สำรวจผู้อ่านที่เข้ามาจากโดเมนของหน่วยงานการศึกษา สำหรับปี 2007 เท่านั้น เรียงตาม Visit ของ Google Analytics ku.ac.th chula.ac.th kmutt.ac.th mahidol.ac.th kmitl.ac.th kku.ac.th su.ac.th warwick.ac.uk ??? kmitnb.ac.th lru.ac.th siamtech.ac.th mit.edu !!!! psu.ac.th au.ac.th acu.ac.th ipst.ac.th psu.edu chainat.ac.th cam.ac.uk titech.ac.jp อันนี้เป็นนาย ส. แอบเข้ามาอ่านแน่นอน edu.tw calstatela.edu tohoku.ac.jp ucr.edu rmut.ac.th nist.ac.th tsukuba.ac.jp umich.edu act.ac.th caltech.edu usc.edu sth.ac.at unc.edu cmu.edu mut.ac.th udel.edu brunel.ac.uk dartmouth.edu cmri.ac.th bath.ac.uk uchicago.edu [...]
ใน Blognone 3.0 มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ แม้แต่ตอนที่เพิ่งเปิดตัวมาวันเดียวก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่ผ่านการปรับปรุงไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่นอกจากแนวคิดที่จะทำให้ชุมชน Blognone คึกคักขึ้นตามลำดับแล้ว เรื่องหนึ่งที่ผมฝังใจและถือว่าเป็นเป้าหมายหลักของ Blognone คือคนเขียนแต่ละคนต้องได้รับเครดิตตามส่วนที่เขา Contribute ให้กับชุมชน นั่นคือขณะที่ผมกับ mk เป็นผู้ก่อตั้ง (และยังคงเป็นผู้เขียนหลักอยู่) ผู้เขียนคนอื่นๆ ต้องได้รับเครดิตในส่วนของเขาไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ นั่นคือที่มาของการเปลี่ยนลิงก์จาก UserProfile เป็นหน้าบล็อกของแต่ละคนเพื่อให้มีคนตามเข้าไปอ่านในส่วนของแต่ละคนได้อย่างอิสระ ในตอนนี้เรามีระบบดาว ที่ผมคิดว่ายังไม่ยุติธรรมเท่าใหร่เพราะคนเขียนจำนวนมากที่เขียนอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ได้รับสิทธิ writer เพราะยังเขียนบทความไม่เข้ากับแนวทางของ Blognone อย่างเต็มตัว แต่คนเหล่านั้นก็ทุ่มเทให้กับชุมชนไปไม่น้อย และการที่เราเติบโตขึ้นมาได้พวกเขาเหล่านั้นก็ล้วนมีส่วนทั้งสิ้น แต่นอกจากระบบดาวแล้วเรายังมีโครงการตามมาใน Blognone 3.x.x อยู่เรื่อยๆ Blognone มีความสามารถในการสร้าง “ดารา” ในด้านต่างๆ ที่พวกเขาเชี่ยวชาญขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ใครมีความเห็นอะไรที่อยากให้มีเพิ่มเติมก็ช่วยเข้ามาแนะนำกันได้เลยครับ
พอดีไปเจอ Official Google Webmaster Central Blog (มันจะตั้งชื่อบล็อกยาวขนาดนี้ทำลิงอะไรฟ่ะ) พูดถึงเรื่องการหารายชื่อเว็บที่ลิงก์เข้ามาหาเว็บเรา โดยหลักๆ คือกูเกิลแนะนำว่าการหาด้วยการใช้ “link:” ในแบบเดิมๆ มันก็โอเค แต่จริงๆ มันมีวิธีที่ดีกว่านั้นคือการใช้ Webmaster Tools ซึ่งสามารถเรียงรายการออกมาให้เราได้อย่างสวยงาม แถมโหลดเป็นไฟล์ CSV ได้อีกต่างหาก แน่นอนว่าโหลดรายการมาแล้วก็พบว่ารายการหมื่นกว่าเกือบสองหมื่นรายการนั้น มักเป็นรายการซ้ำๆ กันซะมากกว่าเช่นการเขียนบล็อกถึง Blognone ก็จะมีลิงก์ทั้งหน้าแรก, หน้า Archive และหน้าของตัวบล็อกนั้นๆ เอง ไม่ต้องพูดถึงบางบล็อกที่ทำ Blognone เป็นลิงก์ถาวร ทำให้มีหลายร้อยรายการในบล็อกนั้นๆ ว่าแล้วเลยเขียน Python มานั่งอ่านแล้วจำแนกออกมาได้ 508 URL โดเมนที่มีลิงก์มาหา Blognone โดยเรียงตามลำดับวันที่เริ่มลิงก์ เท่าที่ดูแล้วพบว่าลิงก์เก่าๆ นั้นไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย อาจจะเป็นเพราะ Webmaster Tools นั้นไม่ได้เก็บข้อมูลเก่าๆ ไว้้เป็นเวลานานๆ แต่สำหรับลิงก์ใหม่ๆ ก็ดูได้ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าอยากดูรายการลิงก์ยาวๆ ก็กดเข้าไปดูต่อเลยได้ ทำไว้เรียงจากเก่ามาใหม่ ดังนั้นอันใหม่ๆ [...]
ปีนี้กำลังเข้าสู่ปีที่สามของ Blognone ครับ เว็บที่เกิดขึ้นง่ายๆ ด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ตอนกินข้าวเช้าก่อนไปเรียน แล้วพบความรำคาญหลายๆ อย่าง ในวันนี้มันมีคนเข้าต่อวันกว่าสี่พันคน และผู้เขียนที่ส่วนใหญ่ผมไม่เคยเจอหน้าอีกนับสิบ ไม่รู้ทำไม แต่วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ผมเพิ่งนึกว่าไม่เคยคลิกหน้า Last ใน Blognone มานานมากแล้ว พอกลับไปนั่งอ่านเรื่องที่เขียนกันสมัยแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ก็จั๊กจี้ดีเหมือนกันว่าตอนนั้นเขียนอะไรที่ดูแปลกๆ เมื่อเทียบกับตอนนี้ กับบล็อกโล่งๆ ที่คงมีผมกับมาร์คอ่านกันอยู่สองคน พร้อมกับนั่งดู Stat ทุกวัน คุยกันแต่ละทีประมาณว่า “เฮ่ยวันนี้ถึง 60 ด้วยเว่ย” (ดูกันเองนั่นแหละคนละ 30 PV) ผมสร้าง Blognone ขึ้นมาไม่ต่างจากการสร้างหนังสักเรื่องที่หลายๆ ครั้งสิ่งที่วางแผนไว้มากมายก็ไม่ได้บอกอะไรเราได้มากนัก จนเมื่อเราลงมือจริงๆ นั่นแหละเราถึงได้เห็นผลจากมัน หลายครั้งบางอย่างก็ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ หรือบางอย่างก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า และบางอย่างก็ต้องแก้ไปจนเวิร์คในรูปแบบที่ผมกับมาร์คไม่ได้คิดไว้ในตอนแรก แต่ชีวิตคนเราก็อาจจะเป็นอย่างนั้นมาตลอดชีวิตจริงไหม? เขียนมึนๆ อย่างนี้ไม่มีอะไรมาก เรื่องของเรื่องคือผมเคยตั้งเป้าง่ายๆ กับ Blognone ว่าหลักข้างหน้าที่เราจะแข่งขันด้วยคือเว็บอย่าง ARIP ที่เนื้อหาค่อนข้างใกล่้เคียงกัน และครองตลาดมาได้มากกว่าด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งจากสื่อสิ่งพิมพ์ แต่วันก่อนเข้าไปดู Alexa ก็เห็นอะไรที่นึกไม่ถึง ตอนนี้ยังขี่ๆ กันอยู่ แต่ด้วยอัตรานี้เราน่าจะแซงขาดได้ภายใน [...]