Jul 13
ผมเคยเขียนบทความขนาดยาวเรื่องของ OLPC ไปแล้วมาวันนี้ดูเหมือนว่าโครงการนี้จะลงหม้อไปเรียบร้อยแล้ว เลยลองมานั่งนึกๆ ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น
- โครงการ OLPC เสนอนวัตกรรมมากเกินไปในครั้งเดียว ทั้งจอแบบพิเศษ, Mesh Network, Sugar, ฯลฯ มันมากเกินไป ในครั้งเดียว คงจะดีกว่านี้ถ้า Mesh Network มาใน OLPC XO 2.0 และ Sugar ตามมาใน XO 3.0
- ลืมจุดขายของตัวเอง ประเด็นของ OLPC นั้นคือ 100 ดอลลาร์ นวัตกรรมในข้อที่แล้ว เรื่องนี้ Classmate PC กินขาด เพราะเสนอนวัตกรรมแบบเบาๆ เครื่องเดิมๆ แต่เบาลง การใส่อะไรเข้าไปเยอะทำให้สุดท้ายแล้ว OLPC ทำราคาที่อ้างไว้ไม่ได้
- ปฏิเสธการค้า จุดพลาดอย่างยิ่งใหญ่คือการปฏิเสธการทำตลาดในเชิงการค้า จริงๆ แล้วจนทุกวันนี้ผมยังไม่เห็นใช้งาน Classmate PC ในเมืองไทยอย่างจริงจัง (ทางอินเทลเรียกผมไปได้นะครับ) แต่ Eee PC ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกันนั้น ผมเชื่อว่าคนจำนวนมากมาย ซื้อไป “ให้ลูกใช้” ทำไม OLPC จึงหวังแต่ว่าเด็กควรได้รับแจกฟรี ในเมื่อบางประเทศที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ อย่างไทย มีพ่อแม่จำนวนมากพร้อมจะซื้อเครื่อง OLPC ให้ลูกใช้อยู่แล้ว
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองยังคงเชื่อใน 100 ดอลลาร์ ของโครงการ OLPC อยู่ และเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งแล้วเครื่อง Nettop จะลงไปยังราคานั้นได้ มันจะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการศึกษาของโลก แทนที่จะเป็น Gadget ประจำกายมือไอทีเช่นทุกวันนี้
หวังว่าเราจะได้เห็น Nettop สักเครื่องกลายเป็น 100 ดอลลาร์จริงๆ ในเร็ววัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็น OpenBook
written by lewcpe
\\ tags: olpc, tech
Jul 13
วันนี้เดินไปซื้อรองเท้ากีฬา เดินไปอย่างสบายใจและกำลังลองรองเท้าอยู่ หันไปอีกทีก็เห็นทั้งบ้านกำลังดู ASTV
ผมเกลียด ASTV เพราะคิดว่ามันเป็นทีวีปลุกระดมที่สร้างขึ้นมาเพื่อเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์ของสนธิเท่านั้น
แต่ผมยังซื้อรองเท้าต่อไป แม่ค้าถามว่าจะเอาถุงเท้าเพิ่มไหม ผมไปดูแบบแล้วไม่ถูกใจเลยปฏิเสธไปยิ้มๆ แล้วเดินออกมาพร้อมรองเท้า
เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ชอบ เวลาอ่านเว็บบอร์ดราชดำเนินคือการจับขั้วกันอย่างสุดโต่ง ผมเห็นกระทู้จำนวนมาก อารมณ์ประมาณว่า “ร้านนี้เปิด ASTV จะไม่เข้าแล้ว ขอให้มันเจ๊ง” และความเห็นสนับสนุน พร้อมกับด่าแช่ง “ฝั่งตรงข้าม”
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ผมเชื่อว่าเราควรตระหนักให้มั่นว่า “ฝั่งตรงข้าม” นั้นเป็นคนไทย และไม่ว่าจะชอบหรือไม่ นี่คือคนที่เราต้องอยู่ร่วมประเทศไปอีกตลอดชีวิต
ไม่ว่าอย่างไรเสียเราก็ยังเป็นคนไทยเหมือนๆ กัน ไม่ควรมีการเสนอให้ “ไปอยู่ประเทศอื่น” เกิดขึ้นอีกในบ้านเมืองนี้
เรามีปัญหากัน เราพยายามแก้ปัญหา เราเรียนรู้จากปัญหา แล้วเราจะกลับมาอยู่ร่วมกันเหมือนเดิม
ไม่ใช่ว่า เรามีปัญหา เราฆ่ากัน ใครชนะครองประเทศ
written by lewcpe
\\ tags: politics, thailand
Jul 12
One moment you enjoy your life, and the next you’re wondering how you ever live without them.
written by lewcpe
\\ tags: love, quote
Jul 11
นานมาแล้วผมเคยไปยืนอ่านหนังสือฟรีในร้านหนังสือแถวโบสถ์
หนังสือเล่มนั้นเป็นรวมเรื่องสั้นที่เนื้อหาค่อนข้างหนัก ผมอ่านไปได้แค่เรื่องเดียวแล้วก็พบว่าตัวเองคงไม่อยากอ่านหนังสือแนวนี้เท่าใหร่เลยหยุดอ่านไว้แค่เรื่องเดียวที่ลองอ่านนั่นล่ะ
เนื้อเรื่องของเรื่องสั้นเรื่องนั้นพูดถึงครอบครัวหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปช่วยเหลือหญิงท้องแก่ที่ขาดที่พึ่งด้วยการรับมาอยู่ในบ้าน
เวลาผ่านไป หญิงสาวคนนั้นดูเหมือนจะมีชีวิตที่สบายเกินไปในสายตาของสมาชิกครอบครัว ทุกคนเริ่มอึดอัดใจที่ต้องช่วยเหลือหญิงคนนี้ พวกเขาเริ่มกดดันให้หญิงคนนี้ต้องทำงาน และกดดันจากสายตาและความรู้สึก
เรื่องราวจบลงที่หญิงคนนั้นทำงานจนกระทั่งลูกคลอดออกมาระหว่างทำงาน และครอบครัวก็ตาสว่างขึ้นมาว่าพวกเขาไม่ได้อยากช่วยให้หญิงคนนี้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมเลย
พวกเขาแค่อยากให้มีคนที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาอยู่ในบ้านเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นสูงขึ้นสักหน่อย และพวกเขาอยากให้มันเป็นอย่างนั้นตลอดไป
ผมนึกถึงสังคมไทยในตอนนี้แล้วสังเวชกับความคิดของชนชั้น “ปัญญาชน” จำนวนมาก นานมาแล้วที่เรามองภาพว่าคนต่างจังหวัดขาดโอกาส เราสร้างภาพว่าเราอยากช่วยเหลือเขา ด้วยการออกไปสอนหนังสือเด็กกันปีละสามสี่วัน กับสร้างศาลาที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรให้หมู่บ้านละหลัง
แล้วเราก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองว่าเรานี่ช่างสูงส่งเสียจริงที่เราได้ช่วยเขาถึงเพียงนี้
มาวันนี้คนต่างจังหวัดเหล่านี้แหละ ที่เราบอกนักหนาว่าเขาควรได้รับโอกาสต่างๆ นาๆ เริ่มมีเสียงในสังคม
เรากลับลำกันทุกอย่าง ด้วยการดูถูกพวกเขาว่าโง่ และควรถูกกดให้อยู่ในระดับต่ำกว่าเช่นนั้นต่อไป พวกเขาไม่ควรมีสิทธิ์มีเสียงอะไร
เราอยากให้พวกเขารับการ “บริจาค” จากเราตลอดไป
แล้วเราก็รู้สึกว่าเราเป็นคนดีเสียจริง
written by lewcpe
\\ tags: politics, social, thailand