด้วยความอยากลอง เลยไปต่อคิวมั่ง

ดูเมนูแล้วเลือกเมนูแรก Red in Love “สีแดงในความรัก” :)

รออยู่สิบนาที มันมาอยู่ในมือ

ตักไปคำแรก หวานน้ำหวานตามปรกติ

เจออะไรกรุบๆ แล้วแอบอุทานในใจ…..

“นี่มันแห้ว….”

ขนมโป้งๆ ชึ่ง

สงสัยมานานว่าทำไมของกินบางอย่างเราถึงต้องกินเวลาไปเที่ยว

วันนี้ถามน้องสาว น้องสาวบอกว่าของพวกนี้แม้มันจะมีให้กินในกรุงเทพฯ แต่ถ้ากินเฉยๆ แบบสบายๆ แล้วมันจะไม่ได้ฟิลด์

ต้องนั่งรถเหนื่อยๆ เมื่อยๆ ง่วงๆ แล้วลงไปซื้อ (แบบแพงๆ) จึงจะซื้อได้และกินอร่อย จึงได้ชื่อหมวดขนมนี้มาว่าขนมโป้งๆ ชึ่ง

ตัวอย่างของขนมในหมวดนี้ก็เช่น ข้าวเกรียบถุงโตๆ, ข้าวหลาม, กระหรี่ปั๊บ, ขนมหม้อแกง, โมจิ, ฯลฯ

ขนมโป้งๆ ชึ่งนี้มีความหลากหลายมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะจัดอยู่ในหมวดเดียวกันได้ แต่นอกจากอารมณ์และช่วงเวลาในการซื้อแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ขนมหมวดนี้มีเหมือนๆ กัน

นั่นคือ พลังงาน ครับ

แม้จะไม่มี Nutrition Fact อยู่หลังถุง แต่ก็บอกได้เลยว่าพลังงานจากขนมแนวๆ นี้ทะลุเพดานพลังงานที่ควรบริโภคต่อวันไปแบบติดขอบฟ้า และด้วยเหตุผลว่าขนมพวกนี้เรามักกินเอาช่วง “ปล่อยผี” เลยลืมกันบ่อยๆ ว่าลดน้ำหนักอยู่

ไม่มีอะไรมากครับ ไปเที่ยวมาแล้วฟาดเข้าไปเยอะ

กลมเลย…. – -“