Oct 02

จริงๆ แล้วผมไม่ชอบชื่อ Tag นี้เลย แต่คิดไปคิดมาอีกที การสร้างแบรนด์แบบนี้มันเข้าท่าดีเหมือนกัน ในอนาคตน้องๆ อยากเรียนอะไรก็หาชื่อคณะ + “อย่างคนมีกึ๋น” นี่เข้าไปก็ง่ายดี

เรียนคณะอะไรอยู่

วิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. เกษตร

สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไร

เรียนอะไร

เรียนคอมพิวเตอร์ครับ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น ตรงนี้น้องๆ หลายคนเข้าใจผิดมากว่าเป็นการเรียนใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งผิดถนัด หลักสูตรวิศวคอมฯ ออกแบบมาเพื่อให้เราเข้าใจถึงการออกแบบภายในของคอมพิวเตอร์ ว่าการทำงานภายในเป็นอย่างไร ทำไมจึงมีการออกแบบมาเป็นคอมพิวเตอร์เช่นทุกวันนี้

นี่เป็นปัญหาระบบแนะแนวของเมืองไทยระดับชาติ ลืมคิดเรื่องเทคนิคการใช้ Photoshop หรือ Excel ให้เชี่ยวชาญไปได้เลย นั่นคือสิ่งที่น้องต้องไปหาเอาเองครับ

เรียนอะไรบ้าง

ประโยชน์หลักๆ ของคอมพิวเตอร์ทุกวันนี้คือความเร็ว งานส่วนมากที่คอมพิวเตอร์ทำนั้นสามารถใช้คนทำได้ แต่คอมพิวเตอร์ทำได้เร็วกว่า (หลายล้านเท่าตัว) ดังนั้นการเรียนจึงเน้นด้านความเร็วเป็นหลัก เทอมแรกๆ เราจะเรียนเรื่องทำอย่างไรจึงเขียนโปรแกรมให้ทำงานได้เร็วๆ (Algorithm) ถัดมาทำยังไงชิปในเครื่องเราจะเร็ว (Computer Architecture) ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นก็มีทั่วไป เช่นคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้และไม่ได้บ้าง โครงสร้างภายในมีอะไรบ้าง

เรียนแล้วเอาไปทำอะไร

ง่ายสุดคือเรียนแล้วจะอ่านสเปคคอมพิวเตอร์เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งมากขึ้น เมื่อก่อนเวลาเราเดินไปดูโบร์ชัวร์ของคอมพิวเตอร์ เราอาจจะเห็น USB, SATA, SuperScalar, Pipline, PCI, Bus, 802.11 ฯลฯ หลังจากเรียนถ้าเราได้ความรู้มาครบถ้วน เราน่าจะมองเห็นภาพว่าคำพวกนี้มันแปลว่าอะไรได้บ้างทั้งหมด

ส่วนเรื่องการทำงาน เท่าที่เห็นในตอนนี้คนจบคอมแล้วทำงานตรงสายที่เรียนมาแบ่งออกเป็นสองสายใหญ่ๆ - โปรแกรมเมอร์ ไปนั่งเขียนโปรแกรมเป็นหลัง ส่วนนี้อาจจะมีสายย่อยๆ ออกไปบ้างเช่น เป็นคนวิเคราะห์ระบบ, ดูแลระบบฐานข้อมูล ฯลฯ พวกนี้พอเรียนๆ ไปจะเห็นภาพมากขึ้น - เน็ตเวิร์ค ทำงานในบริษัทอินเทอร์เน็ตและบริษัทมือถือทั้งหลาย ดูแลให้เครือข่ายทำงานได้สมบูรณ์ไม่ล่มไม่ดับ

เคล็ดลับในการเรียน

บอกก่อนเลยว่าวิศวคอมเป็นภาควิชาที่การบ้านเยอะมาก น่าจะภาคอื่นๆ อยู่อย่างชัดเจนจนบางทีไม่มีเวลาเที่ยวหรือทำกิจกรรมอย่างที่หลายๆ คนหวังไว้ สาวๆ อาจจะไม่มีเวลาแต่งสวยเหมือนที่เคยหวังว่าเข้า มหาวิทยาลัยแล้วจะมีโอกาส ดังนั้นเคล็ดลับแรกคงเป็นเรื่องของการมองตัวเองก่อนเข้ามาว่าชอบจริงๆ รึเปล่าถ้าต้องอยู่กับคอมพิวเตอร์วันละ 10 ชั่วโมงโดยเป็นงานไม่ใช่การเล่นเกม

ข้อต่อมาคือพยายามเรียนเป็นกลุ่ม ถ้าเรียนเก่งอยู่แล้วการแชร์กับเพื่อนๆ จะช่วยให้เราลำดับความคิดได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเอาตอนสอบที่ต้องทำเป็นข้อเขียน ส่วนถ้าคนเรียนไม่เก่ง การเรียนเป็นกลุ่มเราจะได้รับความคิดจากคนอื่นๆ มาทำความเข้าใจ พยายามแสดงความเห็นแม้มันอาจจะผิด อย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่ามันผิดก่อนสอบ

ข้อสุดท้ายที่สำคัญมากคือพยายามจำภาพวันที่เราได้รับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไว้ให้ดีๆ ว่าเรามีความฝันมีความหวังอะไรกับการที่เราเข้ามาเรียนเอาไว้ ระหว่างทางมันจะเหนื่อยมาก พยายามอย่าลืมภาพนั้น ถ้าเราดีใจที่ทำให้พ่อแม่เราสมหวังกับการได้เข้าคณะที่มีชื่อเสียง จำไว้ว่าเราต้องทำให้มากกว่าเดิมเพื่อพ่อแม่เราจะเห็นเราจบไปจากคณะนี้ด้วย

อยากจะบอกน้องๆ ว่า

มองให้มันสนุก ทำให้เต็มที่

กติกาของ Tag นี้

  1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
  2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น “Tag เรียน….อย่างคนมีกึ๋น” <– ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
  3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
    • ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
    • สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
    • สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
    • บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
    • อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
  4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

written by lewcpe \\ tags: ,

Mar 27

บล็อกนี้ตอบคุณ tanakorn ในบล็อกก่อนหน้านี้ว่าเด็กน่าจะมีสิทธิ์จะเอาตัวรอดด้วยการมุ่งไปที่เงิน

คำตอบผมง่ายๆ ครับ

ผมเชื่อว่าเด็กคิดถูกแล้วครับ ที่ทำอย่างนั้น ผมมีลูกแล้วลูกเลือกเรียนคณะที่จบมาแล้วจนผมคงคิดมากจนหัวหงอกเอาเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้การเรียนวิศวกรรมคือการที่มีแต่เด็กที่คิดแต่เรื่องเงินมาเรียนเต็มคณะ

ง่ายๆ คือผมไม่ได้โทษเด็ก…..

สิ่งที่แย่ไม่ใช่การที่เด็กคนหนึ่งจะคิดแต่เรื่องเงินแล้วเข้ามาเรียนวิศวฯ แต่สิ่งที่แย่คือคณะที่เต็มไปด้วยแต่เด็กที่คิดแต่เรื่องเงิน

ทุกคนคิดเรื่องเงินแน่ๆ ครับ ผมก็คิด และทุกคนก็ควรคิด  บางคนอาจจะเป็นเหตุผลเดียวของการเรียน บางคนอาจจะเป็นเหตุผลที่สาม สี่ ห้า  มันไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าค่อนคณะเต็มไปด้วยความคิดแบบนี้ ก็น่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมลองไล่ๆ ดู

  • ระบบการแนะแนวที่อ่อนด้อยของบ้านเรา ไม่สามารถชี้นำเด็กและผู้ปกครองให้ส่งเด็กไปยังสายการเรียนที่เหมาะสมได้
  • แนวทางการศึกษาประหลาดๆ ที่จำกัดสิทธิ์เด็กสายศิลป์ไม่ให้เข้าคณะสายวิทย์ จำกัดปริญญาตรีไม่ให้ต่อปริญญาโท บ้านเราเลือกผิดตอน ม. สามนี่ชีวิตจะไม่มีโอกาสแก้ไขกันเลยครับ
  • การศึกษาสายอาชีพที่ภาพรวมยังอ่อนแอ วิศวกรคอมพิวเตอร์กว่าครึ่งจบมาก็ไปเป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่ได้ออกแบบหรือใช้ความรู้ทางวิศวกรรมใดๆ ถ้าระบบการเรียนสายอาชีพ ถ้าจบปวศ. พร้อม SCJP ได้ ได้เงินเดือนสัก 25k แล้วจะเสียเวลาเรียนนานๆ ทำปริญญาไปทำไมกัน?
  • สังคมที่บีบบังคับเด็ก โดยเฉพาะพ่อแม่

ข้อเสียที่เกิดขึ้นเพราะการที่เด็กคิดแต่เรื่องเงินมีเยอะมาก หลักๆ คือเสียบรรยากาศในการเรียน เด็กหลายคน ที่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ต้องมาเรียนวิศวะ พอเจอวิชายากๆ และอาจจะไม่ได้ใช้เพราะจะเป็นโปรแกรมเมอร์ไม่ได้อยากเป็นวิศวกร ก็พาลไม่อยากเรียน แย่ลงไปอีกก็ซิกแซกหาทางให้ได้เกรดมาให้ได้ ความรู้ไม่ต้องสนใจเพราะไม่ได้ใช้อยู่แล้ว

written by lewcpe \\ tags: ,

Nov 26

ผมเป็นคนที่ผิดหวังกับระบบการศึกษาบ้านเรามานานมาก โดยเฉพาะในแง่ของวัฒนธรรมการเรียนรู้

ถ้าใครจำกันได้ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนเราคงได้เห็นป้ายโฆษณาโรงเรียนต่างๆ ว่ามีห้องซาวน์แล็ปอย่างนั้นอย่างนี้ สิบปีให้หลังมานี่ก็คงมีห้องคอมพิวเตอร์เพิ่มเข้ามา และกำลังเริ่มเห็นโฆษณาสระว่ายน้ำ สนามฟุตบอล ฯลฯ

แต่ให้ตายเถอะครับ โรงเรียนนะครับ โรงเรียน ไม่ใช่ค่ายฝึกนักกีฬา หรือศูนย์อบรมวิชาชีพ

ผมไม่รู้สึกแย่เท่าใหร่กับการที่ส่วนเสริมเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการเสริมภาพลักษณ์บ้าง แต่การนำส่วนเหล่านี้มาโปรโมทโรงเรียน เราควรบอกให้ได้ก่อนว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนนั้นไปถึงไหนกันแล้ว

ส่วนที่สำคัญที่สุดคือครู….

ครูครับ โรงเรียน ต้องมีครู

โรงเรียนมันจะมีทางดีได้ไหม ถ้าครูแย่ไปก่อนซะแล้ว

อยากเห็นโรงเรียนสักโรงเรียนที่กล้าบอกได้ว่า

  • คัดเลือกครูมาเป็นอย่างดี ทุกคนรักเด็ก มีแรงปรารถนาที่จะสอนให้เด็กได้ดี
  • โรงเรียนเลี้ยงครูเป็นอย่างดี ครูทุกคนมีเงินเดือนมากพอสำหรับการดำรงค์ชีวิต ไม่ต้องอาศัยเงินสอนพิเศษ ไม่ต้องขับรถรับส่ง ไม่ต้องขายแอมเวย์
  • ทำ KPI ชัดเจน ว่าสอนในเวลาที่น้อยๆ ให้เวลาเด็กเล่นเยอะๆ แล้วความรู้เด็กยังได้ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ใช่เอะอะก็มีสอนพิเศษ มันมีทั้งวันเสาร์ ทั้งตอนเย็น ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา

หวังว่าก่อนตายจะได้เห็นโรงเรียนอย่างนี้สักที่ในประเทศไทย…

written by lewcpe \\ tags: ,

Jun 16

When I was young, I had an idea came up into my head. It was the idea that said “We learn english just for learn knowledges from the westerners”. That idea made me to tried very very hard to develop my reading skill, as a consequence, I could read an overtime reading in just a few hours. Nevertheless, from time to time, I realized that English is not about learning only, it is about communications, therefore, I can not complete the communication with just reading but only combination of speaking, writing and listening too.

The bad news was I told no one about that bad idea, as a result, no one ever warn me to spent some effort to develop other skills I would be need in future. Currently, all communication skills in English are equally important to me. I’m still have to read very much text but as much as I have to speak, listen and write. Nowever, with only strength reading skill, I found it quite suffer from lacking of other skills.

Fortunately, I love to watch films without any kind of translations in last few years. It gave me a lot of passion to develop listening skill and it was a quite good starting point to improve speaking, as well.

From now on, with full awareness of real world usage, I intend to fullfill those skill I missed to strengthen my weakness from when I was young. I am aware that developing those skill at this age is much more harder but no one ever died from learning, did not it?

written by lewcpe \\ tags: , ,