นั่งดูรายการอัจฉริยะข้ามคืนเพราะจะรอดูหมอ JFK (ตกรอบแรก ไม่น่าเลยหมอ…) รายการนี้ผมเคยดูแค่สองเทป แต่มีเรื่องนึงที่สงสัยมาตลอด คือไอ้เกม เอาไอ้นั้นออกจากไอ้นี้อะไรอย่างนี้มันมีทุกเทปเลย อย่างวันนี้ก็เป็นเอาปลาออกจากหลอดแก้ว ถ้าเป็นผม เริ่มจับเวลา ผมโดดถีบหลอดแก้วแตกกระจายแน่ๆ อ่ะ 10 วินาที ไม่น่าเกินนั้น………
ไม่รู้สปอยรึเปล่า เอาเป็นว่าผมอ่านหนังสือกับฟังเพลงจากซีดีก่อนไปดู ยังไม่รู้สึกเสียดายค่าตั๋ว เสียดายอย่างเดียว….. ไม่ยอมซื้อที่นั่งดีกว่านี้…. เห็นเตรียมเรื่องหน้าที่จะเปิดตัวพร้อมๆ กับโรงละครของทาง Scenario เอง ก็คงไปดูอีกทีแน่ๆ ยังไงบันทึกความรู้สึกของเรื่องนี้ก่อน เพราะเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ไปดูละครเวที (เล่นของแพงตั้งแต่ทีแรกเลยตู…) เสียงดี อันนี้ได้จากหอประชุมไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เรื่องหน้าไม่รู้จะดีอย่างนี้รึเปล่า ต้องรอดู (ฟัง) ที่นั่งยังคงเป็นข้อเสียของที่นี่ นั่งลำบากไม่ว่า เวลาคนมาสายแล้วมันต้องลุกให้เข้าไปนี่สุดเซ็ง แถมแถวผมมีคนมาสายไปร่วมครึ่งชั่วโมง ไม่ให้มันเข้าได้มั๊ยเนี่ย…. คนดูปรบมือถี่ไปหน่อย ไม่รู้หลักสากลเป็นยังไง แต่แค่จบฉากผมว่าไม่น่าปรบมือ ถ้าจบองค์ก็พอไหว บางทีเรื่องมันดำเนินอยู่ แล้วต้องมาฟังเสียงปรบมือนี่มันสะดุด คนนั่งข้างๆ ร้องไห้ฟูมฟายมาก ได้ยินเสียงสูดยาดม (ผสมสูดขี้มูก) อยู่เรื่อยๆ ว่าคนข้างๆ ไป ตัวเองก็เกือบน้ำตาเล็ดเอาเหมือนกัน….. เสียงร้องยังไม่สมบูรณ์เท่าใหร่ มีเพี๊ยนนิดๆ แต่นี่มันเป็นความสมบูรณ์ของการแสดงสดไม่ใช่เหรอ? โฆษณาแฝงนี่ขอทีว่างานหน้าอย่าให้มีเลย จะตั้งบูทหน้าโรงหรือจะพิมพ์โฆษณาในสูจิบัตรตัวโตเท่าใหร่ก็ได้ แต่อย่าให้มีในตัวละครเลยได้โปรด CG เป็นการ์ตูนไปหน่อย ใช้เยอะไปนิด เน้นภาพสามมิติจนมึนหัว ผมว่าเอามาช่วยคั่นฉากกับเทคนิคเพิ่มเติมก็น่าจะโอเคแล้วนะ สาวเยอะมาก สวยด้วย แม้ส่วนใหญ่จะมากับแฟนก็เหอะ แต่ด้านขวาผมมีอาหมวยมากับพ่อแม่แฮะ……. อยากได้ดนตรีเป็น Orchrestra [...]
Rome คือมินิซีรีย์ความยาว 12 ตอนที่สร้างขึ้นเพื่อฉายทางช่อง HBO โดยเฉพาะ แบบเดียวกับเรื่อง Band of Brother นับเป็นซีรี่ย์ล่าสุดที่ผมได้ดูจนจบไป เนื้อเรื่องเป็นช่วงเวลาที่จูเลียสซีซาร์รบเพิ่งเสร็จและกำลังกลับมาชิงอำนาจในกรุงโรม เรื่อยไปจนถึงการจบชีวิตของซีซาร์ นับว่าเป็นการดูหนังซีรี่ย์ที่ได้ความรู้ที่สุดนับแต่ดูมา เพราะเนื้อเรื่องบังคับให้เข้าใจระบบการปกครองของยุคนั้นไปในตัว แถมยังพ่วงเอาคำคัพท์เก่าๆ มาอยู่เนืองๆ ที่ลำบากคือการอ่านซับ ที่มีการอธิบายความหมายของศัพท์เก่าพวกนี้ค่อนข้างลำบาก เพราะไปเร็วเหลือเกิน พอๆ กับตอนดูอนิเมเลย ข้อดีของเรื่องนี้คือฉากที่ควรอลังการสามารถทำได้ค่อนข้างดี ไม่เขียมเหมือนเรื่องทั่วๆ ไป ทำให้เวลาดูแล้วไม่ต้องมาสะดุด อย่างฉากสภาซีเนตนี่ ลงทุนสร้างที่ขนาด 60% ของขนาดจริงกันเลย ข้อเสียหลักๆ ของเรื่องนี้คือเลิฟซีนที่ใส่เยอะจนดูจงใจไปสักหน่อย เป็นการสร้างจุดขายที่ไปลดคุณค่าของภาพรวมที่ โปรดักชั่นทำออกมาได้ดีอยู่แล้วอย่างน่าเสียดาย และช่วงจบที่ตัดเร็วจนง่าย ปมของเรื่องที่ผูกมาสิบชั่วโมง กลับถูกคลี่ออกในเวลาเพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีสุดท้ายแล้วจบเลย เล่นเอาปรับตัวไม่ทัน จะว่าจบหักมุมก็เปล่า เลยดูเหมือนจะเป็นการตัดต่อที่ไม่เรียบร้อยซะมากกว่า ข่าวดีคือทาง HBO ตกลงทำภาคสองแล้ว แต่กว่าจะฉายก็ต้นปีหน้าเอานู่น