Tag Archives: education

พื้นที่เปิดโล่ง

หนึงในนโยบายทางการศึกษาที่ผมเห็นการเริ่มต้นของมันด้วยตา และมองว่ามันเส็งเคร็งที่สุดคือนโยบายทรานสคริปต์กิจกรรม กิจกรรมเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน ผมเองสนับสนุนให้น้องๆ ทำกิจกรรมเรื่อยมา แต่มันไม่ใช่มันดีเพราะมันเป็นกิจกรรม กิจกรรมไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งการศึกษา กิจกรรมคือการสร้างพื้นที่ “เปิดโล่ง” ให้กับสถานศึกษา มันคือสิ่งที่ใช้เรียกการกระทำ “อะไรก็ได้” ตามแต่ที่ตัวคนเรียนจะเห็นสมควร ภายใต้กรอบที่กว้างที่สุดเท่าที่สถานศึกษาจะเปิดพืนที่ให้ได้ การศึกษาที่เคารพผู้เรียนว่าไม่โง่งี่เง่าจนคิดอะไรไม่ออก ควรเปิดพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ วิชาเลือกต่างๆ ควรมีความหลากหลายและเพียงพอที่คนเรียนจะเลือกเส้นทางของตัวเองได้อย่างกว้างขวาง แต่กระนั้นแม้การสร้างทางเลือกให้มากมายแล้วก็ยังมีบางอย่างที่เกินกว่าจะสร้างทางเลือกในฐานะ “วิชา” ในสถานศึกษาไปได้ นั่นคือต้องมีกิจกรรม ในภาวะที่หน่วยงานการศึกษาไทยจำนวนมากมีทรัพยากรจำกัดจำเขี่ย ผู้บริหารไร้ศักยภาพแม้แต่จะจัดสรรวิชา “บังคับ” ให้มีเพียงพอต่อการเรียน กลับเกิดภาวะแย่งกันเรียนจนแทบจราจลทุุกปี เราจะเชื่ออะไรกับคนกลุ่มนี้ที่มาพูดเรื่องความหลากหลาย สิ่งที่พวกเขาทำไม่ใช่ความหลากหลาย สิ่งที่พวกเขาทำคือการสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิขึ้นมาให้คนกราบไหว้ พวกเขาเลือกกิจกรรมขึ้นมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาสร้างภาพสิ่งที่เรียกว่าเป็นกิจกรรมให้สำเร็จรูป ตามภาพความเชื่อของพวกเขา กิจกรรมถูกบีบให้กลายเป็นสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นกิจกรรม สิ่งอื่นๆ นอกจากนั้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีที่ยืน ทุกอย่างมันย้อนกลับไปที่คำถามเริ่มต้น คุณเชื่อในคนเรียนแค่ไหน หรือคุณเห็นเขาเป็นแค่กระดาษที่รอการพิมพ์เนื้อความลงไป

Tag เรียน วิศวะ (คอมพิวเตอร์) อย่างคนมีกึ๋น

จริงๆ แล้วผมไม่ชอบชื่อ Tag นี้เลย แต่คิดไปคิดมาอีกที การสร้างแบรนด์แบบนี้มันเข้าท่าดีเหมือนกัน ในอนาคตน้องๆ อยากเรียนอะไรก็หาชื่อคณะ + “อย่างคนมีกึ๋น” นี่เข้าไปก็ง่ายดี เรียนคณะอะไรอยู่ วิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. เกษตร สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไร เรียนอะไร เรียนคอมพิวเตอร์ครับ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น ตรงนี้น้องๆ หลายคนเข้าใจผิดมากว่าเป็นการเรียนใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งผิดถนัด หลักสูตรวิศวคอมฯ ออกแบบมาเพื่อให้เราเข้าใจถึงการออกแบบภายในของคอมพิวเตอร์ ว่าการทำงานภายในเป็นอย่างไร ทำไมจึงมีการออกแบบมาเป็นคอมพิวเตอร์เช่นทุกวันนี้ นี่เป็นปัญหาระบบแนะแนวของเมืองไทยระดับชาติ ลืมคิดเรื่องเทคนิคการใช้ Photoshop หรือ Excel ให้เชี่ยวชาญไปได้เลย นั่นคือสิ่งที่น้องต้องไปหาเอาเองครับ เรียนอะไรบ้าง ประโยชน์หลักๆ ของคอมพิวเตอร์ทุกวันนี้คือความเร็ว งานส่วนมากที่คอมพิวเตอร์ทำนั้นสามารถใช้คนทำได้ แต่คอมพิวเตอร์ทำได้เร็วกว่า (หลายล้านเท่าตัว) ดังนั้นการเรียนจึงเน้นด้านความเร็วเป็นหลัก เทอมแรกๆ เราจะเรียนเรื่องทำอย่างไรจึงเขียนโปรแกรมให้ทำงานได้เร็วๆ (Algorithm) ถัดมาทำยังไงชิปในเครื่องเราจะเร็ว (Computer Architecture) ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นก็มีทั่วไป เช่นคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้และไม่ได้บ้าง โครงสร้างภายในมีอะไรบ้าง เรียนแล้วเอาไปทำอะไร ง่ายสุดคือเรียนแล้วจะอ่านสเปคคอมพิวเตอร์เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งมากขึ้น เมื่อก่อนเวลาเราเดินไปดูโบร์ชัวร์ของคอมพิวเตอร์ […]

บล็อกนี้ตอบคุณ tanakorn ในบล็อกก่อนหน้านี้ว่าเด็กน่าจะมีสิทธิ์จะเอาตัวรอดด้วยการมุ่งไปที่เงิน คำตอบผมง่ายๆ ครับ ผมเชื่อว่าเด็กคิดถูกแล้วครับ ที่ทำอย่างนั้น ผมมีลูกแล้วลูกเลือกเรียนคณะที่จบมาแล้วจนผมคงคิดมากจนหัวหงอกเอาเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้การเรียนวิศวกรรมคือการที่มีแต่เด็กที่คิดแต่เรื่องเงินมาเรียนเต็มคณะ ง่ายๆ คือผมไม่ได้โทษเด็ก….. สิ่งที่แย่ไม่ใช่การที่เด็กคนหนึ่งจะคิดแต่เรื่องเงินแล้วเข้ามาเรียนวิศวฯ แต่สิ่งที่แย่คือคณะที่เต็มไปด้วยแต่เด็กที่คิดแต่เรื่องเงิน ทุกคนคิดเรื่องเงินแน่ๆ ครับ ผมก็คิด และทุกคนก็ควรคิด  บางคนอาจจะเป็นเหตุผลเดียวของการเรียน บางคนอาจจะเป็นเหตุผลที่สาม สี่ ห้า  มันไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าค่อนคณะเต็มไปด้วยความคิดแบบนี้ ก็น่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมลองไล่ๆ ดู ระบบการแนะแนวที่อ่อนด้อยของบ้านเรา ไม่สามารถชี้นำเด็กและผู้ปกครองให้ส่งเด็กไปยังสายการเรียนที่เหมาะสมได้ แนวทางการศึกษาประหลาดๆ ที่จำกัดสิทธิ์เด็กสายศิลป์ไม่ให้เข้าคณะสายวิทย์ จำกัดปริญญาตรีไม่ให้ต่อปริญญาโท บ้านเราเลือกผิดตอน ม. สามนี่ชีวิตจะไม่มีโอกาสแก้ไขกันเลยครับ การศึกษาสายอาชีพที่ภาพรวมยังอ่อนแอ วิศวกรคอมพิวเตอร์กว่าครึ่งจบมาก็ไปเป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่ได้ออกแบบหรือใช้ความรู้ทางวิศวกรรมใดๆ ถ้าระบบการเรียนสายอาชีพ ถ้าจบปวศ. พร้อม SCJP ได้ ได้เงินเดือนสัก 25k แล้วจะเสียเวลาเรียนนานๆ ทำปริญญาไปทำไมกัน? สังคมที่บีบบังคับเด็ก โดยเฉพาะพ่อแม่ ข้อเสียที่เกิดขึ้นเพราะการที่เด็กคิดแต่เรื่องเงินมีเยอะมาก หลักๆ คือเสียบรรยากาศในการเรียน เด็กหลายคน ที่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ต้องมาเรียนวิศวะ พอเจอวิชายากๆ […]

โรงเรียนในฝัน

ผมเป็นคนที่ผิดหวังกับระบบการศึกษาบ้านเรามานานมาก โดยเฉพาะในแง่ของวัฒนธรรมการเรียนรู้ ถ้าใครจำกันได้ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนเราคงได้เห็นป้ายโฆษณาโรงเรียนต่างๆ ว่ามีห้องซาวน์แล็ปอย่างนั้นอย่างนี้ สิบปีให้หลังมานี่ก็คงมีห้องคอมพิวเตอร์เพิ่มเข้ามา และกำลังเริ่มเห็นโฆษณาสระว่ายน้ำ สนามฟุตบอล ฯลฯ แต่ให้ตายเถอะครับ โรงเรียนนะครับ โรงเรียน ไม่ใช่ค่ายฝึกนักกีฬา หรือศูนย์อบรมวิชาชีพ ผมไม่รู้สึกแย่เท่าใหร่กับการที่ส่วนเสริมเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการเสริมภาพลักษณ์บ้าง แต่การนำส่วนเหล่านี้มาโปรโมทโรงเรียน เราควรบอกให้ได้ก่อนว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนนั้นไปถึงไหนกันแล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุดคือครู…. ครูครับ โรงเรียน ต้องมีครู โรงเรียนมันจะมีทางดีได้ไหม ถ้าครูแย่ไปก่อนซะแล้ว อยากเห็นโรงเรียนสักโรงเรียนที่กล้าบอกได้ว่า คัดเลือกครูมาเป็นอย่างดี ทุกคนรักเด็ก มีแรงปรารถนาที่จะสอนให้เด็กได้ดี โรงเรียนเลี้ยงครูเป็นอย่างดี ครูทุกคนมีเงินเดือนมากพอสำหรับการดำรงค์ชีวิต ไม่ต้องอาศัยเงินสอนพิเศษ ไม่ต้องขับรถรับส่ง ไม่ต้องขายแอมเวย์ ทำ KPI ชัดเจน ว่าสอนในเวลาที่น้อยๆ ให้เวลาเด็กเล่นเยอะๆ แล้วความรู้เด็กยังได้ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ใช่เอะอะก็มีสอนพิเศษ มันมีทั้งวันเสาร์ ทั้งตอนเย็น ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา หวังว่าก่อนตายจะได้เห็นโรงเรียนอย่างนี้สักที่ในประเทศไทย…