ว่ากันว่าเชอร์ล็อก โฮล์มนั้น ไม่รู้ว่าดวงจันทร์โคจรรอบโลก ในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร เราเริ่มรับรู้ถึงการมีอยู่ของศาสตร์จำนวนนับไม่ถ้วน พร้อมๆ กันนั้นเราเริ่มเห็นถึงความสำคัญของศาสตร์หลายๆ อย่าง และพยายามเรียนรู้มันให้ได้มากที่สุด ผมว่ามันเป็นเรื่องดีนะ….. แต่เรื่องมันเริ่มแย่ลงเมื่อคนกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งพบว่าเรื่องบางเรื่องมีความสำคัญกับตนมาก และเริ่มเชื่อว่าเรื่องเดียวกันนี้ต้องมีความสำคัญกับทุกคนอย่างแน่นอน เราเริ่มบีบคั้นให้คนทั้งหมด เรียนรู้เรื่องเดียวกับคนส่วนใหญ่ โดยพยายามให้เหตุผลถึงความสำคัญต่างๆ นาๆ พร้อมกับสร้างกฎเกณฑ์เพื่อบีบคั้นให้คนทั้งหมดยอมรับมัน เชอร์ล็อก โฮล์ม ถามด็อกเตอร์วัตสันว่าการที่เขารู้ว่าดวงจันทร์โคจรรอบโลกนั้นช่วยให้เขาทำงานดีขึ้นอย่างไร? และสุดท้ายเขาจึงปฎิเสธที่จะเรียนรู้มัน หนังสือกองหนึ่งวางอยู่บนชั้นหนังสือของผม มันอยู่ตรงนั้นได้เนื่องจากมีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่ามันจะมีความสำคัญต่อชีวิตผมในที่สุด ผมไม่ได้เปิดมันมานานเท่าใหร่แล้วนะ…… หนังสือถูกเก็บลงกล่อง ปิดเทป ผมได้แต่สงสัยว่ามันมีประโยชน์อะไรกับผมจริงๆ น่ะหรือ…..
ความคิดอย่างหนึ่งที่อยากทำตลอดมาคือการเขียนหรือแปลตำราแล้วแจกฟรีในเน็ต ต้นความคิดก็ไม่มีอะไรมาก แค่เห็นฝรั่งมันมีหนังสือแจกกันเยอะเหลือเกินในเน็ต แต่แว่บหนึ่งแล้ว ผมกลับสงสัยว่ามันจะดีรึเปล่า ถ้าเราให้สนับสนุนการใช้ภาษาอังกฤษกันมากกว่านี้ จะดีกว่าไหมถ้าเราสนับสนุนให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงความรู้ฟรีจำนวนมหาศาลในอินเทอร์เน็ตกันได้มากกว่านี้ แน่นอนว่าเราไม่สามารถเลือกระหว่างการโอนความรู้ภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทยกับสนับสนุนให้เด็กไทยใช้ภาษาอังกฤษกันได้ในทันที แต่หากเราเลือกลงทุนระหว่างสองอย่างนี้ในสัดส่วนที่ดีพอ ระบบการศึกษาของไทยน่าจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกมาก ทำ ZWSP จนพอใจเมื่อใหร่จะย้ายไปนั่งแปลหนังสือดีกว่า
แต่ก่อนนานมาแล้ว ผมเคยได้เชื่อว่าที่จริงแล้ว การศึกษาไทยก็ไม่ได้แย่ไปนัก เมื่อเทียบกับอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เราอาจจะมีโอกาสเลือกเด็กเข้าเรียนในมหาวิทยลัยระดับสุดยอดกันน้อยกว่า ทุนวิจัยน้อยกว่า หรืออุปกรณ์น้อยกว่า แต่โดยภาพรวมแล้ว เราก็ไม่น่าด้อยกว่าเขาเท่าใหร่ โครงการ OpenCourseWare ของ MIT เปิดหูเปิดตาผมให้กว้างขึ้น หลังจากนั่งเรียนวิชา Introduction to Algorithms มาสามสี่คาบ พบว่าแค่วิชาเดียว เราก็ห่างจากเขาไปสามขุม ที่น่าสนใจคือ เขามีอะไรต่างจากเรา หนังสือที่เขาใช้เรียนเป็นเล่มเดียวกับเรา หลักสูตรกเป็นหลักสูตรที่อาจารย์บ้านเราเคยเรียนที่ัันั่นกันมา อุปกรณ์หรือ เขาก็ใช้กระดานดำกับชอล์กปรกติ นักเรียนของเขาก็มีหลับเหมือนของเรา ถามก็ไม่ค่อยตอบกันเท่าใหร่ (แต่ยังพอมี บ้าง….) แต่คุณภาพการเตรียมการสอน ความตรงต่อเวลา และการวางแผนกลับทำให้วิชาที่ยาก ดูน่าเรียนขึ้นเป็นกอง น่าสนใจว่าอะไรเป็นปัจจัยให้เราไม่สามารถตามในสิ่งที่เขาก็เปิดให้เราเห็นว่าเขาทำกันยังไงได้ แต่ที่แน่ๆ ในตอนนี้ ความเชื่อที่ผมเคยเชื่อว่าเราไม่ด้อยกว่าเขาเท่าใหร่ กลับกลายเป็นคำโกหกสำหรับตัวผมเองไปอีกนาน