เคนใช้ ThinkPad รุ่นไรว่ะ ตกสองทีจอกระจายเลย (thaithinkpad) เหมยลี่ใช้มือถือจีนแดงมั๊ง หารุ่นไม่เจอ แต่มี GPS ด้วย เหมยลี่ขับ Vios เหมยลี่ใช้โน้ตบุ๊ก HP เหมือนจะ dv2 แต่ไม่แน่ใจ บ้านที่เคนอยู่ อยู่ที่เจริญกรุง 32 ของจริงท้ายซอยนั้นเป็นสถานทูตโปรตุเกศ View Larger Map คุ้นๆ ว่าบ้านเหมยลี่อยู่ซอย 30 ห่างกันซอยเดียว แต่ไม่แน่ใจ นั่งรถไกลโคตร แต่ดาดฟ้ามองเห็นรถไฟฟ้าอย่างใกล้ ถ้าห่างกันซอยเดียวทำไม “คนนี้พี่ขอ” มันนานจัง Lumix อันนี้คงเห็นกันแล้วใน trailer ไม่รู้ว่าโฆษณาแฝงรึเปล่า เพราะเห็นชัดมาก แต่ถ่ายมาเบลอมันทุกรูป นั่งหาข้อมูล BTS Family Day ไม่พบ คงไม่มีจริง หา McBright Comet ไม่เจออีกเหมือนกัน ดาวหางที่จะไม่กลับมาสู่โลกอีก??? (มีด้วยเรอะ?) สองปีผ่านไปในแบบ not to [...]
สิบกว่าปีก่อน เมื่อครั้งผมเริ่มมีความคิดอ่านเป็นของตัวเองในระดับหนึ่ง มีอะไรหลายๆ อย่างที่ผมอยากดึงว่าไว้กับตัว ในฐานะนักเรียนนักศึกษา การได้ใบรับรองสักใบจากสักสถาบันที่ดูยิ่งใหญ่มีคนเก่งๆ ทำงานอยู่มากมายนั้นเป็นเรื่องที่เจ๋งมาก ผู้รู้สึกว่าตัวเองเจ๋งขึ้นมาทันที เมื่อได้ถือใบรับรองเหล่านั้น กาลเวลาเปลี่ยนไป ความคิดเปลี่ยนไป โลกที่กว้างขึ้นบอกผมได้หลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่เราคิดว่าเจ๋งอาจจะไม่ได้เจ๋งขนาดนั้น หลายครั้งความเจ๋งเหล่านั้นก็ไม่ได้พาให้เราพัฒนาตัวไปได้สักเท่าใหร่กัน ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยบอกผม เมื่อผมไปนั่งบ่นถึงความผิดหวังของสถาบันที่ผมคาดหวังไว้มากมายให้ฟัง คำตอบสั้นๆ ต่อคำบ่นยาวๆ มีเพียงว่า “เข้าไปเปลี่ยนมันสิ” “เข้าไปเปลี่ยนมันสิ”….. จากความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ ทุกสิ่งมีจุดบอดเสมอ ทุกสิ่งมีเรื่องให้เราพร่ำบ่น ผมพบว่าความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่มีความบกพร่อง ความผิดพลาดมันอยู่ที่เราเลือกที่จะยอมแพ้กับความบกพร่องเหล่านั้นต่างหาก เราคาดหวังถึงสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ เราคาดหวังกับโทรศัพท์สักเครื่องว่ามันจะทำให้เราดูดีขึ้น เราคาดหวังกับปริญญาสักใบว่ามันจะบอกว่าเราช่างทรงภูมิเสียเพียงใด ในโลกเทคโนโลยี ผมยังไม่เคยเจอโทรศัพท์ที่ดีพร้อม ในโลกการศึกษาผมยังไม่เคยพบสถาบันที่ไร้จุดบกพร่อง มันอยู่ที่เราจะรอสิ่งที่ดีพร้อม แล้วนำมาเป็นเครื่องบอกว่าเราดีพร้อม หรือในความไม่พร้อมเช่นนั้น เราจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ด้วยมือของเรา แล้วเมื่อวันหนึ่ง เมื่อสิ่งเหล่านั้นมันดีขึ้น เราจะมองย้อนกลับไปแล้วอมยิ้มอย่างภูมิใจที่เคยได้เดินทางร่วมกับมัน
ผมว่าจะเขียนเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง แต่มาถูกกระทุ้งอีกที่ตอนที่กระทู้ “ทำไมมีแต่คนเกลียด microsoft” ถูกขุดขึ้นมา ผมไม่ทราบแน่ว่าความเกลียดแบบนี้มันเริ่มมาจากตรงไหน แต่คงไม่เกินไปถ้าผมจะคิดว่ามันเป็นเพราะไมโครซอฟท์ “ขาย” ซอฟต์แวร์ในราคาที่คนไทยบ่นๆ กันว่าแพง ที่น่าสนใจกว่าคือ กูเกิลนั้นดูจะอยู่ฝ่ายเทพเสมอจนน่าเอียนๆ ผมเคยได้คุยกับ Vic Gundotra อยู่ครั้งหนึ่งเมื่อเขามาทัวร์เก็บความเห็นเกี่ยวกับ Android และโลกโมบายในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้ (ตอนนั้นเขาแง้มเหตุผลที่ Google Maps มีภาษาไทยว่าเพราะมีคนใช้มาก “อย่างคาดไม่ถึง”) เขาถามคนในห้องว่าทำไมกูเกิลจึงอยากทำ Android และอยากให้คนใช้ Android? มีคนในห้องตอบว่า “เพราะกูเกิลเป็นคนดี” คำตอบที่กลับมา “ใช่ เราอยากเป็นคนดี … แต่สำคัญกว่านั้นคือเรามีแรงจูงใจทางเศรฐกิจ” แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ…. ผมพบว่าคุณจะเข้าใจทุกอย่างได้ง่ายขึ้น ถ้าเรามองอะไรง่ายๆ เช่นถ้าเราตั้งคำถามว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นไมโครซอฟท์, กูเกิล, ออราเคิล หรืออโดบีนั้นทำทุกอย่างเพื่ออะไร ทุกบริษัทเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มีการซื้อขายหุ้นกันทุกวัน กิจกรรมของบริษัทนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น ไม่มีอะไรยากไปกว่านั้น และผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นนั้นแทบทั้งหมดคือกำไร มีบ้างที่เป็นอย่างอื่น เช่นเมื่อครั้ง New York City Pension Funds เสนอให้กูเกิลทำตามหลักหกข้อเพื่อพิทักษ์สิทธิในการแสดงความเห็น ครั้งนั้นผู้เรียกร้องมาในนามของผู้ถือหุ้น [...]
วันนี้นั่งถกกับ @udomsak และ @untsamphan ถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมแล้วอยากรวบยอดความคิดไว้อีกที บทสรุป: ผมเบื่อแฟชั่นรักษ์โลกตอนนี้ ผมว่ามันขาดความจริงใจ ขาดการให้ความรู้พื้นฐาน และอาจจะไร้ประโยชน์ เอาล่ะ มาลงรายละเอียดกัน ผมเคยเขียนถึงเรื่องนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ผมกลับมาครั้งนี้หลังจากอ่านหนังสือของ Micheal Crichton ผู้เขียน Jurassic Park (อ่านเล่มแรก) และเพิ่งอ่านจบเล่มที่สองคือ State of Fear ตอนผมอ่าน Jurassic Park นั้นก็สัมผัสได้ว่า Crichton นั้นไม่ชอบนักอนุรักษณ์ สิบสี่ปีต่อมา State of Fear นั้นแสดงถึงช่วง “ต่อแตก” หนังสือหน้า 700 หน้าอุทิศให้การ “กินโต๊ะ” นักอนุรักษณ์อย่างเต็มอิ่ม ที่น่าสนุกคือ Crichton นั้นเป็นนักค้นคว้า ขณะที่ Al Gore มีสไลด์สวยๆ บอกว่างานวิจัยเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับ Global Warming แต่ Crichton ยกข้อมูล, กราฟ, [...]